TAG

JOHNNYs

[SF] Left or Right [JR.community]

posted on 08 Sep 2007 19:03 by devilz79  in FICTIONs, JOHNNYs

Title : Left or Right

Cast : Keichiro x Shigeaki

Author : Ku_ShiNe + I.Kusa

====== LEFT or RIGHT ======

ผม....ชิเงะอากิ คาโต้ ผู้ที่วันๆนั่งอยู่แต่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมของคอมพิวเตอร์
เสียงของใครๆหลายคนต่างพร่ำบอกว่าผมน่ะ....ไม่หัดไปพบปะสังคมบ้าง
อุดอู้ตัวเองอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม โทรมๆบนอพาร์ตเม้นต์แห่งนี้
โทรทัศน์, วิทยุ, นิตยสาร หรือสื่อต่างๆ ไม่ได้อยู่ในสารบบของผมเลย
สื่อตัวเดียวของผมก็จะมีแต่คอมพิวเตอร์สีดำที่จ้องหน้าแข่งกับผมทุกวันนี่แหละ



แต่ผมก็มีความสุขนี่หน่า กับชีวิตแบบนี้
ผมมีสังคมที่เฮฮา บ้าบอ ไร้สาระไปวันๆแบบนี้ ก็พอแล้วมั๊ง
ผมไม่เห็นจะต้องการเลยแฟนเฟินกิ๊กเกิ๊กที่เค้าฮิตๆกันน่ะ



|| Ya || matomo Says: Ohayoooooo~



เสียงใสๆจากโปรแกรมที่ติดเครื่องมาตั้งแต่สมัยคุณแม่ยังสาวจนปัจจุบันเป็นเบบี๋แล้ว

[Gesshii] Says: ห๊า--? อรุณสวัสดิ์ คิดได้น่ะ

|| Ya || matomo Says: อ๊ะ!! ก็ฉันเพิ่งตื่นนี่หน่า ..... ก็นึกว่ากำลังเช้าๆ ไง คิดถึงชิเงะจังจังเลยยย~



ผมก้มมองลงที่นาฬิกาบนจอคอมพิวเตอร์ จะบ้ารึไง!!!!!!!! เพิ่งตื่น
ก็นี่มันห้าโมงเย็นกำลังจะหกโมงเย็นอีกไม่กี่นาทีแล้วนะ.....



[Gesshii] Says: ไม่ต้องมาฟอร์มปากหวานเลย เมื่อคืนกลับบ้านกี่โมงเนี่ยย??

|| Ya || matomo Says: ง๊า~ หิวข้าวจังเลยชิเงะจังงง เค้าหิวๆๆๆๆ

[Gesshii] Says: อย่ามาฟอร์มเปลี่ยนเรื่องนะโทโมะ!!! ผมถามว่ากลับบ้านกี่โมง?

|| Ya || matomo Says: ตัวเองก็อย่าดุเค้าสิ T T

[Gesshii] Says: โทโมะ!!!!!! ผมจะโกรธแล้วนะ

|| Ya || matomo Says: ก็...ก็...ประมาณ 6 โมงอ่า เลยนอนถึงห้าโมงเย็นเลยย แหะๆ



แล้วเสียงแป้นพิมพ์ที่รัวเป็นชุดก็ถูกส่งไปยังอีกฝ่าย
ที่นั่งทำหน้าจ๋อยๆเพราะโดนดุจากคนน่ารักเป็นชุดๆ
นี่ถ้าเกิดคุยโทรศัพท์นะโทรศัพท์ต้องระเบิดแน่ๆเลยอ่ะ



======== Left or Right? =======



ผม...โคยาม่า เคอิจิโร่ ผู้ชายที่หน้าตาดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ วะฮ่าๆ
ตอนนี้ผมกำลังขะมักเขม้นกับการปรุงรสโซบะราเม็งอย่างสุดฝีมือ
ม่งั้นผมคงโดนหม่าม๊าของผมกระทืบจนจมดินแน่ๆ



ชีวิตผมก็มีอยู่เท่านี้แหละ ไม่มากไม่มาย นอน กิน ทำงาน เรียน
จะว่าไปที่ร้านผมขายดีแบบเนี้ยเพราะว่าลูกชายเจ้าของร้านหล่อน่ะครับ
๊ะๆ อย่าคิดจะเถียง ผมไม่ยอมให้คุณๆๆๆๆเถียงผมออกมาหรอกน่า!!



เฮฮา ปาร์ตี้ หัวเราะ สดใส พ่นเรื่องบ้าบอๆ ทำอะไรบ้า
ั่นแหละนิยามของผม ดูโทรทัศน์ซึ่งเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นทำกันอยู่แล้ว
ผมก็ดู แต่สิ่งนึงที่ผมไม่กล้าเข้าใกล้ ขยาดอย่างแรงนั่นก็คือ
..คอมพิวเตอร์... หรืออะไรที่มันดูไฮๆแบบเนี้ย มันผิดธรรมชาติ



ชีวิตของผมลมหายใจก็อยู่กับธรรมชาติเท่านั้น
ูดอากาศดีๆจากต้นไม้หน้าบ้านไป....อ๊า~ ดอกไม่ช่างงดงามเหลือเกิน
ั่นแหละ ชีวิตผม ออกจะงดงามดังดอกไม้บนหุบเขาอันกว้างไกล



แต่มันก็แหละน๊า!!! ต้องมีอะไรมาขัดขวางธรรมชาติของผมเสมอเลยสิน่ะ
ะเป็นอะไรไปได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่อพาร์ตเม้นต์โทรมๆ ที่ดูขัดหูตาผมเสมอมาและเสมอไป
ม่ใช่เพราะมันโทรมหรือว่าอะไรหรอกนะ แต่คือมันบังภูเขาที่ผมจะชอบมองตอนเด็กน่ะเซ่ะ



“ไอ้โคะ!!!!!!!!!!!!!!” ผมสะดุ้งตามเสียงของแม่ เออ! ผมจำเสียงแม่ได้น่า
เส้นๆๆๆ อ๊ากกกกกกกกกก เส้นของแม่~~~ แกออกไปเลยนะ” แม่คว้าถุงเส้นจะฟาดหัวผม



“อะไรอ่ะ!? โหยย จะช่วยอ่ะๆๆๆๆ ไม่เอา เค้าจะช่วยย” ผมสะดีดสะดิ้งไปงั้นๆแหละ
วามจริงก็ไม่ค่อยอยากทำราเม็งอ่านะ อยากออกไปเรียกสาวๆมากกว่า ฮ่ะๆ



“อย่ามา ออกไปนอกร้านเลยไป๊!!” ต้องคาบไม้บรรทัดแล้วยืนขาเดียวด้วยมั๊ยครับคุณแม่
้อนปะหลับปะเหลือกก่อนที่จะเดินออกไปด้วยหน้าตาที่หลั่นล้าสุดๆ โฮ่ะๆๆๆ



แต่ก็นะ...ก็ต้องขอบคุณไอ้อพาร์ตเม้นต์นั้นด้วยแหละ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็มาจากที่นั่น
ก็งี้แหละน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า นกพึ่งฟ้า ปาร้าพึ่งไห เอ๊ยย ปลาพึ่งหนอง
เชิญเลยครับ โต๊ะข้างในยังเหลืออีกนะคร๊าบบบบ” ผมโบกมือหยอยๆเรียกสาวๆที่ผ่านไปมา
ต่แม่พวกนั้นช่างตาบอดเสียเหลือเกิน มองไม่เห็นความหล่อบนใบหน้าของผมซะนี่ ฮ่ะๆ
สรุป...ผมก็พาลูกค้าหายไปซะอย่างนั้นอีกคนนึง เวรของกรรมซะจริงๆ
อ๊ะ!!!! มีคนเดินตรงเข้ามาที่ร้านผมแล้วว แม้หมอนั่นจะเป็นผู้ชายก็เถอะ
หรืออาจจะเป็นโฮโม ผมอาจจะหล่อเกินไป สงสัยต้องลดระดับความหล่อลงแล้วว



“เชิญข้างในได้เลยนะครับ” โอเค๊! ยิ้มเข้าไว้ไอ้โคะ ยิ้มมมมม~



ไอ้ล่ำนั่นมองผมด้วยหางตาก่อนจะเดินเลยผ่านผมไป ฟิ้ววว~
มันเข้าเพราะเห็นผม หรือมันเข้าเพราะไม่อยากมองหน้าผมฟร่ะ



“เอ่อ...ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าอพาร์ตเม้นต์.......อยู่ตรงไหนหรอครับ”
ผมจ้องบ้านั่นเขม็ง อะไรฟร่ะ - -* อยู่ตรงหน้าแกนี่แหละ คนรู้อยู่นี่ๆ
บังอาจมากมายที่กล้ามองข้ามคนหล่อไปได้ ไอ้ล่ำ - -*

“อ้อ...ขอบคุณมากๆนะครับ เอ้อๆ พอดีผมเห็นมีคนท่าทางไม่ปกติเท่าไรยืนอยู่หน้าร้านน่ะครับ
ยังไงก็ช่วยดูด้วยล่ะกันนะครับ....เดี๋ยวลูกค้าไม่กล้าเข้าร้านกันหมด ขอบคุณครับ”



ไหน !? ใคร ? ใครไม่ปกติ บอกเฮียโคะมาเซ่ะ เดี๋ยวเฮียจัดการเอง
ใครฟร่ะ?? ใครมันกล้าเปรี้ยวหน้าร้านอั๊ว
แต่....มันก็ไม่มีใครนี่หว่า...นอกซะจาก.....เฮ้ยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!
ทันหาว่าผมเป็นคนบ้า!!!!! ไอ้ล่ำ....บังอาจมากเกินไปแล้วววว
แต่ปล่อยมันไปเถอะ เพราะไม่งั้น...
ผมอาจจะเป็นคนที่หล่อที่สุดในโลก ตายอย่างอนาถที่สุดในโลกด้วย



....เพราะว่าผมจะโดนไอ้ล่ำนี่ทับขี้แตกตาย.....



