S.Fiction KHR: Chocolate '1859
posted on 02 Jan 2010 13:31 by devilz79 in FICTIONs, REBORN
Title: Chocolate
Paring: 1859
Rate: PG
Author: Devilz79
ไออุ่นพุ่งจากปากแก้ว แล้วดื่มลงคอ
...ระ...ร้อน...
อากาศหนาวเย็นในช่วงปลายเดือนธันวา หรือเดือนแห่งเทศกาล
ผู้คนมากมายทั่วทุกมุมโลกล้วนเบิกบานแจ่มใสเมื่อนึกถึงงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ
มากมาย รวมไปถึงในตัวเมืองนามิโมริด้วย
ลูกเด็กเล็กแดงตัวเล็กต่างกำลังยิ้มร่าท้าลมหนาวเมื่อเห็นต้นคริสมาสต์ต้น
ใหญ่อยู่กลางเมือง
เกือบจะทุกคนในมุมเมืองแห่กันมาดูต้นไม้ยักษ์
ยิ่งในฤดูหนาวแบบนี้...ร้านกาแฟก็ยิ่งได้กำไรจากผู้คนเยอะแยะ
ไม่รวมไปถึงร้านไอศกรีมที่คนก็เข้าไม่แพ้กัน
....ยิ่งหนาว ยิ่งอร่อย
ทว่า...ในช่วงเวลาสนุกสนานของหลายคนนั้น
กลับมีบางคนลากเท้าผ่านถนนสายยาวด้วยใบหน้าเบื่อโลก
เรือนผมสีเงินสลวยถูกปกปิดด้วยหมวกไหมพรมสีฟ้าน้ำทะเล
เสื้อคอเต่าสีครีมบรรเทาอากาศหนาวที่ลามเลียผิวขาวจัดให้กลายเป็นสีแดงระ
เรื่อ
แม้จะไม่ได้เกลียดหน้าหนาว แต่เขาก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมคนต้องดีใจกันด้วย
ทั้งที่เป็นฤดูอันแสนน่าหน่ายเหลือเกิน
นอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับฮีทเตอร์หรือโต๊ะโคทัตสึแล้ว
ก็แทบจะไม่ได้ทำอย่างอื่น
...ยกเว้นการมาเดินในเมืองแบบนี้อย่างนึงก็ได้
ลมหายใจอุ่นระบายออกมายาว จนอากาศตรงหน้าเป็นไอบาง ๆ
เนื่องด้วยความต่างของอุณหภูมิ ยิ่งเดิน
ยิ่งดูเหมือนว่าระยะทางมันจะยาวไกลออกไปจนไร้ที่สิ้นสุด
สองข้างทางต่างมีเสียงโวยวาย หัวเราะร่าเริงของพวกเด็ก
ทั้งวัยรุ่นและเลิกรุ่นไปแล้ว
ยิ่งโดยเฉพาะพวกคู่รัก...เดินชิดกันเสียจนน่าหมั่นไส้ ทำราวกับชีวิตจะผูกติดกันไปจนโลกดับ
บรรยากาศรอบกายดูจะไม่เป็นมิตรกับคนเซงโลกที่เดินคนเดียวเสียเท่าไร
ทุกภาพผ่านเรติน่าเข้ามาต่างประมวลผลให้ขัดแย้งกับอารมณ์เสียเหลือเกิน
ทว่าร่างเล็กก็ไม่ได้เอ่ยถามตัวเองสักนิดว่าหากไม่ชอบแล้ว
จะออกมาเตร่นอกห้องทำไม
...หรือพูดอีกอย่างว่าถามแล้ว แต่ก็ไม่ได้คำตอบเสียที เลยเป็นเหตุให้ต้องหงุดหงิดอยู่แบบนี้
กรอบหน้าหวานบูดบึ้งลงตามกาลเวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ
การเดินเริ่มจะพาลธาตุอากาศรอบตัว
เท้าสองข้างเริ่มจะแกว่งหาเสี้ยนบ้างอะไรบ้าง
บวกกับการไม่ยอมมองทางเบื้องหน้า มัวแต่มองปลายเท้าของตน
พาลให้สายตาไม่อาจมองเห็นผู้คนสวนไปมา
ปั่ก !
