S.Fiction 1859 | Track 5 : ความลับ

posted on 14 Jun 2014 13:26 by devilz79 in 1859, FICTIONs, REBORN
Title: Life in Different Sound
Fandom: Katekyo Hitman Reborn ! (c) Amano Akira
Paring: 1859 (Hibari * Gokudera)
Rating: PG13
Author: Devilz79


----------------  T r a c k   5   :  ค ว า ม ลั บ   ----------------




 
อากาศร้อน...
 
 
แม้จะค่อนข้างร้อนอบอ้าวและเหนียวตัวปานกลาง แต่สำหรับโกคุเดระ ฮายาโตะแล้ว รู้สึกว่ามันดีกว่าหน้าฝนมาก ร่างเล็กในชุดลำลองสบายๆ นอนเอนตัวลงบนเตียงพับที่ตัวเองอุตส่าห์ลากมันเอาออกมาอยู่นอกระเบียง
 
 
ไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อไร
 
 
ดวงตากลมภายใต้กรอบแว่นบางกวาดอ่านตัวหนังสือต่างประเทศที่เรียงเป็นพรืดอย่างสบายๆ มือเรียวพลิกเปลี่ยนหน้าหนังสือเล่มบางในมือเมื่อสายตากวาดลงมาสิ้นสุดหน้ากระดาษแผ่นนั้น
 
 
ชั่วขณะของการพักสายตา
 
 
มีร่างโปร่งในชุดยูคาตะสีเข้ม อันไม่เข้ากับบรรยากาศของอพาร์ตเมนต์แบบสมัยใหม่สุดๆ กำลังนอนอ่านหนังสือเล่มหนาที่มีการเย็บเล่มแบบญี่ปุ่นจ๋าไม่ต่างจากเจ้าตัวคนอ่านเลยสักนิด
 
 
คนผมเงินพิจารณาร่างนั้นแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ แต่นั่นก็พาให้สายตาคมกริบนั่นจ้องกลับมาอย่างรวดเร็ว โกคุเดระไหวไหล่ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือในมือต่อไป เขาขี้เกียจจะต้องมานั่งเล่นสงครามประสาท ที่สุดท้ายตัวเขาเองก็จะทำให้มันกลายเป็นสงครามน้ำลาย (ของเขาฝ่ายเดียว เพราะอีกฝ่ายกว่าจะเปิดปากพูดแต่ละที...ดอกพิกุลทองจะร่วงเหรอ?)
 
 
แต่ยังไม่ทันที่จะได้อ่านหน้าต่อไปตามที่คิดเอาไว้ เสียงแผดร้องของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา หน้าจอแสดงชื่อที่ไม่ได้พึงปรารถนาในวันหยุดแบบนี้
 
 
‘ไอ้บ้าเบสบอล’
 
 
โกคุเดระกลอกตาก่อนจะรับสายที่ดูท่าทีว่าจะไม่หยุดแหกปากได้ง่ายๆ “เออ” ทักทายคู่สนทนาด้วยมารยาทผู้ดีที่ถูกสั่งสมตั้งแต่สมัยอยู่ที่อิตาลี่ (?)
 
 
“โกคุเดระ วันนี้นายอยู่ห้องรึเปล่า ฉันจะไปหา” เสียงร่าเริงอารมณ์ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่องจู่โจมเข้ามา พาให้คนฟังอยู่แทบตีหน้ามึน...มันจะมาทำไมมม ใครจุดธูปเรียกไม่ทราบ...ชิ
 
 
ร่างเล็กถอนหายใจพรืดแล้วเอนตัวลงไปมองนาฬิกาที่อยู่ภายในตัวห้อง “แล้วแกไม่ซ้อมเบสบอลรึไง ว่างนักเหรอ?” ตอบเสียงนิ่งกลับไป เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาสีดำที่จ้องข้ามระเบียงมา
 
 
เสียงหัวเราะร่าจากปลายสายดังขึ้นมา บางที...เขาอาจจะต้องพายามาโมโตะไปตรวจหาสารกระตุ้นประสาทบ้างแล้วล่ะ “นายงอนฉันเหรอเนี่ย ว้า...” คำพูดที่ดังถัดจากเสียงหัวเราะนั้นแทบพาให้คู่สายถึงกับกลอกตาขึ้นฟ้า แล้วหักห้ามใจตัวเองไม่ให้บีบโทรศัพท์ให้เละคามือ
 
 
...เก็บมือไปบีบคอไอ้คนพูดดูจะคุ้มกว่า
ปั๊ดธ่อออออออ !!!
 