======== Left or Right? =======



ชิเงะนั่งจ้องจอคอมอย่างหงุดหงิดเล็กๆ หายไปไหนน๊า~
ใบบอร์ดก็ไม่อยู่ เอ็มก็ไม่ออน ไอ้หมูบ้าๆๆๆๆ น่าเกลียดที่สุด
มาทำให้เขาเป็นห่วงแล้วหายไปดื้อๆอย่างงั้นน่ะหรอ?



เอ...หรือทำงานอยู่หว่า !?



ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!! ชิเงะหันขวับมองประตู
ออดก็อยู่หน้าห้องน่ะ ไม่กดวะ!? ที่บ้านไม่มีรึ????



หรือเจ๊จะมาทวงค่าเช่าหว่า????? น่ากลัวว



ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!! แน่ะ! เออ รู้แล้วว กำลังจะไปเปิดเว้ย
แอบบ่นในใจเงียบๆอย่างหงุดหงิด ไอ้บ้าๆๆๆ
คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ อย่ามาเร้า อย่ามาเร้า
เดี๋ยวจะตายแบบอนาถาสุดๆ - -++



“หวัดดีครับ~ เห............” อ๊ายยยย!!!!!! (ขอหน่อยเหอะ)
ถ้าเป็นผู้หญิงจะร้องออกมาอย่างงั้นจริงๆ
ยังไม่ทันได้พูดอะไรจบเลย มากอดตูได้ไงเนี่ย!??????


“เฮ้ยยยยยยยยย ปล่อยนะเว้ยยยยยยยยยย”
และแล้วไอ้โฮโมนั่น ก็ลงไปกองเอ๊าะเย๊าะอยู่กับพื้น
ด้วยแรงถีบจากชิเงะจังผู้ร่าง (ไม่) บางน่ะเอง



“คิดจะฉวยโอกาสรึ!!! ไอ้โฮโมโปรแทสเซี่ยมมมม
เอ็งเป็นใคร!? คิดเปรี้ยวรึไงหะ!? ชิชะๆ
ไม่รู้รึไงว่าพ่ออั๊วเป็นถึงประธานาธิบดีของประเทศอูกันดาเชียวนะเว้ย!!!!!!!!!”



ไอ้โฮโมโปรแทสเซี่ยมถึงกับทำหน้าเอ๋อไปเลยทีเดียว
“เอ่อ...ขอโทษครับ ผมคงจะจำผิดน่ะครับ แหะๆ นึกว่าชิเงะจังซะอีก”
โฮโมฯ เกาหัวแกรกๆ (ตกลงจะใช้ชื่อโฮโมจริงๆหรอ?)



“เหะ? ชิเงะจัง?? ฉันนี่แหละชิเงะจัง ลูกชายประธานาธิบดีประเทศอูกันดา!!!!”
มันจะเชื่อมั๊ยน๊า~ ขอให้มันเชื่อจริงๆเถอะ จะได้ไม่กล้าทำอะไรเขามาก.....



“เง้อ..คงคนละคนกับชิเงะเพื่อนผมอ่าครับ ชิเงะเพื่อนผม
เค้าไม่ได้มีพ่อเป็นประธานาธิบดีอ่า แล้ว...แล้วอีกอย่าง ถึงเค้าจะดุ แต่เค้าไม่ได้โหดนะครับ”
งึ....คงจะผิดคนจริงๆแหละ ไม่น่าใช่ชิเงะจังของเขาล่ะน๊า
คนคนนั้นออกจะน่ารัก อาจจะดุไปบ้าง แต่ก็ไม่โหดอ่ะ!!!!!!



“เห? ดุ?” ชิเงะทำหน้างงแด๊ก มันออกจะคุ้นๆมั๊ยเนี่ย



“ครับ...เขา...เขาก็เป็นห่วงผมตลอดน่ะแหละ
ชิเงะจังคนนั้นน่ารักมากๆเลยนะครับ เค้าจะถามผมว่ากลับบ้านกี่โมง
เมื่อคืนนอนพอมั๊ย? ทำงานเหนื่อยมั๊ย...ประจำน่ะครับ”



เห? คุ้น...คุ้นมั๊กมากกกกก คุ้นๆนะเนี่ย



“ผมก็อุตส่าห์เข้ามาโตเกียว ก็อยากจะลองมาหาเค้าดูนี่ครับ
แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอคุณ...เอ่อลูกชายประธานาธิ....”
แต่โฮโมฯซังก็ต้องชะงักเมื่อมือเรียวสวยประชันกับหน้าเค้า
แต่แค่เกือบๆโดนเท่านั้นแหละนะ แหะๆ กุจะตายมั๊ยยยย T T



“นายบอกว่านายเข้าโตเกียวมา แล้วนายอยู่ที่ไหนอ่ะ?”
ถ้าคำตอบมันใช่...ใช่แน่ๆ......มันคุ้นไปสักนิสสนึงล่ะนะ



“จิบะคะ....” จากคนที่โดนว่าว่าเป็นโฮโมฯ ไอ้หื่นเอย ไอ้ลามกเอย
ก็โดนอีกฝ่ายโถมตัวเข้าไปกอดเต็มๆ แง๊ T T กลัวววว

 

"โทโมะจังง มาหาผมได้ไงเนี่ย.....” ชิเงะเปิดบทสนทาขึ้นเมื่อพากันเข้าไปในห้องเรียบร้อย
ใบหน้าขาวมีสีเรื่อเล็กน้อยเมื่อได้สบตากับเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตตรงๆ
จะว่าไปเจ้านี่ก็หล่อดีเหมือนกันนี่หน่า...มิน่า ได้ป๊อปในบอร์ดนักหนา เจ้าบ้าๆๆ



“ก็ นายเคยให้ที่อยู่ชั้นไว้นี่หน่า แล้วนี่ก็สองปีแล้วนะที่เราคุยกันมาน่ะ
นายมันใจร้ายมากๆเลย เบอร์ก็ไม่เคยให้ ฮึ!!!!!” โทโมะทำท่างอนๆ



“แหม...ผมมีโทรศัพท์กับเค้าที่ไหนล่ะนะ แต่ห่วงแทบตายนะ
จะมาหาก็ไม่บอกกันสักคำนึง!!! นึกว่าหายไปไหนซะอีก”



“ชิเงะจังน่ารักที่สุดในโลกเลยน๊า~ โทโมะรักชิเงะๆ”
ร่างใหญ่โอบกอดคนตัวเล็กกว่าอย่างคิดถึง
ไม่คิดว่าจะได้มาเจอตัวเป็นๆแบบนี้ ได้กอดด้วย.....



“โทโมะ...พอๆ เดี๋ยวผมก็ช้ำตายพอดี กอดอยู่นั่นแหละ
ผมไม่ใช่ตุ๊กตานะ...กอดมากๆไม่ดีครับ”
ทั้งๆที่เจอกันครั้งแรก...กลับไม่มีอาการขัดเขินเลยสักนิดเดียว
แต่หัวใจเต้นแรงขนาดนี้...มันคือความรู้สึกอะไรนะ...



======== Left or Right? =======



“เอ่อ.. ป้าจะปิดร้านแล้วอ่ะจ๊ะ เอ่อ....” เจ้าของร้านราเม็งพูดอย่างกระอักกระอ่วน
คือก็ใกล้จะปิดร้านแล้ว...แต่ก็มีลูกค้ามา ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?



“นะครับ ป้านะ...นะครับ วันนี้ผมพาเพื่อนผมมากินด้วยนะครับ
ขอแค่ราเม็งชามเดียวสำหรับเพื่อนผมก็พอแล้วนะฮะ..นะ...นะครับ”
ชิเงะทำสายตาอ้อนวอนคนขายอย่างสุดความสามารถ
นี่ถ้าโทโมะไม่มานะ ไม่มากินให้เปลืองกะตังค์หรอก แค่บะหมี่กึ่งซองเดียวก็พอแล้ว



“เอ้อ...ก็ได้จ๊ะๆ” ฮ๊ะฮ่า---ความตั้งใจของชิเงะก็ประสบความสำเร็จ
...ท่าทางต้องเป็นคนสำคัญมากกว่าเพื่อนแน่ๆเลย....
แล้วไอ้ลูกโคะมันหายพระเฮดไปไหนอีกฟร่ะเนี่ย...เดือนนี้ตัดเงินเดือนแน่!!!!!!!!!!!!!!!!!!