ไหล่บางกระทบเข้ากับอะไรสักอย่าง ที่พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นคน และเป็นคนตัวสูงกว่าเสียด้วย
“แก...” กร่นเสียงในลำคอ พลางเงยหน้ามองคู่กรณีตัวสูง
เนตรสีมรกตฉายแววยินดีเล็ก ๆ
ที่จะได้ออกกำลังกายยามราตรีในความเหน็บหนาวแบบนี้
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
ฮิบาริ เคียวยะ ... กรรมการบ้าบอสักอย่างที่เขาไม่ได้ใส่ใจ
ร่างสูงปรายตามองคนทำท่ากวนประสาท
ริมฝีปากแสยะยิ้มออกมาเมื่อเห็นแววตาหาเรื่อง “ฉันไม่ได้โง่” ถ้อยคำสั้น ๆ
ดังขึ้นมา พาให้แววตากระหยิ่มแปรเป็นงุนงงกับคำพูดของอีกฝ่าย
“คิดจะหาเรื่องในฤดูกาลแบบนี้หรือไง ? โกคุเดระ
ฮายาโตะ...ถ้ามีการทะเลาะวิวาทที่ไหน
ฉันจะตามไปฆ่าสัตว์กินพืชพวกนั้นให้หมด”
เจ้าของชื่อใบหน้าชาวูบเมื่อถูกจับได้ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดัง
ลำตัวเล็กเบี่ยงตั้งใจจะเดินออกไป
เนื่องด้วยไม่ต้องการจะปะทะคารมให้มากความ
ไม่ได้กลัวอะไรฮิบาริ...เพียงแต่หมดอารมณ์
“เดี๋ยวก่อน...” เสียงเรียกรั้งสองขาให้หยุดเดิน “...ชนคนอื่นแล้วไม่รู้จักคำว่าขอโทษหรือไง?”
โกคุเดระหน้าตึงเมื่อถูกทวงคำขอโทษ ...แม้จะหมดอารมณ์ในการหาเรื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้เสียหน่อย
“ถ้าอีกฝ่ายไม่เซ่อขนาดนั้น ก็คงจะรู้จักหลบละมั้ง” โต้ตอบด้วยเสียงนิ่งไม่แพ้กัน แม้ในใจจะกำลังปะทุเป็นภูเขาไฟย่อม ๆ ก็ตามที
“โกคุเดระ ฮายาโตะ!” ร่างสูงกดเสียงหนักเมื่อถูกตอกกลับด้วยคำพูดเมื่อครู่
มือเรียวคว้าคอเสื้อไหมพรมของคนตัวเล็กกว่า
“นายคิดว่ากำลังพูดกับใครอยู่...หือ?”
เนตรคมหรี่ลงพร้อมทอนฟาเหล็กเย็นเฉียบสัมผัสลงบนใบหน้าหวานที่ประกายด้วย
ความโกรธพอกัน
แม้จับข้างแก้วแล้วดูว่ามันอุ่น แต่จิบอีกทีก็..
...ร้อน...
“หยุดเดินนำฉันซะทีได้มั้ย !!?” ร่างเล็กตวาดแหวใส่คนข้างหน้าอย่างหงุดหงิด ฟังดูแล้วเป็นบริบทแปลก ๆ ทว่าเจ้าตัวคนพูดก็ไม่สนใจ...ใครแคร์ ?