 
“วันนี้ชมรมหยุดน่ะ ฉันก็ว่างๆ เลยว่าจะไปหานายที่ห้อง” เมื่อยามาโมโตะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ลอยข้ามผ่านเสาสัญญาณ เลยเลือกที่จะตอบคำถามที่อีกฝ่ายได้ถามเอาไว้จะดีกว่า
 
 
โกคุเดระขมวดคิ้ว...ว่างนักไม่ไปช่วยพ่อขายซูชิฟระ แม้จะอยากตอบไปอย่างนี้ แต่ด้วยมารยาทที่ดีคนผมเงินจึงทำแค่แค่นหัวเราะ “ไม่ต้องมา ไม่ต้องโผล่หน้ามาเลย แกอยู่ไหนก็สถิตไปที่นั่น ฉันไม่ว่าง” นี่เป็นคำพูดที่รักษาน้ำใจอย่างสุดๆ แล้ว
 
 
หากยามาโมโตะเป็นสาวน้อยละก็...คงบ่อน้ำตาแตกเพราะโดนปฏิเสธรักอย่างไร้เยื่อใย (?)
 
 
แต่เพราะยามาโมโตะคือเด็กหนุ่มผู้อารมณ์ดีแห่งยุค จึงมีแต่เสียงหัวเราะฮ่าๆ ลอยมาตามสาย พาให้โกคุเดระอยากจะประสาทเสียเสียตรงนั้น “แล้วนายจะไปไหนอ่ะ ให้ฉันไปด้วยปะ?”
 
 
โกคุเดระถอนหายใจออกมาเสียงดัง ก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นแล้ววางหนังสือลงบนเตียงพับ “ไม่ต้องการเฟ่ย แล้ววันนี้ฉันก็ไม่ว่าง” ร่างเล็กเอ่ยสถานที่อย่างส่งเดช แต่ก็....ไม่รู้ทำไมว่าท้ายประโยคจะต้องทำเสียงให้มันดังขึ้นมา
 
 
ราวกับจะเรียกร้องความสนใจจากใครบางคน
 
 
“แหม...มีเดทก็ไม่ต้องเขินหรอก เดทให้สนุกนะ ฉันไม่กวนแล้ว” เอ่ยคำอวยพร (ที่คนฟังไม่ได้ต้องการ) แล้วยังตามด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงอารมณ์ดีที่พูดเองเออเอง ที่พาให้คนฟังอยากจะร้อง ห๊ะ ออกไปกับความคิดของอีกฝ่าย เสียงสัญญาณบอกว่าอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว โกคุเดระจึงพับโทรศัพท์เก็บ
 
 
สายตาสีมรกตเหลือบมองระเบียงฝั่งตรงข้าม
...ว่างเปล่า
 
 
คนที่เคยนอนอยู่ตรงนั้น หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
 
 
โกคุเดระส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปหยิบหนังสือที่ลืมคั่นหน้าเอาไว้และเขาก็ไม่ได้จำเลขหน้าด้วย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างนึกโทษไอ้สายโทรศัพท์ที่มันเข้ามาอย่างน่าหงุดหงิด
 
 
เสียงจิ๊จ๊ะออกจากลำคอเหมือนไม่ได้ดั่งใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วเตรียมตัวอาบน้ำออกไปข้างนอก ในเมื่อไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เขาอ่านหนังสือแล้ว แล้วเขาจะเก็บตัวอยู่ในห้องทำไมกัน...
 
 
 
 
 
 
 
ร่างเล็กในเสื้อแขนยาวสีขาวตัวบางกับกางเกงยีนส์สีดำเข้ม ยกมือขึ้นสูงเพื่อหยิบหนังสือเล่มหนา ที่ชื่อเรื่องดึงดูดความสนใจ ไอ้ความเป็นจริงเขาไม่ได้อยากจะมาข้างนอกนักหรอก ถ้าไม่ติดว่าหนังสือเล่มที่อ่านอยู่มันกำลังจะจบแล้วเขาก็ไม่มีอะไรอ่าน
 
 
ดังนั้น ไอ้คำอ้างที่พูดไปกับยามาโมโตะก็เป็นจริงขึ้นมา...เขามาสถิตตัวเองอยู่ในร้านหนังสือจนได้
 
 
โกคุเดระใช้นิ้วเขี่ยสันหนังสือให้มันตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง เนื่องด้วยชั้นหนังสือมันสูงเกินไป...เขาไม่ได้เตี้ยหรอกนะ แต่หนังสือเล่มนี้มันดันวางอยู่ชั้นบนน่ะสิ !
 