“โทโมะจังอยากทานแบบไหนล่ะครับ” ชิเงะหยิบเมนูขึ้นมาแล้วส่งให้คนตรงข้าม
หม่ามี๊ของโคยาม่ามองเด็กสองคนด้วยใบหน้าที่ยิ้มๆ
ชิเงะจังหรือชิเงะอากิ ... เด็กผู้ชายที่นั่งเงียบทั้งวัน ไม่ยอมพูดจากับใคร
เมื่อก่อน แค่เขียนรายการราเม็งใส่กระดาษพอได้แล้วก็ออกไปไม่ยอมพูดจากับใคร
ไม่ยอมมองหน้าใคร... ไม่มีรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะจากเด็กคนนี้เลย



แต่มาวันนี้...เด็กคนนี้กลับกำลังอ้อนวอนกับเธอเพื่อที่จะพาเพื่อนมากินราเม็ง
เด็กคนนี้กำลังส่งเมนู กำลังพูดเสียงใส กำลังหัวเราะ กำลังยิ้ม
กำลังจ้องหน้าของอีกฝ่ายอย่างมีความหมาย....



อยากให้ไอ้ลูกโคะเห็นจังเลย ... ใบหน้ายามยิ้มแย้มของคนที่มันบอกว่าน่าเกลียด
มองยังไม่ทันเต็มหน้า ไอ้ลูกนี่ก็พูดออกมาอย่างงี้แล้ว...แค่เห็นด้วยหางตาปรือๆของมัน
ไอ้แมวโคะ....เอ็งเห็นแล้วเอ็งจะเสียใจที่ไปว่าน้องเค้าอย่างงั้น หึหึ



“ป้าคร๊าบบบ ขอโซบะราเม็งหนึ่งที่ครับ” เสียงใสตะโกนลั่นร้าน
แล้วก็หัวเราะคิกคักกับตัวเอง....ท่าจะบ้าแล้วเรา~ เคยซะที่ไหนล่ะตะโกนดังน่ะ
ให้มันได้อย่างนี้สิ โอ๊ยย ทำไมวันนี้ตัวเองพูดมากจังเลย



“อ้าว ชิเงะจังไม่กินล่ะ?” โทโมะถามด้วยความงง ตัวก็ไม่ใช่เล็กนะนั่นน่ะ
แต่ก็น่ารักที่สุดในโลกเลยย (เกี่ยว!?)



“ไม่ล่ะครับ เห็นโทโมะกินได้ก็โอเคแล้ว....ว่าแต่โทโมะนอนไหนหรอ?
หาที่นอนได้รึยังครับ?” ชิเงะเบี่ยงประเด็นมาเป็นเรื่องที่อยู่อาศัยของโทโมะแทน



“ก็คงหาโรงแรมแถวๆนี้นอนแหละ...ตื่นมาก็จะได้มาหาชิเงะจังเลยไง
พรุ่งนี้พาเค้าไปเที่ยวด้วยน๊า~ เค้าอยากเที่ยวกับชิเงะจังอ่ะ” คนตัวโตทำตาวิบวับ
ชิเงะที่มองอยู่ถึงกับหลุดขำออกมา มิน่า....เฮ้อ...ช่างเถอะ



“นอนที่อพาร์ตเม้นต์ผมก็ได้นะ จะได้ไม่เปลือง...ถ้าโทโมะไม่รังเกียจน่ะ”
บ้าเอ๊ย!!!! ปากบ้า ไปชวนเค้ามานอนได้ไงวะน่ะ - -*
แคบก็แคบ เตียงก็มีเตียงเดียว....ฮึ่ยยย ไอ้เงะบ้า!!!!!!!!



แต่คนที่ฟังตาลุกขึ้นมาทันที “จริงอ่ะ?? เย้ๆ นอนสินอนๆ
อ๊า~ ตื่นมาก็เจอหน้าชิเงะจังคนแรกเลย ดีใจๆๆๆๆ ไม่ต้องเห็นหน้าประชาสัมพันธ์ที่ล๊อบบี้”
นี่ถ้าเกิดมีคนบอกเค้าว่าเป็นโรคติดชิเงะประมาณนั้นก็คงไม่ผิดหรอก
รู้จักกันมาตั้ง 2 ปี ชิเงะนี่แหละรู้จักตัวของเขาดีกว่าคนอื่น
เป็นคนที่คอยปลอบใจ เป็นคนที่คอยยิ้มด้วย เป็นคนที่คอยเป็นห่วง
และ...เป็นคนที่เขาอยากจะอยู่ใกล้ๆ อาจจะเพราะความรักที่ขาดไปนานมาก...



“ราเม็งร้อนๆมาแล้วจ๊ะ...ระวังลวกปากนะ” คุณป้าใจดีวางราเม็งตรงหน้าของโทโมะ



“นายไม่กินจริงๆอ่ะ...ไม่กินจริงหรอ?” คนที่ได้รับราเม็งเงยหน้ามามองคนตรงข้ามแล้วทำปากมู่ๆ
ใช้ตะเกียบคีบเส้นราเม็งขึ้นมาแล้วยื่นให้คนตรงข้าม “กินซิ ผลัดกันกินคนละคำ น๊าๆ”



ชิเงะหัวเราะเบาๆก่อนจะใช้ปากรับเส้นราเม็งจากโทโมะ บรรยากาศบางอย่างที่ใครๆก็รับรู้ได้
แม้จะเป็นผู้ชายด้วยกัน...แต่...ไม่มีคำว่าน่ารังเกียจ...ไม่มีบรรยากาศแบบนั้นเลย
ความสุขของผู้ชายคนนึงที่ขาดความรักไป กำลังถูกเติมเต็มด้วยความห่วงใยของอีกคน



======== Left or Right? =======



“แกนะ ไอ้โคะ หายไปไหนมาหะ???” ผู้เป็นแม่พยายามจิกลูกชายของตัวเอง
ที่ลากจักรยานคันโปรดกลับบ้านแท็กๆๆๆ “รู้มั๊ยใครมาที่ร้านน่ะ”



“ใครอ่ะมี๊ เคียวโกะ ฟูคาดะหรอ?” ก็พยายามสนใจแม่หน่อยล่ะกัน เดี๋ยวน้อยใจ
หาว่าลูกไม่รัก ไม่สนใจอีก.... “เอ๋? โอซึกะ ไอจังใช่ม๊า~ แม่ถ่ายรูปไว้ป่าวอ่ะ!!!!!!!”



“น่ารักกว่านั้นเฟ้ย!!!!!!!!!!!” นี่หรือคือคำพูดที่แม่ใช้กับลูก แต่มันปกติแล้วล่ะ
“เป็นคนที่แกบอกว่าน่าเกลียดน่ะแหละ ไอ้ปรือ ไอ้ตาไม่ดี ไอ้โลกทัศน์แคบ”
เฮ้ย! มี๊....ไอ้สามคำหลังที่กลั่นกรองออกมาจากใจใช่ม๊ะ
ดูมันจริงใจเกินไปแฮะ -..- แต่มี๊น่ะแหละ ทำให้ผมออกมาตาปรือหล่อแบบเนี้ย



“มี๊...ผมเคยว่าสาวคนไหนน่าเกลียดห๊ะ??? ไม่มีซะหน่อย”



“ไม่ใช่เด็กในสังกัดแกเว้ย!!!!!! ชิเงะจังอ่ะ จำชิเงะจังไม่ได้รึไง??”
แม่บังเกิดเกล้าตะโกนใส่ลูกชายที่มันคิดว่ามันหล่ออย่างหงุดหงิด
“แกนะแก...ก็แทนที่จะอยู่ตอนที่ชิเงะจังเค้ามา....ไอ้ปรือเอ๊ยยย
ไปอาบน้ำนอนไป๊....อย่ามาให้แม่เห็นหน้านะเฟร้ยยย”



ง่ะ = = มี๊น่ากลัว~ เออ ปรือเว้ย!!!!! ปรือแต่หล่ออ่ะ มีพรอมแพรมไรแม๊ะ!!!!



======== Left or Right? =======



“เมื่อคืนนอนไม่หลับหรอ? พลิกไปมาทั้งคืนเลย” โทโมะเปิดบทสนทนาในช่วงเช้า
ตอนที่เขากำลังชงโอวัลตินกับกำลังทำอาหารอยู่ในครัว “เพราะชั้นรึเปล่า นายถึงนอนไม่หลับน่ะ...”