ฮิบาริในชุดนักเรียนตวัดสายตากลับมามอง “...นายนั่นแหละ เลิกเดินตามฉันซะที”
คนโดนกล่าวหาว่าเดินตามเบิกดวงตากว้าง
ริมฝีปากเรียวถูกกัดเข้าไปอย่างเจ็บใจ
บวกด้วยความหงุดหงิด...ตอนแรกคิดว่าจะได้มีเรื่องให้หายเครียดเสียแล้ว
แต่อยู่ ๆ ฮิบาริกลับบอกว่า ‘ไม่มีอารมณ์’ แล้วผลักเขาออกมา
ทำท่าน่าเบื่อตบท้ายอีกด้วย
“ไม่ได้เดินตาม...”
เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นมากับประโยคแก้ตัวอู้อี้ของคนเบื้องหลัง
...นานแค่ไหนนะ ที่เขาเดินตรวจเมืองเพียงลำพังในฤดูหนาวแบบนี้
แม้จะไม่ชอบการอยู่รวมกันเป็นฝูง
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ต้องการให้มีคนเดินเคียงข้าง
สองเท้ายาวก้าวสู่เบื้องหน้าด้วยจังหวะเท่าเดิม
เนตรคมลอบสังเกตการณ์อย่างเงียบ ๆ
งานเทศกาลแบบนี้ความวุ่นวายมันก็ต้องมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
เพราะที่ไหนมีสัตว์กินพืชรวมกลุ่ม ที่นั่นย่อมมีความไม่สงบสุข
ยิ่งก้าวออกไปมากเท่าไร ยิ่งสัมผัสได้ถึงการติดตาม...อาจจะไม่ได้ตั้งใจ
อาจจะแค่ไหลตามกระแสของผู้คน หรืออาจจะแค่มีจุดหมายที่เดียวกัน
แต่ว่า...ก็ไม่ได้อยากจะขับไล่ให้ไปให้พ้นหน้า
ร่างบางเบื้องหลังเหลือบตามองแผ่นหลังกว้างอย่างนึกขัดใจ
...ไม่เข้าใจว่าจะเดินนำหน้าเขาไปถึงเมื่อไร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ
หรือจะแค่เดินผ่านทางที่เขาจะไปก็ตาม แต่ผู้คนที่สวนไปมา
พาให้เขาไม่อาจแทรกตัวเดินแซงฮิบาริได้
แม้จะหงุดหงิด...แต่โกคุเดระกลับลืมเลือนไปว่าเขากำลังเบื่อ
อากาศเย็นพัดผ่าน พาให้สองมือเรียวยกขึ้นมาถูกันเพื่อคลายหนาว
ปกติแล้วก็ไม่ใช่คนขี้หนาวเสียเท่าไร แต่ปีนี้อากาศมันหนาวมากกว่าเดิม
ร่างกายก็พาลจะปรับตัวไม่ทันเอาเสียอย่างนั้น
หนำซ้ำลมหนาวปีนี้ยังมาล่าช้ากว่าเดิม
และพอมา...ก็ดันอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าเดิม
แสงไฟสดใสจากร้านรวงต่าง ๆ ตกกระทบบนใบหน้าขาว ความอบอุ่นเล็ก ๆ
ส่งต่อจากในร้านมายังผู้คนเบื้องนอก พาให้เนตรสีมรกตจดจ้องค้าง
ทะลุไปยังภายในที่มีผู้ใหญ่เด็กต่างนั่งจิบกาแฟบ้าง นมร้อนบ้าง
...บรรยากาศพาให้หวนถึงอดีตอันสดใสและมืดมน
ครั้งหนึ่งที่เขาเคยฉลองงานเทศกาล
และครั้งหนึ่งเขาก็เคยต้องจมปลักตัวเองอยู่ในห้องมืดเพียงลำพัง
ในเวลาอากาศหนาวเช่นนี้
เขาเคยเข้าใจว่าทำไมผู้คนต่างมีความสุขนักกับอากาศเย็นจนเจ็บผิว
เพราะทุกคนต่างใกล้กันมากขึ้น...ความอบอุ่นถ่ายทอดให้กันและกัน
ผ่านร่างกาย สิ่งของ ขนมเค้กก้อนจิ๋ว หรือแม้แต่ถ้วยกาแฟร้อนฉ่าก็ตาม
แล้วเขาก็เคยสูญเสียสิ่งนั้นไป...เมื่อนานแสนนาน
“กินกาแฟมั้ย...” เสียงเอ่ยถามแผ่วเบา ไม่สิ...คงเรียกได้ว่าประโยคบอกเล่า
ลอยเข้าหูเสียมากกว่า แต่มันก็อาจจะไม่ลอยเข้า
หากใบหน้าของโกคุเดระไม่แปะอยู่กลางเสื้อคลุมสีดำ
นึกจะหยุดก็หยุดงั้นเรอะ !?
