REBORN

RQ S.Fic | Circle 'G69

posted on 01 Dec 2009 20:22 by devilz79  in FICTIONs, REBORN, RQ

Title: Circle
Paring: G69
Rate: PG
Author: Devilz79

Request by ท่าน นังหมู~~
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

จากที่ที่ไกลแสนไกล...
ไม่ได้หมายความว่าไม่อาจตามมาได้



“เธอ...” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างติดขัด ลำคอแห้งผากลงเมื่อเห็นบุคคลตรงหน้า



…La mia Nebbia…



“คึหึหึ...แน่ใจหรือไงครับ ว่าใช่” เรือนผมสีเงินพลิ้วตามแรงลมน้อย ๆ เผยดวงตาสีสวยประหลาดแก่สายตาบุรุษตรงหน้า นิ้วเรียวยกขึ้นขยับแหวนที่อยู่บนถุงมือหนังสีดำ



สัญลักษณ์หนึ่งปรากฏ พาลให้ดวงเนตรสีฟ้าเบิกกว้าง



“นั่นมัน...”



รอยยิ้มผุดพรายเจ้าเล่ห์ “ถูกครับ...วองโกเล่ริงของคุณยังไงล่ะครับ” ช้อนเนตรขึ้นมองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องเป็นฝ่ายประหลาดใจเมื่อบุรุษตรงหน้ากลับนิ่งสงบ แตกต่างกับที่คิดเอาไว้นัก



นี่น่ะหรือ...วองโกเล่รุ่นแรก



ร่างสูงกวาดสายตามองรอบตัวก่อนจะคลี่รอยยิ้มนุ่มนวลออกมา สายลมแผ่วเบาพัดปะทะกับใบหน้าโครงสวยแต่ดูมีอำนาจ “...เธอคงจะไม่ใช่น่ะสินะ”



คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นช้า ๆ มือคู่หนึ่งกำตรีศูรอยู่ขยับมาเบื้องหน้า “ใช่อะไรล่ะครับ...?”



คนผมทองทอดสายตาตรงไปยังร่างกายที่อยู่ตรงข้าม “สายหมอก...” เปล่งเสียงแผ่วเบา....ในคำสุดท้าย....ให้มันกลืนไปกับอากาศ



“คึหึหึ...ผมเองก็สายหมอกนะครับ” เปล่งเสียงหัวเราะ ยอกย้อนด้วยน้ำเสียงปกติธรรมดา



“ไม่ใช่หรอก” เสียงแทรกขึ้นกลางคัน “ว่าแต่...เธอชื่ออะไรกัน?” แล้วเสเปลี่ยนไปเป็นอีกเรื่อง พร้อมรอยยิ้มที่ระบายเต็มบนใบหน้า



...Rokudo Mukuro…



“เธอไม่ใช่คนอิตาลี่?” เสียงนุ่มเอ่ยถาม เมื่อได้ยินนามจากผู้บุกรุกที่ไม่คุ้นเคย...แต่กลับสัมผัสได้ถึงใครอีกคน



เจ้าของชื่อไหวไหล่เล็กน้อย “...จะใช่หรือไม่ใช่ ผมก็เคยอยู่และไม่อยู่ในอิตาลี่ครับ” จงใจเล่นคำปั่นหัวเจ้าของเรือนผมทองตรงหน้า รอยยิ้มฉาบทั่วกรอบหน้าไม่จางหาย



“สายหมอก...เป็นแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่านะ”



“คึหึหึ แล้วสายหมอกที่คุณรู้จักเป็นยังไงกันล่ะครับ...” หมุนตัวจนเส้นผมเรือนยาวปลิวไสว ปรากฏเก้าอี้บารอคสีแดงเข้ม แล้วลำตัวเพรียวก็ทิ้งนั่งลงบนนั้น “...จ๊อตโต...”



ไม่ว่าจะอยู่ไกลเพียงใด
แต่ระยะทางไม่ใช่อุปสรรค



“รู้จักชื่อของฉันด้วยหรือไง?” แม้จะแปลกใจ...แต่ท่าทางกลับสงบนิ่ง ถามกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มละไมเฉกเช่นเคย



เสียงหัวเราะต่อเนื่องดังขึ้นมา ดวงเนตรสวยปิดลงด้วยเปลือกตา มือข้างหนึ่งละจากตรีศูรยกขึ้นนาบริมฝีปากตนเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมลูบดวงเนตรสีแดง



“มากกว่าชื่ออีกครับ...”



เสียงเย็นยะเยียบที่แปรเปลี่ยนบรรยากาศสว่างไสวให้กลายเป็นความมืดมน ลูกแก้วสีสวยสะท้อนออกมาท่ามกลางความมืด



ร่างสูงที่แม้จะพยายามบอกตัวเองว่านี่เป็นภาพมายาของสายหมอก ทว่าก็ไม่อาจระงับความตกใจเล็ก ๆ ได้ ไม่ใช่เพราะความน่ากลัว ... ทว่ากลับเป็นความสามารถที่มีเพียงคนคนเดียวเท่านั้น “ธ...เธอ...มุคุโร่...”