ก็แหม....ใครมันจะหลับลงล่ะน่ะ เตียง 3.5 ฟุต เหมาะที่จะนอนคนเดียวที่สุด
แต่กลับมีอีกคนมานอนด้วย แถมตัวไม่ใช่เล็กๆน่ะนะ...ลมหายใจที่ก็จ่อต้นคอเลย
“อ๊ะ..ป่าวๆ ไม่ใช่หรอกน่า...อย่าคิดมากสิโทโมะจัง ทำไรอยู่อ่ะ”



“ก็อาหารเช้านิดๆหน่อยๆอ่ะ ชิเงะจังไปอาบน้ำก่อนสิ แล้วเดี๋ยวมากินด้วยกันนะ
ชั้นตั้งใจทำสุดๆเพื่อนายเลยนะเนี่ย....!!!!!!!!!!!!!!” โทโมะตะโกนเร่งคนที่เพิ่งลุกจากที่นอน



เพื่อนรุ่นน้องคนนี้นี่นะ...เจอกันเมื่อสองปีก่อน ไม่รู้ทะลึ่งไปแอดเมลเขามาจากไหน
ก็งี้แหละนะหนุ่มป๊อปที่ใครๆก็อยากคุยด้วย ฮ่ะๆ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเลย
แต่คุยไปคุยมากลับกลายเป็นโรคชิเงะซิคซะแล้ว คืออาการติดชิเงะ
ไม่น่าเชื่อว่าอารมณ์คุยแบบเรื่อยๆสบายๆแบบนั้นจะทำให้เขาออกมาจากวังวนของความเศร้า



เป็นคนที่ออกจะแปลก...แปลกมาก...พอมาได้เห็นตัวจริง
ก็นึกอยากกอดขึ้นมาซะอย่างนั้น แต่กลับโดนถีบออกมา
พร้อมกับรอยเท้าของลูกประธานาธิบดีประเทศอูกันดา *ยังไม่ลืมอีก*



และตอนนี้....กำลังตกหลุมรักรอยยิ้มสดใสนั่น....กับ...เจ้าของรอยยิ้มสดใส



“อ๊า~โทโมะทำอาหารเก่งจัง สมกับเป็นหนุ่มป๊อปเลยนะเนี่ยยย”
ชิเงะสูดกลิ่นอาหารอ่อนๆเข้าไปหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว



“พอเถอะน่า....อย่าเรียกชั้นแบบนั้นเลย...มันแปลกๆไงไม่รู้แฮะ” หนุ่มป๊อปลูบต้นแขนไปมา
แล้วทำหน้าสยองๆแบบเสียวๆ “น่ากลัวจะตายไปเป็นหนุ่มป๊อป...อ๊า”



ชิเงะหัวเราะแล้วลงมือกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย...
รอยยิ้มที่สดใสแบบนี้...เสียงหัวเราะนี้....ขอเก็บไว้เพียงคนเดียว จะได้มั๊ย





“เอ่อ...ผมก็ไม่ถนัดหรอกนะที่จะพาโทโมะเที่ยวโตเกียวอ่ะ นานๆทีผมจะออกจากบ้าน
แล้วก็ไปไกลที่สุดก็แค่มหาลัยเองอ่ะ....” ชิเงะสารภาพออกมาทำหน้าตาสำนึกผิด
ก็...ก็มัวแต่ดีใจนี่หน่า เลยลืมไปว่าไม่ได้เที่ยวในโตเกียวมานานแค่ไหนแล้ว
เช้ามาตื่นนอนไปมหาลัย พอเรียนเสร็จก็เดินตรงเข้าห้องพัก เปิดคอม เล่นเน็ต



โทโมะยิ้มออกมาอย่างใจดี มือหนากระชับมือเรียวเข้ากับตัวเอง
“ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย งั้น....เราก็เที่ยวพร้อมๆกันสิ”
แล้วก็ลากอีกคนเข้ารถไฟอย่างไม่กลัวอะไรเลย
ผิดกับอีกคนที่ใจเต้นตึกตัก....คงจะเป็นเพราะคนเยอะด้วยมั๊ง....
ร่างบางหาเหตุผลให้กับตัวเอง



“ชิเงะจังง สร้อยเส้นนี้สวยนะ...” ร่างหนาหยิบสร้อยสีดำ มีจี้เป็นรูปตัว S สีเงินสวยงาม
สายตามองสร้อยแล้วก็มองที่คอชิเงะอย่างจริงจัง “เหมาะกับนายดีอ่ะ...เหมาะจริงๆนะ”


“เท่าไรหรอครับ?” โทโมะชะโงกหน้าไปถามคนขาย แต่พอคำตอบออกมาก็ต้องรีบวางมันคืนกลับที่เดิม
“แหะๆ ขอโทษนะชิเงะ....ฉันอยากให้นายจริงๆ แต่เงินมีไม่พออ่ะ”



แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาดุๆของชิเงะ “ไม่ต้องซื้อให้ผมหรอกน่า...แค่ผมได้เจอโทโมะก็ดีพอแล้ว”







“แล้วโทโมะจะอยู่อีกกี่วันหรอ?” ทั้งสองคนแอบมาหลบแดดอยู่ในร้านไอศครีม
ที่ชิเงะไม่เคยแม้แต่จะคิดเข้ามาเพ่นพ่านให้เสียตังค์เล่น



“ก็...พรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้วล่ะนะ....อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ฉันรู้สึกผิดนะเนี่ย”
โทโมะที่ใส่เสื้อสีดำเอื้อมมือไปขยี้ผมชิเงะเบาๆเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าจะร้องไห้
นายอย่าทำแบบนี้สิ...มันทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันไม่ควรจะพบนายตั้งแต่แรกแล้ว



“จะบ้ารึไง...ทำหน้าแบบนั้นแบบไหนล่ะ โทโมะนี่ก็...”
ชิเงะพยายามไม่สบสายตาอ่อนโยนนั่น...มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด
ถ้ากลับไปแล้ว....ก็คงต้องเอาความร่าเริงของเขากลับไปด้วยสินะ
แล้วรอยยิ้มแบบนั้น....จะหาได้จากที่ไหนล่ะ.....อยากเป็นชิเงะที่มีความสุขแบบช่วงนี้จังเลย



“อ๊า~ ผมอิ่มแล้วครับ ไปเที่ยวต่อเถอะนะโทโมะจัง”
คว้าแขนแกร่งของอีกฝ่ายออกนอกร้านหลังจากที่จ่ายตังค์แล้ว



เบื้องหลังประตูกระจกใสๆที่ถูกเปิดออก
คนสองคนกำลังเดินผ่านกัน....แต่ไม่มีใครได้สังเกตกัน



“เฮ้ย! ฮิโระ ฉันอยากกินมอคค่าผสมกับมะนาวว่ะ”
เสียงเอะอะของโคยาม่าทำให้คนทั้งร้านหันมามอง
“เพิ่มวิปเพิ่มเชอร์รี่ด้วย อร่อยยยย~”
ไม่ทราบว่าด้วยความที่หน้าทนหรือตาปรือจนมองไม่เห็นคนรอบข้างที่มองเป็นตาเดียว
จนฮิโระที่มาด้วยกันแทบจะถีบมันส่งออกไปนอกร้าน ถ้าไม่ติดว่ามันคือคนจ่ายตังค์



ชิเงะหันมามองภายในร้าน เห็นผู้ชายคนนึง แม้จะดูจากเบื้องหลัง
แต่เขาก็มีความสุขดีนะ...อยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง



โคยาม่าที่พอจะสงบสติอารมณ์ได้บ้าง หันมองออกไปนอกร้าน
ก็พบกับแผ่นหลังที่สะท้อนความเศร้า แต่มีความห่วงใยจนเต็มเปี่ยม
อย่างน้อยๆ...ก็อยากได้ความห่วงใยจากคนรอบข้างเหมือนกัน



“มองไรวะไอ้โคะ!?” ฮิโรกิที่ชักสนใจเรื่องของเพื่อนก็เสนอหน้าเต็มที่
คิ้วสวยขมวดเป็นปม “มองบ้าบอไรของมันวะ?”



“เอาแมงโก้ทีนฟิฟตี้ไนน์ ไม่เอามะพร้าวอ่อน แต่ขอเป็นเชอร์รี่แทน!!!”
ฮิโรกิรีบสั่งด้วยความกลัวที่ไอ้เพื่อนรักมันจะตัดหน้า ไม่งั้นคงอีกนาน
(*ไปกินซเวนเซ่นกันรึไง - -“*)



“เอ่อ...ขอโทษครับ ไม่มีนะครับ แมงโก้ทีนฟิฟตี้ไนน์อ่ะครับ”
เด็กจดรายการเกาหัวแกรกๆ แมงโก้เฉยๆยังพอมี แต่แมงโกทีน = มังคุด
โอ้วววว ไม่เคยกินครับ ไอติมมังคุด โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก
“แล้วก็...ไม่เอามะพร้าวอ่อน แต่เอาเชอร์รี่แทน เอ้อ......”