“ไม่ได้ชวน...” แต่คำพูดต่อมาก็ไล่ความโกรธเล็ก ๆ ในหัวให้หมดไป
เบื้องหน้าเป็นร้านกาแฟสีน้ำตาลอ่อนจากแสงไฟห่อกระดาษแก้ว
กระจกใสถูกเพ้นด้วยสีขาวครีมเป็นรูปไอควันจากถ้วยกาแฟใบใหญ่
แล้วละเลียดจิบอย่างช้า ๆ
...มันก็อุ่นดีนะ...
ฮิบาริจ้องสายตาไปยังคนตรงข้ามอย่างเหนื่อยหน่าย
กรอบหน้าหวานนั้นตีนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ นั่นแหละ ยกเว้นแต่ว่า...
“เอ่อ...” บริกรหนุ่มทำหน้าเลิ่กลั่ก มองซ้ายทีขวาทีอย่างประหลาดใจ
ในเมื่อตอนเดินเข้ามาเขาเห็นว่าทั้งผู้คุมกฎของนามิโมริกับร่างเล็กผมเงิน
นั้นเดินมาพร้อมกันแท้ ๆ แต่ทำไมน้า...
...ถึงแยกโต๊ะนั่ง ?
แถมยังแยกนั่งในมุมที่ต้องประชันหน้ากันเสียด้วย
“จะรับออเดอร์ หรือจะไปนอนกองกับพวกสัตว์กินพืชพวกนั้น?” เสียงนิ่งเอ่ยขัด
พาให้เด็กหนุ่มยิ้มแหยหน้าซีด
แล้วขีดคำสั่งจากร่างสูงใส่กระดาษอย่างรวดเร็ว
เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว...หลังเที่ยงคืนหัวอาจจะไม่ได้อยู่ติดกับบ่า
คนรับออเดอร์ทวนคำสั่งอีกครั้ง แล้วย้ายตัวเองไปอีกโต๊ะมีคุณลูกค้าทำหน้าไม่พอใจอยู่นิด ๆ แม้จะได้ยินเสียงบ่นงึมงำว่า ‘ทำไมจะต้องรับออเดอร์โต๊ะนั้นก่อน’ แต่การเงียบคือสิ่งเป็นเยี่ยมในโลก หน้าที่ตนเองมีแค่ไหนก็ทำไปแค่นั้นเป็นพอ
ทวนรายการเครื่องดื่มอีกครั้ง
แล้วบริกรหนุ่มดวงตกก็ปลีกตัวไปหลังร้านแทบจะทันที
ทิ้งให้ลูกค้าทั้งสองคนเล่นสงครามสายตาแบบน่างงอย่างนี้นั่นแหละ ดีแล้ว
โกคุเดระไล่สายตามองคนรับรายการอย่างหงุดหงิดเล็ก ๆ
ทว่าความหงุดหงิดนั้นก็มีน้อยกว่าตอนอยู่ข้างนอกมากมาย
ถ้าจะบอกว่าเพราะความอบอุ่นของคอฟฟี่ชอปนี้
ก็อาจจะมีส่วน...แต่อีกเหตุผลลึก ๆ ที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร
เนตรกลมผินขึ้นมองใบหน้าคมฝั่งตรงข้าม แม้จะห่างไกลหนึ่งช่วงโต๊ะ
แต่ว่าก็ยังถือว่าใกล้ในระดับหนึ่งอยู่ดี
เรียวหน้าได้รูปนั้นหันมองออกไปนอกกระจกด้วยสายตากราดมอง
เรียกว่าเฝ้าสังเกตเมืองทุกวินาทีเลยก็ว่าได้
เขาไม่รู้และไม่ได้ใส่ใจว่าทำไมคนอย่างฮิบาริถึงรักเมืองนี้มากขนาด...แต่
อาการอยากปกป้องบางสิ่งในแนวทางของตัวเองนั้น เขาก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง
เหมือนที่เขาพยายามจะปกป้องตัวเอง ด้วยการพยายามจะอยู่คนเดียว