“คึหึหึ แค่อยากเห็นคุณตกใจเท่านั้นแหละครับ”



แล้วความมืดก็สลายไป



“แต่ผมน่ะ รู้จักคุณมากกว่าชื่อจริง ๆ นะครับ” ลำคอระหงเอียงมองวองโกเล่รุ่นที่หนึ่งที่ปรับสภาพใบหน้ากลับมาเป็นดังเดิม



“งั้นเหรอ?” รอยยิ้มสงสัยปรากฏ พร้อมคำถามราวกับไม่เชื่อถือ



มือเรียวยกขึ้นมาเท้าใบหน้า ให้ลำตัวเอนเอียงพิงกับพนักพิงของเก้าอี้ทรงหรู “...ไม่เคยเชื่อในสายหมอกเลยสินะครับ?” เรียบเฉย...เสียจนน่าตกใจ



กับคำถามที่เอ่ยออก คนฟังหรี่ตาลงเล็กน้อย...ทว่าภายในกลับเจ็บแปลบราวกับถูกทิ่มแทงด้วยเข็มร้อยพันเล่ม



เพราะสายหมอก...ทรยศงั้นหรือ?



“คึหึหึ...เชื่อผมรึยังครับ ว่าผมน่ะ รู้จักคุณมากกว่าชื่อ” เปลี่ยนอิริยาบถ ซบหน้าลงบนหลังมือที่วางราบไปกับที่เท้าแขน ดวงตาคู่สวยดูเป็นประกายราวกับอัญมณีที่ได้รับการเจียระไนอย่างดี


ร่างสูงหัวเราะฝืนในลำคอ ยิ้มเสียจนดวงตาคู่สีวารีปรือปิดด้วยเปลือกตา ขายาวก้าวสาวเข้าไปชิดใกล้ร่างบนเก้าอี้สวย “ถ้าฉันเชื่อเธอ...เธอก็จะไม่รู้จักฉัน แต่ถ้าฉันไม่เชื่อเธอ...เธอก็จะพูดถูก”



เพราะความหลอกลวงอยู่คู่กับสายหมอก...



“...คึหึหึ ถึงว่าละครับ...” หัวเราะ แล้วฉีกยิ้ม ทิ้งให้คนฟังหรี่ตาเพราะความสงสัยในประโยคที่เอ่ยออกมาไม่หมด “ทำไมสายหมอกคนนั้นเขาถึงเลือกที่จะทรยศคุณ”



ความจริงโหดร้าย
เดินทางมาพร้อมกับระยะทางที่ยาวไกล



“เธอรู้จักฉัน ไม่จำเป็นว่าเธอต้องรู้จักคนของฉันเสมอไป...” เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง เนตรสีน้ำแข็งจ้องลึกลงไปในลูกแก้วสีแปลก



นิ้วเรียวยาวลูบริมฝีปากตัวเอง คล้ายท่าทางครุ่นคิด “งั้นหรือครับ?”



คำตอบคือความสงบนิ่งและรอยยิ้มอ่อนโยนของหัวหน้ามาเฟียแห่งยุค



“แล้วถ้าผมจะบอกว่าผมมาจากปลายสุดของวัฏสงสารละครับ...” เอียงคอคล้ายรอคำตอบ มือหนึ่งปรากฏตรีศูรประจำกาย แล้วกระแทกลงกับพื้นดิน บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นสีดำมืด ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีความร้อน ไม่มีอุณหภูมิใด ๆ ทว่าแต่ละฝ่ายต่างมองเห็นกันและกัน



เนตรสีสดเปล่งประกายในความมืดอย่างน่าค้นหา จดจ้องลึกลงไปในดวงตาที่มักทอแววอ่อนโยนอยู่เสมอ แม้จะเป็นมาเฟียที่อาบโชกไปด้วยเลือด แต่บุรุษตรงหน้าก็ไม่ลืมเลือนความสงบนิ่งและอบอุ่น เพราะสีเลือดไม่อาจแทรกซึมไปบนผิวกาย



“ผมมาจากที่ตรงนั้น...คุณจะเชื่อผมหรือเปล่าครับ?”



“เธอ...” เปล่งออกมาได้คำเดียว เสียงก็ราวกับจะถูกลำคอดูดกลืนเข้าไปเสียหมด ความเหมือนที่แตกต่าง อาจจะคล้าย แต่ก็สัมผัสได้ว่าไม่ใช่



รอยยิ้มแสยะประดับบนกรอบหน้าเรียว “...คุณไม่เคยเชื่อในสายหมอก...” แม้ดวงเนตรจะแลเย็นชา กร้าวแข็ง ทว่ากลับดูส่องประกายเล็ก ๆ “...สายหมอกจึงไม่เชื่อคุณ...”