“ลูกค้าคือพระเจ้าเว้ยไอ้น้อง!!! เฮียสั่งไรทำแบบนั้นมา
แมงโก้ทีนก็ต้องหามาให้ได้ เข้าใจแม๊ะ??” ฮิโระตีหน้านิ่งสั่งเด็กอย่างเย็นๆ
จะไปหน้าแตกต่อสาธารณะชนให้เสียชื่อคนหล่อก็เป็นไปไม่ได้อ่ะ



“เฮ้ยๆ ของพี่นะ เอา....มอคค่า ชอคโก ชอคชิพ มะนาว แมงโก้
สตอร์ฯ อื้มมม เพิ่มวิป เพิ่มเชอร์....อ้อๆ เอา... บลาๆๆๆๆๆๆ”
แล้วเด็กร้านนั้นก็เอ๋อแด๊กตายไปกับรายการของสองสหาย
กินอะไรแบบปกติธรรมดาไม่ได้ใช่มั๊ยหะ? ต้องสรรหาอะไรแปลกๆมากิน



“เฮ้ย! ไอ้โคะ เมื่อไรแกมันจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนรวมเป็นคนขึ้นมาได้ซะทีวะ”
ฮิโรกิซัดไอ้ติมเข้าปากเป็นลูกที่ห้าของวันแล้วเอ่ยถามโคยาม่าอย่างสงสัย
ต้องดูนี่....ฮิโรกิ อุจินี่ มีแฟนเป็นตัวเป็นตนน่ารักน่าชังมากมายตั้งคนนึงแน่ะ



“ก็จะโตจะตายไม่แน่นอนว่ะ ฮ่ะๆ อย่าเล่นมุกเพลงนี้นะเว้ย
ชั้นก็อินเทรนพอจะเคยฟังมาบ้าง...อิ่โด่ๆ อย่าพยายามดูถูกกระผมนะครับ”
ไม่เห็นจะใส่ใจเลย...วันๆก็เกาะๆแกะๆกับสาวคนโน้นคนนี้ไปบ้าง
*แม้ผู้หญิงพยายามจะหลบอย่างสุดความสามารถ*



ฮิโรกิส่ายหัวไปมาด้วยความระอาสุดชีวิต “ไอ้โคะเอ๊ยย ถ้าแกมีแฟน แกอาจจะเป็นคนมากกว่านี้ก็ได้”
ยอมรับเลย...ว่าชีวิตของเขาก่อนที่จะได้เจอกับแฟนที่แสนจะน่ารักนั้นเข้าสู่วงจรอุบาทว์ครบถ้วน
กินเหล้าเอย เล่นการพนันเอย ชกต่อยเอย โดดเรียนเอย เก้าลอเก้าที่สรรหาจะมาทำ



“แค่นี้ชั้นก็เป็นคนหล่อพออยู่แล้วว่ะ ไม่อยากมีแฟน มีไปก็น่ารำคาญนะเว้ย!!”
โคยาม่าพยายามเสนอความคิดตัวเองออกมา “ต้องเอาใจ ต้องนู่นต้องนี่ เบื่อว่ะ”
ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ลึกๆก็อยากจะมีคนที่ให้เอาใจ
อยากจะมีคนที่คอยเป็นห่วง ฮ่ะๆ คิดบ้าบอไร้สาระไรอยู่วะเนี่ย



“เออๆ ไอ้หล่อ หล๊อหล่อนะแกเนี่ย....” อุจจี้ไม่สนใจแล้วกินไอติมต่อไป



“แหม...แต่ชั้นก็นะเว้ย...ไม่มีใครถูกตาชั้น ชั้นก็ยังไม่ถูกตาใครด้วยแหละ
แต่จะเอาแบบแกก็ไม่เอานะ ตัวเล็กมือหนัก ซัดชั้นทีนึงหลังหักแทบตาย
ปากนี่ก็ไม่ใช่ธรรมดาเลย กัดชั้นออกเป็นชิ้นๆแล้วมั๊งน่ะ” คนตัวผอมหัวเราะในลำคอ
“อีกอย่าง...หน้าแมนมากเลยว่ะ”



“แต่ชั้นก็หล่อกว่าโว้ย!!” ยักคิ้วให้อย่างไม่คิดไรมาก ถึงเรียวจังจะเป็นแบบที่โคยาม่าพูดก็เถอะ
แต่โดยรวมแล้วก็จัดว่าเป็นคนที่น่ารักไม่ต่างจากคนอื่นๆเลย เป็นคนที่เหมือนคลอดเขาออกมาใหม่
บางทีความรักไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายรับหรือฝ่ายรุก หรือใครจะแข็งแกร่งกว่าใครเลย
ในเมื่อเขากับเรียวจังก็สัญญาว่าจะปกป้องอีกฝ่ายเอง...บางที...ความรักมันก็ไม่จำเป็นต้องมีแต่คำว่าเซ็กซ์
แค่ความรู้สึกที่ว่าอยากจะปกป้องอีกฝ่ายด้วยหัวใจของตัวเองมันก็พอแล้ว



ดังนั้นถ้าจะไปคำนึงถึงจุดที่ว่าเขาจะต้องเป็นฝ่ายรุกหรือเรียวจังจะต้องเป็นฝ่ายรับนั้น
มันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลยกับการที่คนสองคนต้องใช้ชีวิตร่วมกัน
ความรักของเขาอาจจะล่วงเลยเกินคำว่าเซ็กซ์มาแล้ว
หลายครั้งที่เขาปกป้องเรียว หลายครั้งที่เรียวปกป้องเขา แค่เราสองคนปกป้องกัน...มันก็พอแล้วล่ะ



======== Left or Right? =======



“เออนี่ ชิเงะจัง ชั้นมีเรื่องอยากจะบอกนายอ่ะ...”
คนตัวสูงกว่าที่เดินข้างๆชิเงะจังเอ่ยออกมาท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นในโตเกียว
แสงอาทิตย์สีส้มที่ทอแสงเป็นประกาย ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มดูสวยงามแต่กำลังจะจบลง



“หือม์? มีอะไรล่ะ” ชิเงะรวบรวมความกล้าจับมืออีกฝ่ายแน่น
ไม่อยากจะบอกเลย...ว่าชิเงะคนนี้กำลังกลัว...กลัวว่าคนที่เดินข้างๆจะหายไปต่อหน้าต่อตา



“เอ่อ...ไปหาร้านอาหารกินกันดีกว่ามั๊ยอ่ะ?”



ผู้คนบางตาแต่ดูแออัด แผ่นหลังของคนสองคนเดินสวนกัน
ไม่มีใครได้ทันสังเกตใคร....และอีกนานไหม...กว่าที่เขาจะได้รู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่อกันและกัน



“โทโมะจังมีอะไรจะบอกผมหรอ?” ชิเงะถามอีกฝ่ายตาแป๋ว
ว่าไปก็ใจหายดีเหมือนกัน ทั้งๆที่เพิ่งเจอกัน แต่ก็ต้องจากกันอีกแล้ว...



“อ่ะ...” โทรศัพท์มือถือสีดำสลับเงินถูกส่งผ่านโต๊ะอาหาร “ชั้นเก็บตังค์ซื้อให้นายน่ะ”
ริมฝีปากอิ่มเม้มสนิท “บางทีนะ...ฉันก็เหนื่อยเกินไปที่จะลุกขึ้นมาเปิดคอม
แต่ฉันก็ทำไม่ได้...ชั้นอยากเจอนาย อยากคุยกับนาย...แค่เห็นชื่อนายออนก็พอใจแล้ว
ชั้นไม่คิดหรอกนะ ว่าชั้นจะมีความรู้สึกแบบนี้กับใครได้อีก...แต่ชั้นดีใจ
ที่ในโลกนี้ อย่างน้อยๆก็ยังมีนายคนนึงที่คอยห่วงชั้น”



“แล้ว...”



แววตาเข้มแต่ดูไม่ยากเลยว่ากำลังเศร้าอยู่ “แล้วชั้นจะต้องย้ายที่ทำงาน”
น้ำเสียงเริ่มสั่นพร้อมๆกับแววตาคนตรงหน้า “ย้ายไปไกล...ไกลพอควรแหละ
ชั้นไม่อยากจะไป...โดยที่ปล่อยให้นายอยู่ที่นี่คนเดียว ชั้นกลัวนะชิเงะ....
ชั้นกลัวว่านายจะลืมชั้นแบบคนอื่นๆ ชั้นไม่อยากจะเสียนายไปนะ....”



เสียงหัวเราะค่อนแค่นแบบไม่เต็มเสียงดังออกมาจากปากชิเงะ
“คิดอะไรมากครับ ... ผม...ผมจะลืมโทโมะจังได้ไงล่ะ
ก็ในเมื่อ....โทโมะคือรอยยิ้มของผม โทโมะคือเสียงหัวเราะของผม
แล้ว...โทโมะก็คือคนที่คอยเติมเต็มส่วนที่ขาดของผม”
หยดน้ำตาหยดลงบนโต๊ะก่อนที่ร่างบางจะเอามือปิดหน้าแล้วสะอื้นออกมา



...ชั้น....ชั้นไม่ควรจะมาเจอนายตั้งแต่แรกจริงๆชิเงะ
ถ้าการพบกันทำให้เราต้องพรากจากกัน...ชั้นไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย...