หน้าหนาวแบบนี้ ถ้าพูดกันตรง ๆ ไม่ได้หลงตัวเอง ระดับโกคุเดระแล้ว
แค่เอ่ยปากก็จะมีคนมากมายพร้อมจะเดินด้วยเสมอ
ผิดแต่ว่าเขาไม่พร้อมจะเดินกับใครทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเพื่อนหรือคนที่คิดมากกว่าเพื่อนก็ตาม
เพราะเขาไม่เคยรู้สึกว่ามันจะทำให้ตนรู้สึกดีขึ้นสักนิด
...รังแต่จะแย่ลงไปเรื่อย ๆ ก็เท่านั้น
ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไรที่ไล่มองอีกฝ่ายอย่างละเอียดลออ
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อสบกับเนตรคมตวัดมองด้วยท่าทีรำคาญปนสงสัย
แต่แค่เสี้ยววินาที โกคุเดระก็ตีหน้าไม่สนใจได้เป็นปกติ
คนผมดำถอนหายใจพรืด แล้วเอี้ยวหน้าออกมองนอกร้านต่อ
ความจริงแล้วก็ไม่ได้ต้องการจะมานั่งจิบกาแฟในร้านแบบนี้เสียหน่อย
แต่ชั่วครู่ที่เห็นแววตาใสจ้องมองร้านกาแฟ
มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าคนเบื้องหลังอาจจะอยากแตะของร้อน
ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องเอ่ยปากออกไปแบบนั้น
แต่รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็ถูกใบหน้านั้นประกบซะแล้ว
“เอสเปรสโซกับโกโก้ร้อนได้แล้วครับ...”
เสียงเด็กเสิร์ฟดังขึ้นเรียกให้กรรมการรักษาระเบียบหันกลับมอง
คิ้วเรียวขมวดเมื่อได้ยินรายการแปลก ๆ
“ใครสั่ง?”
“เอ๋...” เจ้าของมือถือถาดครางออกมาด้วยความสงสัย ดวงตาไม่รู้เรื่องมองซ้ายขวาหาตัวช่วย
“ฉันจำได้ว่าฉันไม่ได้สั่งโกโก้ร้อน”
เสียงเรียบพาให้บรรยากาศในใจของคนไม่รู้เรื่องมาคุเข้าไปใหญ่
กูตายแน่...ไม่รอดแน่...หัวไม่อยู่กับบ่าแน่
แค่เอามาตามออเดอร์เท่านั้นเอ๊งง
ทำไมพี่ท่านต้องทำราวกับว่าเขาโกงเงินไปสิบล้านด้วยนะ!
ฮิบาริเหลือบตามองคนที่นั่งในทิศตรงกันข้าม
เสี้ยวนาทีรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่เมื่อมองกลับไป
อีกฝ่ายก็ทำเป็นเสมองออกไปนอกหน้าต่าง
“เอ่อ...”
“วางมันไว้นั่นแหละ แล้วก็ไปซะที” ตัดบทด้วยความรำคาญกับท่าทีอึกอัก
เด็กหนุ่มแทบจะประเคนแก้วกาแฟร้อนให้ในวินาทีนั้นเสียเลย
ก่อนจะเอาโกโก้ร้อนแก้วที่สองเสิร์ฟลงบนโต๊ะถัดไป
แม้จะได้รับสายตาเคือง ๆ จากร่างเล็ก แต่ก็ยังดีกว่าให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้คุมกฎแห่งนามิโมริ...