“...”



“...แม้กระทั่งตอนนี้...”



เสียงขาดหายไป ร่างเล็กกว่ายืนนิ่งเฉย ผู้นำแห่งวองโกเล่ในเวลานี้ไม่อาจคิดอะไรออก ยิ่งโดนตอกย้ำ ยิ่งไม่อาจนึกอะไรออกได้ในทันใด



“ไม่...”



“สายหมอกไม่มีวันตาย...” เสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับจะกดประสาทผู้ฟังที่ยืนอยู่ในความมืดมิด ร่างกายไร้สัมผัสใด ๆ “...สายหมอกที่มาจากปลายสุดของนรก สังสารวัฏไม่เคยปิดประตูต้อนรับสายหมอก...คึหึหึ”



เนตรข้างขวาเรืองแสงสีแดงก่ำ พร้อมหยาดเลือดที่รินรดใบหน้าขาวซีด



“สายหมอกจะยังวนเวียนอยู่แบบนี้...ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็ตาม” น้ำสีทับทิมโค้งตามกรอบหน้าที่ขยับจากการพูด คนฟังยืนแน่นิ่ง...ความสามารถมาจากดวงตา แม้จะคนละวิธีการ แต่ก็มีความสัมพันธ์กัน “...ไม่ว่าจะผม หรือสายหมอกของคุณ...



...ก็คือคนคนเดียวกันนั่นแหละครับ....”



ร่างกายที่แม้จะโดนฝูงปลาตอดกิน สัตว์ทะเลไล่ล่า แต่วิญญาณเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่ การเดินทางจากระยะทางยาวไกล ผ่านความทุกข์ การเกิด ความแก่ อาการบาดเจ็บ จนตายลง...เวียนวนไปเรื่อย ๆ เพียงเพราะต้องการกลับมาพบกับใครคนหนึ่ง โดยอาศัยความสามารถที่กักเก็บสะสมมา



เพียงคนคนเดียวเท่านั้น...



“ไม่...” ร่างสูงปฏิเสธเสียงแหบแห้ง “ไม่ใช่...เธอไม่ใช่”



เพียงหวังให้เชื่อถือกัน


“โรคุโด มุคุโร่...เธอไม่ใช่....”


แค่สักครั้ง...



“เธอไม่ใช่...”



กับการเดินทางที่แสนยาวนาน



“....ไม่ใช่....สายหมอก...ของฉัน”



ก่อนที่วิญญาณดวงนี้...
...จะจบลงตรงนิพพาน






.
.
.

finale

 

 

__________________________________________

 

Talk: ... *หลบตาคนอ่าน* เครียดไปมั้ยคะ ? อ่าาาท่านหมูคะ (ขออนุญาตเรียกแบบนี้ละกันนะคะ) ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า ดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่ G69 อย่างน่าประหลาด .... แต่อยู่ ๆ พล็อตนี้ก็ไหลเข้าสมองเลยค่ะ ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันไ้ด้นะคะ (หน้าไมค์ หลังไมค์อะไรได้ทั้งนั้นค่ะ) สั้นไปบอกได้นะคะ ... ไม่เข้าใจบอกได้นะคะ *เริ่มลน*


รู้สึกกังวลเล็ก ๆ...กลัวหลายอย่างมาก กลัวว่าจะมีคนไม่ชอบที่เราใช้คำว่านิพพาน แต่เราว่าเหมาะกับมุดีค่ะ คนอย่างมุถ้าวันนึงที่ไร้เป้าหมายแล้ว สิ่งสุดท้ายก็คงจะเป็นนิพพานนั่นแหละค่ะ

 

อื้มม แต่เรื่องนี้ถ้าอ่านสปอยล์ก็น่าจะเข้าใจมากกว่าคนไม่อ่านอ่ะค่ะ ... มันอิงสมัยปู่จีด้วย เหะ ๆ แต่ก็คงไม่มีอะไรมากมั้ง ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ (เอ๊ะ ... ยังไงของมัน)

 

ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วอ่ะค่ะ

 

ตอนนี้ก็นั่งร่างพล็อต สนุกสนานมาก TTwTT << เชคหน้าด้วย ใกล้สอบ งานเริ่มเคลียร์ โอ๊สสสส หยุด 3 วันจะปั่นการบ้านให้หมดแม็กเลย orz แล้วจะได้มามืดมนกะฟิคต่อ (อิชั่ววว)

 

เริ่มจะหายไม่สบายแล้วค่ะ ต้องหายก่อนวันที่ 4 เพราะจะบริจาคเลือด ~

 

ปล. มีความสุขแบบดิบ ๆ อีกแล้วค่ะ orz
ปล. ไม่ได้เครียดอะไร แค่ไม่สบาย มันเมาค่ะ มันเมา !! (จะไปก๊งเหล้า 555 >>> ล้อเล่นนะคะ)

 

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

TAG