“ไม่เอาน่า...อย่าร้องไห้สิชิเงะจัง แต่เราก็โทร.หากันได้เสมอนี่หน่า
เมื่อไรที่นายคิดถึงชั้นนายก็โทร.มาก็ได้...ชั้นว่างเสมอนะ สำหรับนายน่ะ”
มือหน้าขยี้หัวชิเงะอย่างเอ็นดู “ชั้นไม่อยากไปพร้อมๆกับน้ำตาชิเงะจังเลยนะ
มันทำให้ชั้นรู้สึกว่า...ชั้นไม่ควรจะเจอกับนาย...ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว”



ริมฝีปากหนาประกบเข้ากับริมฝีปากบางของอีกฝ่าย
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย กับท้องฟ้าสีดำที่มืดสนิท



======== Left or Right? =======



“เฮ้ย! ฮิโระ...คืนนี้ค้างบ้านชั้นม๊ะ เพิ่งได้หนังใหม่มา น่าดูดีว่ะ”
โคยาม่าเริ่มชักชวนเพื่อนเข้าบ้าน (เอ๊ะ?)
กล่องดีวีดีสีขาวสะอาดถูกชูขึ้นมาพร้อมกับชื่อหนัง
Turn Left Turn Right อุจจี้ยิ้มมุมปากก่อนจะพยักหน้าตกลง



“นายว่ามันจะมีจริงรึเปล่าวะเรื่องแบบเนี้ย” โคยาม่าผู้ชอบตั้งคำถามเป็นชีวิตจิตใจถามขึ้นมา
ใบหน้าขาวเคลิ้มไปกับหนังที่เพิ่งจบ “มันเกินจริงไปม๊ะ? ฮิโระ”



ฮิโรกิส่ายหัวไปมา “ไม่หรอก มีจริงๆนะแบบเนี้ย...ทั้งๆที่เดินสวนกันแต่ไม่เคยสังเกตไง
แต่ก็นะ....ไม่แน่นะเว้ย แกอาจจะเจอแบบนี้ก็ได้นะไอ้โคะ หึหึ”



“แกรู้สึกแบบชั้นมั๊ยวะฮิโระ?”



อุจจี้ทำหน้าเบ้ “เห??? อะไรวะ อย่าบอกนะว่าแกคิดแบบนั้นกับชั้นน่ะ ไม่นะ..ไม่เอา
แกก็รู้นี่หว่า ว่าชั้นมีแฟนอยู่แล้ว ไม่นะเว้ย!!!!! ชั้นไม่รู้สึกอะไรกับแกทั้งนั้น”
ก่อนที่คนตัวสูงจะโวยวายไปมากกว่านี้ หมอนใบเล็กก็อุดปากเข้าอย่างจังๆ



“ไอ้บ้า!!! แกมันวิปริตแมนจริงๆว่ะ สงสารเรียวจังชิบเป๋งเลย”
โคยาม่าถอนหายใจอย่างปลงๆ “ที่รู้สึกคือ แกรู้สึกมั๊ยว่าบางทีพระเจ้าก็กลั่นแกล้งเรา
ทั้งๆที่ทั้งสองคนต้องมาเจอกันอยู่แล้ว...แต่ว่า...ก็ไม่ยอมให้เจอกันง่ายๆ
ทั้งๆที่อีกคนขาด อีกคนก็ต้องเติมเต็ม แต่พระเจ้าก็ปล่อยให้ทั้งคู่ทนกับสภาพที่เป็นอยู่
บางที....กว่าจะมาเจอกัน มันก็สายไปซะแล้ว”



ฮิโระยิ้มน้อยๆที่มุมปาก ไม่น่าเชื่อว่าโคยาม่าจะดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้นกว่าเดิม
“โว้ยย ไม่รู้ รอเป็นพระเจ้าแห่งโลกใหม่ก่อนแล้วกันนะ จะมาบอก นอนแล้วโว้ย!!!”
ขายาวๆยัดเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาก่อนจะพลิกตัวไม่สนใจคนที่นั่งเคลิ้มกับหนังที่จบไป



....ชั้นจะช่วยแกภาวนานะโคะ ยังไงชั้นก็ขอให้แกได้เจอกับคนคนนั้นของแก
สักวันนึงแกจะต้องเจอ...ไม่ว่าจะช้าจะเร็ว แต่ไม่มีคำว่าสายไปหรอกนะโคยาม่า...



“แกเป็นคิระรึไงวะ? ฮิโระ!!! แกหลับแล้วหรอวะ??” โคยาม่าใช้เท้าเขี่ยๆเพื่อนที่นอนอยู่ *ถ่อยมาก*
พอเห็นว่ารายนั้นหลับแล้วเลยล้มตัวลงนอนบ้าง...หวังว่าพรุ่งนี้คงจะเจอเรื่องดีๆในชีวิตนะ ส๊าธุ!!!



======== Left or Right? =======



ร่างของชายสองคนที่กำลังเดินตากฝนภายใต้เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ
สายฝนยังคงโปรยปรายไม่หยุด
สายฝนกำลังโปรยปรายภายในใจของทั้งสองคนด้วย
หัวใจที่แห้งแล้งมานานกำลังชุ่มชื้นไปด้วยความรักของอีกฝ่าย



แต่...จะมีใครสักคนรู้มั๊ยนะ...ว่าการพรากกันครั้งนี้
จะเป็นการจำพรากพวกเขาทั้งสองคนตลอดกาล



“ไปอาบน้ำเถอะนะ ตัวเปียกแย่แล้ว...เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ”
มือหนาผลักร่างชิเงะเข้าไปในห้องน้ำพร้อมส่งผ้าเช็ดตัวเข้าไปให้ด้วย
“ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปส่งชั้นให้ได้นะ ชั้นจะไม่ยอมให้นายต้องไม่สบายหรอกน่า”
พูดไปพลางชงนมอุ่นๆไปด้วย....อากาศหนาวๆแบบนี้ เดี๋ยวไม่สบายเอาจะยุ่ง



โทโมะนั่งลงกับเก้าอี้สีน้ำตาลเก่าๆหน้าจอคอมพิวเตอร์
มือคลิกเข้าไปในโปรแกรม MSN ที่ลอคอินชื่อของชิเงะอากิอยู่



“You’re right. I’m left. It opposite direction”



ชื่อของเพอร์โซนอลทำให้เขาชะงัก ฉันซ้าย นายขวา มันคือทิศทางที่ตรงข้ามกัน
มือซุกซนไล่คลิกไปตามเอกสารต่างๆให้สะเปะสปะ



“คิดถึงโทโมะ...โทโมะจังหายไปไหน...คนอะไรใจร้ายที่สุดในโลกนี้เลย
จะไปไหนก็ไม่เคยบอกกันสักคำ ทุกครั้งที่ผมออนก็หวังเพื่อจะเจอโทโมะ
คนอื่นผมไม่เคยจะสนใจ แค่คนสำคัญของผมเท่านั้นที่ผมแคร์



เป็นผู้ชายที่ห่วงตัวเองน้อยที่สุดในชีวิตเลย มัวแต่ทำงานบ้าๆอยู่นั่นแหละ
เหนื่อยมาทั้งวันแล้วก็ยังจะฝืนตัวเองอีก ต้องให้คนเค้ามานั่งห่วง
ตกลงนี่เราเป็นอะไรไปเนี่ย มาตั้งหน้าตั้งตาบ่นเรื่องเจ้านี่ทำไมล่ะ
คงจะไม่ผิดใช่มั๊ย...ถ้าผมจะบอกว่าผม_______”



ช่องว่างที่เว้นเอาไว้ทำให้คนที่อ่านอยู่ใจเต้นแรงขึ้น
ความรู้สึกของเราตรงกันใช่มั๊ยชิเงะ...ใจของเราตรงกัน ตั้งแต่วันนั้น
มือหนากุมหน้าอกระดับหัวใจ ความเจ็บปวดที่แปล๊ปเข้าสู่หัวใจโดยเฉียบพลัน



ขอร้อง...อย่าเพิ่งเลย อย่าเพิ่งเป็นอะไรตอนนี้เลย...
อย่างน้อยๆ...ผมก็ยังอยากจะมองเห็นใบหน้าของเขายามยิ้มแย้มก่อนจะจากไป
“อยากเห็นรอยยิ้มของเขา ก่อนที่ผมจะไป...ขอร้อง”
คำพูดที่พูดออกมาเบาๆแต่ทำให้คนทีกำลังฟังอยู่ชะงักไป
รอยยิ้มของเขางั้นหรอ? แล้ว...โทโมะจะไปไหน ทำไมต้องขอร้อง





“ยังไงๆก็ต้องออนให้ได้นะ มีเวลาว่างตอนไหนก็ออนเลยนะ
ไม่งั้นผมคงคิดถึงภาษากวนๆของโทโมะจังแย่เลย” ชิเงะฉีกยิ้มให้เต็มที่
ยิ้มแบบคนที่มีความสุข ทั้งๆเจ็บลึก เจ็บปวดไปหมดทั้งใจ



“โอเชคร๊าบบ คิดถึงชิเงะจังจังเลยยยย~” กอดคนที่อยู่ตรงหน้าแน่น
รวบรวมแรงกอดเฮือกสุดท้ายกอดอีกฝ่ายอย่างแน่นๆ



“สัญญากับผมก่อนได้มั๊ย? ว่าโทโมะจะไม่หนีไปไหน โทโมะห้ามทิ้งผมนะ”
อย่าร้องไห้นะชิเงะ....นายจะให้โทโมะไปด้วยความไม่สบายใจงั้นหรอ?