โกคุเดระยกแก้วขาด้วยสองมือเย็น ๆ ความร้อนแผ่นซ่านเข้ามา
ทำให้ความหนาวลดบรรเทาลง ดวงตากลมที่พยายามจะมองออกไปข้างนอก
ทว่าก็ต้องผินกลับมายังโต๊ะตรงข้ามอยู่ดี
ถ้วยโกโก้ร้อนที่ยังไม่ยกขึ้น ยังวางอยู่ในลักษณะเดิม
กลีบปากเล็กเบ้ไปมา แล้วจิบเครื่องดื่มของตนต่อ
ไอสีขาวขุ่นลอยขึ้นมาปะทะใบหน้าหวานจนแดงระเรื่อน้อย ๆ
ความร้อนไหลผ่านลำคอจนต้องหลับตาปี๋
แต่ก็รู้สึกดีไปอีกแบบเวลาที่ไหลลงท้องไปแล้ว
“หึ...” เสียงหัวเราะแว่วดังขึ้น พาให้คนหลับตาลืมตาโพลงขึ้นมา
เงยหน้าขึ้นก็ต้องสบกับสายตาระอาของฮิบาริในฝั่งตรงข้าม
ในมือคู่หนาถือแก้วโกโก้ร้อนเอาไว้
แล้วยกมันขึ้นจรดกับริมฝีปากอย่างแผ่วเบา
ความเชื่องช้าที่ไม่เหมาะสมกับฮิบาริ ก็พาเอาความร้อนไล่ขึ้นมาบนแก้มใสได้อย่างน่าแปลกใจ
...เปลี่ยนแก้วตั้งแต่เมื่อไรนะ ?...
คนเขินกะทันหันก้มหน้าซดเครื่องดื่มร้อนเข้าปาก แม้ว่ามันจะพาให้คอแทบพองก็ตามที
“ไม่พูดว่าขอบใจหรอกนะ...” คำเอ่ยลอย ๆ ดังขึ้นมา
เรียกให้คนก้มหน้าก้มตาเงยหน้าขึ้น “...แต่ก็มีแค่เจ้าพวกโง่เท่านั้นแหละ
ที่กินของร้อนโดยไม่เป่าน่ะ”
โกคุเดระเบิกเนตรกว้าง...ว่าเขาโง่งั้นเหรอ? นี่เขาอุตส่าห์เลี้ยงโกโก้แล้วนะ !
คนผมดำแค่นหัวเราะแล้วเบนสายตาออกไปข้างนอกร้านตามเดิม แก้วเอสเปรสโซวางไว้แน่นิ่ง น้ำสีเข้มในถ้วยไม่ได้พร่องลงสักนิด
หากแต่...แก้วร้อนที่อยู่ในมือ ของเหลวภายในกลับหายไปเสียมากกว่า
มันก็ไม่ได้แย่นักหรอก...ถ้าหากจะเปลี่ยนมาลองของหวานแทนน่ะ
“นี่...” เสียงแข็งติดไม่มั่นใจในตัวเอง เรียกให้รอยยิ้มเกิดขึ้นในใจของฮิบาริเล็ก ๆ กรอบหน้าคมหันกลับมองเจ้าของเสียงที่ไม่ยอมสบตากับเขา
“...ไม่ได้จะขอนั่งด้วยหรอกนะ แต่แค่ตรงนั้นมันน่ารำคาญยัยพวกนั้นน่ะ”
บุ้ยหน้าไปยังฝั่งของตัวเอง ที่ด้านนอกเป็นกระจกใสติดกับม้านั่งสีเข้ม
หญิงสาววัยรุ่นสองสามคนกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส
ฮิบาริแสร้งเลิกคิ้วทำเป็นไม่เข้าใจกับคำพูดและสายตาเลิ่กลั่ก
“...ก็...ยังกินนี่ไม่หมด ถ้ากินหมดแล้วจะไป” พูดอย่างรวดเร็ว
รวมทั้งไม่รอเจ้าของโต๊ะอนุญาต