รอยยิ้มอบอุ่มถูกส่งมาให้คนที่ถาม “ฉันสัญญา ว่าฉันจะอยู่ที่นี่...ตรงนี้ตลอดไป”
นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกข้างขวาของชิเงะเพื่อเป็นการย้ำเตือน
“ชั้นไม่กล้าเข้าไปอยู่ในใจของชิเงะแหละ ขออยู่ข้างๆหัวใจของชิเงะ
ถ้าวันไหนที่หัวใจของชิเงะเจ็บปวดหรือบอบช้ำ ชั้นจะขอเป็นคนดูแลมันเอง
ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในนั้น...ชั้นก็มีความสุขแล้ว”



ชิเงะตัวแข็งขึ้นมาทันที “โทโมะ....” ร่างบางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ
“ผม...ผมรักโทโมะมากๆนะ” พูดจบก็โถมตัวเข้าหาคนที่ยืนอยู่ทันที
“ขอบคุณนะครับ สองวันนี้โทโมะทำให้ผมได้กลายเป็นชิเงะที่มีชีวิต
เป็นชิเงะที่มีความสุข เป็นชิเงะที่...ที่ผมชอบ...ที่ผมอยากให้เขาเป็นแบบนี้”



“ชั้นอยากให้นายยิ้มได้ทุกวัน ชั้นอยากให้นายมีความสุขอยู่ทุกวัน”
แม้ว่าจะไม่มีชั้นแล้วก็ตาม...นายไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนะชิเงะ



======== Left or Right? =======



“ชิเงะจัง~” เสียงเรียกของป้าเจ้าของร้านราเม็งทำให้ผมเงยหน้าจากพื้นถนน
รอยยิ้มที่สดใสแบบนั้น รอยยิ้มที่ใจดีแบบนั้น อยากมีมั่งจังเลย
“เพื่อนคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะจ๊ะ...”



ผมชะงักเท้าหยุดลงทันที ไม่! เขาไม่ได้หายไปไหน เขายังอยู่กับผม...ใช่มั๊ย?
“เอ่อ...เค้าไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะครับ” ผมตอบเสียงเรียบๆ



“ห๊า? ทำงาน...ยังเด็กๆอยู่เลย เก่งจังเนาะ แล้วชิเงะจังล่ะ”
ป้ายิ้มให้ผมอย่างใจดี ผมก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วเดินออกไป



เขาไปแล้ว...นี่ก็วันที่สามแล้ว...ตั้งแต่ที่ผมได้เจอเขาครั้งนั้น
ผมไม่กล้าโทร.ไปหา ถ้าเขากำลังยุ่งอยู่ล่ะ...กวนเขาเปล่าๆ



ตอนนี้ผมไม่มีแรงที่แม้จะเปิดแต่คอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจะกำลังเริงร่าแน่ๆ
แต่ตอนนี้...เปิดไป ก็ไม่อยากจะคุยกับใคร ไม่อยากจะเจอใครทั้งนั้น
ถ้าไม่ใช่เขา “โทโมฮิสะ”



ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอผมอยู่ตั้ง 2 คืน ทำไมผมคิดถึงมันมากมายขนาดนี้
ร่างกายอบอุ่นที่ผมพิงมัน มือหนาที่กุมมือผมไว้เสมอ
แขนกำยำที่พร้อมจะปกป้องผมทุกเมื่อ และ...ริมฝีปากอุ่นที่สัมผัสกับผม



Tululu lulu tululu...



“โทโมะ...” ผมกรอกสายเข้าไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
“อยู่ไหน...โทโมะอยู่ที่ไหน????”



เสียงเขาหัวเราะดังขึ้นมา “ใจเย็นๆสิชิเงะจัง ชั้นไม่หายไปไหนหรอกน่า
ชั้นจะอยู่ข้างๆนายตลอดไปนะ...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลงในช่วงท้าย
“ชิเงะจังทำอะไรอยู่ หือม์?”



“ก็....”



“คิดถึงชิเงะจังที่สุดเลย...สัญญาได้มั๊ย ว่านายจะไม่ลืมชั้นน่ะ../ ยามาชิตะซังครับ
หมอสั่งไม่ให้คุณใช้โทรศัพ...../ หุบปากไปเถอะน่า” เสียงแทรกของบางคนทำให้ผมชะงักทันที
“ชิเงะจัง...ชั้นต้องวางสายนายแล้วนะ...”



“โทโมะ!!! โทโมะจังเป็นอะไร??? ทำไมต้องเข้าโรงพยาบาล” ผมกระชากเสียงดัง
เข้าโรงพยาบาล...ไม่ให้ใช้โทรศัพท์...เรื่องบ้าอะไรกัน มันเรื่องอะไรกัน!!!!!!!!



“เปล่าหรอก ก็แค่...มีแผลนิดๆหน่อยๆ .... ชั้นบอกให้แกออกไปไง!!!!!!!!! ออกไป”
แม้เขาจะไม่ได้ตะคอกใส่ผม แต่ผมยังสะดุ้งกับเสียงเหี้ยมนั้น



“โทโมะ!!!!!!!!!!” ผมตะคอก ผมรู้ว่าเขาโกหก เขาเป็นอะไร ทำไมเขาไม่บอกผม
“โทโมะเป็นอะไร บอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!!!! โทโมะอย่าทำแบบนี้นะ”
ผมกำลังจะร้องไห้ “อย่าทำแบบนี้กับผมเลยนะ...โทโมะ”



“ชั้นรักนายนะชิเงะ ชั้นเคยบอกนายไปรึยัง ว่าชั้นรักนายมากขนาดไหน
/ คุณยามาชิตะครับ!! ถ้าคุณยังไม่เลิกคุย ผมจะต้องเรียนท่านแล้วนะ
คุณยามาชิตะ!!!!!!!!” น้ำเสียงตะคอกของใครก็ไม่รู้ทำให้โทโมะดูอึดอัด อย่างน้อยๆ ผมก็คิดแบบนั้น



“โทโมะ...วางสายไปเถอะ แต่ช่วยบอกผมได้มั๊ย ว่าโทโมะเป็นอะไร”
หัวใจของผมมันหายไปแล้ว แต่ทำไม...ผมเจ็บจัง



“เปล่า .... / ถ้าคุณยังไม่รักชีวิตคุณเอง ในโลกนี้ก็ไม่มีใครรักคุณแล้วล่ะ คุณยามาชิตะ / ชิเงะ...
หุบปากไปน่ะแกอ่ะ!!!!! ชีวิตชั้น จะตายวันตายพรุ่งมันก็ชีวิตชั้น แกอย่ามายุ่ง!!!!!”
ตาย...อะไรกัน?



“โทโมะ!!!! บอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ...โทโมะเป็นอะไร!!!
โทโมะอยากเห็นผมเป็นคนไม่มีความสุขที่สุดในโลกงั้นหรอ?
โทโมะ!!!! ผมบอกให้บอกผมมาไง โทโมะอย่าทำแบบนี้นะ”



“ชิเงะ...แค่นี้นะ...ลาก่อน” แล้วสายก็ถูกตัดไป



ผมขว้างโทรศัพท์ออกไปไกล...ผมไม่เคยไม่มีเหตุผลขนาดนี้มาก่อน
แต่ตอนนี้ผมอยากจะร้องไห้...ร้องไห้ให้ความเศร้ามันหายไปให้หมด
ร้องให้จนกว่าโทโมะจะกลับมาหาผม กลับมากุมมือผมเอาไว้
กลับมาบอกว่าอย่าร้องไห้นะ กลับมาบอกว่าผมต้องเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก



Tulululu tulululu



“....” ผมรับโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยอาการที่พูดไม่ออก
โทโมะ...ใช่มั๊ย?



“เอ่อ..ขอสายอากาโกะซังหน่อยครับ”
หัวใจผมแทบจะหยุดลงพร้อมๆกับชื่อของหญิงสาวที่ผมไม่รู้จัก



“ขอโทษครับ โทร.ผิดเบอร์แล้วครับ”



ปลายสายขอโทษผมด้วยเสียงแห้งๆก่อนจะวางสายไป
3 ปีแล้ว... 3 ปีแล้วใช่มั๊ยนับตั้งแต่วันนั้น
3 ปีที่โทโมะทิ้งผมไป 3 ปีที่ผมต้องอยู่คนเดียว



3 ปีที่ผมต้องนอนร้องไห้อยู่คนเดียว ต้องนั่งกินราเม็งคนเดียว
ต้องเดินกลับบ้านยามค่ำคืนที่ฝนตกคนเดียว
ต้องไปเตร่ในโตเกียวคนเดียว ไปนั่งกินไอศครีมคนเดียว



“โทโมะ...ตอนนี้หัวใจชั้นกำลังจะตายไปช้าๆ โทโมะ!!!
ตอนนี้หัวใจชั้นกำลังบอบช้ำ...ไหนนายบอกว่านายจะดูแลมันไง
โทโมฮิสะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ผมตะโกนออกมาด้วยความเสียใจ



======== Left or Right? =======



~เธอ...ไม่ใช่คนแรกที่ร้องไห้ และไม่ใช่คนสุดท้ายที่เสียน้ำตา
เธอยังต้องเจอ เรื่องราวเลวร้ายกว่า กับชีวิตที่ต้องฟันฝ่าอีกมากมาย~




เสียงเพลงจากน้ำเสียงทุ้มๆที่ดังมาจากร้านราเม็งกระทบเข้าหูของชิเงะที่เดินผ่าน
สายตาคมทอดมองเข้าไปในร้านที่คนคึกคักมากกว่าเดิม



ผู้ชายร่างสูงคนนั้น...ที่กำลังร้องเพลงอยู่ ดูไกลๆก็ดูคุ้นตาดี
ใช่สิ...ชั้นไม่ใช่คนแรกที่ร้องไห้ แต่ตอนนี้ชั้นกำลังร้องไห้คนเดียวน่ะสิ
และไม่ใช่คนสุดท้ายที่เสียน้ำตา แต่ชั้นกำลังเสียน้ำตาให้กับคนๆนึงอยู่



“ชิเงะจัง~ เข้ามาฟังเพลงหน่อยเร๊ว วันนี้เพื่อนตาโคะมาร้องเพลงแน่ะ
ป้าอยากให้ชิเงะฟังน้ำเสียงของเขาน๊า~ มามะ” ป้าเจ้าของร้านลากชิเงะเข้าไปในร้านจนได้
ดวงตาที่เศร้าสร้อยคู่นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เธอดึงตัวเด็กคนนี้มาอย่างนั้นหรอ



~หากเธอพ่ายแพ้ ท้อแท้ สิ้นหวังในใจ หมดทุกอย่าง
อยากตะโกน อยากร้องไห้ ระบายให้สะใจ
ปิดตัวเอง เพื่อเธอ จะหลบหนี ไปให้ไกล
จากวันนี้ ที่โหดร้าย เกินจะทน~




“เพลงนี้มีคนฝากมาให้กับผมนะครับ เขาบอกว่าเขาอยากร้องให้ใครคนนั้นฟัง”
เสียงเพลงชะงักลงกลางคันเมื่อนักร้องหยิบกระดาษสีขาวขึ้นมาอ่าน
“ชั้นจะไม่ขออยู่ในหัวใจนาย อยู่ข้างๆก็พอ
แต่ขอสัญญาว่าจะดูแลหัวใจของนายเป็นอย่างดี
แม้ชั้นจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ชั้นจะอยู่ข้างๆนายเสมอ
ชั้นต้องการที่จะเห็นนายเป็นคนที่มีความสุข”
ผมหายใจไม่ออกขึ้นมาทันที คำพูดแบบนี้...เหมือนจงใจ
เหมือนโทโมะมาก...เหมือนจริงๆ



“โปรดอย่ายึดติดกับชั้น นายยังคงต้องมีชีวิตต่อไป....” สายตาของนักร้องสบตากับผมพอดี
ผมได้แต่หลบตาอย่างไร้เหตุผล “จงหารักที่ดีต่อไปเพื่อวันข้างหน้า ส่วนชั้น....
ก็จะขออยู่ข้าง ถ้าวันไหนนายเจ็บ...ชั้นจะเป็นคนปลอบปะโลมนายเอง....”



ผมหลับตาลงทันทีที่เขาอ่านจบ ทำไมผมต้องรู้สึกอยากร้องไห้ขนาดนี้ด้วย



~เธอ...ไม่ใช่คนแรกที่ร้องไห้ และไม่ใช่คนสุดท้ายที่เสียน้ำตา
เธอยังต้องเจอ เรื่องราวเลวร้ายกว่า กับชีวิตที่ต้องฟันฝ่าอีกมากมาย~




“ชิเงะจัง~ ป้าขอถามอะไรสักอย่างได้มั๊ย?” ป้าเจ้าของร้านเดินเข้ามาหาผมก่อนจะดึงตัวผมให้นั่งลง
มืออบอุ่นลูบหัวผมเบาๆ จนผมอยากจะปล่อยโฮออกมาตรงนี้เลย “ป้าไม่รู้หรอกนะ ว่าเรารู้สึกยังไง”
“อ่ะนี่...” ยื่นกระดาษสีขาวมาให้ผม “ชิเงะกับเพื่อนของชิเงะน่ะ...เป็นมากกว่าเพื่อนใช่มั๊ย?
ชิเงะรักเขาคนนั้น...มากกว่าคำว่าเพื่อนใช่มั๊ย”



ผมพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะหยิบกระดาษนั้นขึ้นมา ในใจผมมันเบาหวิวไปหมดแล้ว
“ชิเงะจัง...ช่วยโทร.กลับที่เบอร์ของชั้นหน่อยสิ...”
ในกระดาษมีเพียงข้อความแค่นั้น...แล้ว....ไม่มีข้อความอะไรอีกเลย



~อยากปลอบใจ ให้เธอ ให้หายระทม ในหัวใจ
แต่ก็คงทำไม่ได้ ก็เธอไม่เปิดใจ
ได้แต่เพียง บอกเธอ ว่าฉันยังคอยห่วงใย
อยากให้เธอ ฟังเอาไว้ สักครั้ง~




สายลมอ่อนๆที่กระทบใบหน้าของผมในยามเช้าราวกับว่าโทโมะมาปลุกถึงข้างเตียง
สายลมที่แผ่วเบา สายลมที่อบอุ่น สายลมที่ผมไม่อาจสัมผัสได้



ผมมองตัวเองในกระจกพร้อมยิ้มบางกับตัวเอง ตั้งแต่คราวนั้น...ผมก็ดูเป็นชิเงะที่มีชีวิตมากขึ้นแล้ว
ผมสามารถที่จะพูดคุยกับใครต่างๆได้อย่างสบายๆ แต่ในใจของผมก็ยังมีส่วนที่ขาดอยู่
โทโมะไม่เคยผิดสัญญา โทโมะยังคงอยู่ข้างๆหัวใจผม เพียงแต่...ตอนนี้ผมมองเห็นเขาแล้วล่ะ



“ชิเงะจัง~ ชั้นรู้ว่านายคงจะเดาได้แล้วล่ะว่าชั้นเป็นอะไร
ใช่...ชั้นเป็นมะเร็ง ทุกคนพยายามยื้อชีวิตชั้นแต่ก็ไม่เป็นผล
ไม่ว่าใครก็ยื้อชีวิตชั้นไม่ได้หรอกนะ แต่ก่อนที่ชั้นจะตายไป...
ชั้นอยากเห็นรอยยิ้มของชิเงะจัง...ชั้นอยากเห็นชิเงะจังที่มีความสุข
ชั้นกำลังมองชิเงะจังอยู่นะ ชั้นน่ะอยู่ข้างๆนายตลอดเลย
อย่าร้องไห้ต่อไปเลยนะ น้ำตาของนายปล่อยให้มันจบลงแค่นั้นแหละ
โปรดยิ้ม...เพื่อให้ชั้นมองดูนายอยู่บนนี้
ช่วยมีความสุข...แม้ฉันจะไม่ได้เดินเคียงข้างนายก็ตาม
แต่ความสุขของนาย ก็คือความสุขของชั้น...หากนายทุกข์ ชั้นก็จะทุกข์ไปกับนาย
เพราะนายคือความรักของชั้น ชิเงะอากิ...”




เสียงที่โทโมะฝากข้อความไว้ที่เบอร์ตัวเอง เมื่อผมโทร.เข้าไปผมสามารถจะได้ยินเสียงนั้นได้
วินาทีนั้น หลังจากที่ข้อความจบลงฝนก็เทลงมาราวกับจะล้างบาดแผลในใจผม
ผมร้องไห้ไม่หยุด....จนกระทั่งฝนหยุด ผมถึงจะยิ้มออกมา...เพราะฟ้าหลังฝนย่อมสวยงาม
ผมในตอนนี้ก็คงจะเป็นฟ้าหลังฝน อาจจะไม่ใสจ้า แต่ก็สวยงาม



นับจากวันที่โทโมะจากผมไปบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ก็ราวๆ 6 ปีแล้ว
ผมกับโทโมะเรารู้จักกันมา 8 ปีแล้ว จะว่าเร็วก็เร็ว...จะว่าช้าก็ช้า
เวลาที่เราเจ็บปวดมันช่างยาวนานเหลือเกิน ยาวนานพอๆกับเวลาที่ผมอยู่คนเดียว



.

.



ร่างบางก้าวเท้าออกจากนอกห้องด้วยความมั่นใจในตัวเองกับรอยยิ้มสดใส
ข้อเท้าหันขวาไปพร้อมๆกับอีกคนที่เดินไปทางซ้าย
แม้ทิศทางจะต่างกัน แต่ทั้งคู่จะรู้มั๊ยนะ...ว่าสามารถพาทั้งสองคนเจอกันได้



คนทั้งสองคนเดินลงจากอพาร์ตเม้นต์เก่าๆพร้อมๆกัน
เส้นทางของทั้งสองคนตั้งอยู่ทางทิศเดียวกัน และ....



“โอ๊ะ! ขอโทษครับ” ชิเงะอากิก้มหัวเบาให้กับคนตัวผอมที่เขาเดินกระแทกไหล่
ก่อนจะรีบเดินออกไปเพราะกลัวว่าจะไม่ทันที่ทำงาน



และไม่ได้สังเกตเลย...ว่าคนที่ตัวเองเพิ่งชนมองตามหลังไปอย่างไม่คลาดสายตา
หลังจากที่โคยาม่าหันกลับไปแล้ว...ชิเงะก็หันกลับมามองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความคุ้นเคย



แต่ทั้งคู่ไม่รู้เลย...ว่าเขาทั้งสองคนจะได้กลับมาพบกันอีก



--- THE END ---