โกคุเดระก็แทรกตัวเข้าไปนั่งบนเก้าอี้แทบจะทันที
เจ้าของโต๊ะส่ายหน้าเบา ๆ แล้วยกโกโก้ร้อนในแก้วดื่มต่อ
“ก็ไม่ได้ไล่...จะนั่งก็ไม่ได้ว่า”
คำพูดสั้น ๆ ไม่กี่คำ พาให้โกคุเดระเบิกเนตรกว้าง
ก่อนจะแปรหน้ากลับมาเป็นดังเดิม
ริมฝีปากบางก้มจิบเครื่องดื่มในมือพร้อมกับใบหน้าที่คล้ายจะกลั้นรอยยิ้มเอา
ไว้ หรือไม่ก็...ไม่รู้จะยิ้มอย่างไรเสียมากกว่า
ความร้อนในแก้วจางหายไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ...อาจจะหนึ่งนาที สองนาที หรือเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
สองร่างกายต่างผินหน้าไปมองด้านนอกกระจกบานใสที่ถูกแต่งแต้มไว้ด้วยสเปรย์สี
ขาว...บางที คริสต์มาสก็อาจจะไม่ใช่งานที่น่าเบื่ออะไรขนาดนั้นก็ได้
หรือไม่...มันคงเป็นเทศกาลที่ดีสุด ๆ ไปเลยก็ได้...
ก็ช่างมันเถอะ
แต่มันก็อร่อยดีนะ...ถ้ามีคนมานั่งกินด้วย
สวัสดีปีใหม่ค่าาาา ^^ อาจจะช้าไปหน่อย แต่เราก็หาแคร์ไม่ (เลววว)
เอาน่าา ถ้าให้เมื่อวานเป็น 32 ธันวา วันนี้ก็ปีใหม่แหละนะ *หัวเ้ราะ* อินี่แถได้โล่
ลงฟิึครับปี ... สั้นกว่าปีที่แล้วโฮกเมพพพ (?)
พอดีสิ้นปีมีอาการป่วยเล็กน้อย อ่านะคะ พรของทุกคนสัมฤทธิ์ค่ะ
แต่คนรับพรมันบ้าเอง กินเยอะเว่อร์ อาหารเลยไม่ย่อย TT เสียใจรุนแรง
เลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย (คือไปนะ...แต่ต้องรีบกลับบ้าน ใกล้มีดหมอเข้าไว้
อุ่นใจๆ)
แอบไปตัดผมมาแหละค่ะ (ซึ่ง...เขารู้กันทั่ว MSN แล้ว 55) รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเห็ดอ่ะ
อาา ไม่รู้จะพูดอะไร ยังมึน ๆ อยู่ เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย (เหรอ?)
เป็นปีใหม่ที่มีความสุขมากกกกกกกกกกกกกก อาา
และนี่เป็นส่วนหนึ่งของความสุข
เพลงนี้เพราะจริง ๆ นะเธอว์ รับรอง ๆ
วันนี้คงไม่เพ้ออะไรมากล่ะค่ะ *ยิ้ม* ยังไงก็สวัสดีปีใหม่นะคะ
พรใดที่ทุกท่านอวยพรมา ขอให้กลับคืนสู่เป็นนพคูณเลยนะคะ ^^
ปล. ขอให้มีความสุขกับลุงซานต้านะคะ (ผู้บาดเจ็บเยอะนะนั่น *หัวเราะ*) แต่เราก็ใส่บั๊กลงไปให้จับผิดตัวนึงนะปล. หรือเราจะทำ How to ยัดลุงลงบล็อก ? หรือจะรอเล่นเจ้าหนูจำไม ?