 
ปลายเท้าที่เขย่งขึ้นพาให้ระดับสายตาเคลื่อนสูงขึ้นไป โดยไม่ได้ตั้งใจดวงตากลมสีเขียวเข้มมองลอดช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือ เรือนผมสีดำที่เห็นเป็นพุ่มๆ (?) อยู่ในระดับสายตานั้นพาให้คนตัวเล็กมุ่นคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย แม้จะไม่ชัดเจน แต่เขารู้สึกว่าไอ้หัวนั้นมันคุ้นเคย...
 
 
ปุ้ก !
 
 
เสียงหนังสือเล่มหนาที่ร่วงลงกับพื้นพาให้คนที่แอบมองคนอื่นอยู่สะดุ้งแล้วรีบก้มลงมองของที่อยู่บนพื้น ก่อนจะเก็บมันขึ้นมาแต่โดยเร็ว แล้วถือมันออกไปยังตู้หนังสืออีกฝั่งที่เขาเห็น (หัว) ใครบางคนอยู่




มอง มองเธอมาแสนนาน
ฉันไม่กล้า...ต้องคอยหลบตาเธอเสมอ




โกคุเดระพิงหลังเข้ากับโซฟาตัวนุ่มของร้านกาแฟที่ครุไปด้วยกลิ่นไอของกาแฟ...มันฉุน เขาไม่ชอบ แต่จะทำยังไงได้ มันเป็นร้านกาแฟของร้านหนังสือนี่หว่า แล้วก็...ไม่ได้อยากเข้ามาเองด้วย
 
 
ไอ้ตัวต้นเหตุมันคือเจ้าหัวดำที่กำลังพลิกหน้ากระดาษที่นวลอยู่ต่างหากเล่า
 
 
มือเล็กหยิบโกโก้เย็นที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดูด แล้วมองกรอบหน้าคมที่กำลังสนใจอยู่กับหนังสือในมืออยู่ไม่ห่าง ซึ่งมันก็ไม่แปลกหรอก เพราะเขาก็นึกบทสนทนาอะไรไม่ออกเช่นกัน ไม่ได้ช่างเจรจาเหมือนไอ้บ้าเบสบอลที่อยู่เฉยๆ ก็สรรหาเรื่องมาคุยได้ตลอดเวลา
 
 
คนผมเงินหยิบหนังสือเล่มหนาที่ห่อปกสีน้ำตาลออกจากถุงกระดาษ ก่อนจะเปิดหน้าแรกที่มีตัวหนังสือสีดำเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เสียงอ๊ะร้องขึ้นมา แล้วหนังสือเล่มนั้นถูกปิดลง พาให้คนทีอ่านอยู่ก่อนเลิกคิ้วแล้วเงยหน้าขึ้นมามองว่าคนที่นั่งตรงข้ามกำลังจะทำอะไร
 
 
แต่สิ่งที่โกคุเดระทำนั้น พาให้คนที่จ้องมองแค่นหัวเราะออกมา...เมื่อเจ้าหัวเงินตรงหน้ากำลังควักแว่นสายตากรอบดำขึ้นมาสวมเข้ากับใบหน้า เรียวหน้าได้รูปถูกกรอบแว่นบังให้หน้าตาดูแปลกไปเพียงเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวใต้เลนส์ใสจดจ้องตัวหนังสือในมืออีกครั้งอย่างเป็นประกาย ราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ ริมฝีปากที่มักจะมุ่ยหรือชอบเอะอะโวยวายเป็นนิจ กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความตั้งใจ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏอยู่ที่สองแก้มโดยเจ้าตัวไม่ทันได้รู้ตัว
 
 
ฮิบาริเอง...ก็ไม่รู้ตัว
 
 
ตาสีเข้มไล่มองกรอบหน้าที่จดจ้องกับหนังสือในมืออย่างขะมักเขม้น ดวงตาสีเขียวที่บอกว่าไม่ใช่คนญี่ปุ่น กับผิวสีขาวสว่าง สองพวงแก้มเป็นสีแดงเรื่อจากไอแดดยามกลางวัน แม้ในห้องนี้จะเป็นห้องแอร์ แต่ด้วยอุณหภูมิที่ตั้งเอาไว้ให้ไม่เย็นจนเกินไป ประกอบกับอุณหภูมิภายนอกแล้ว หากไม่ใช่คนที่ขี้หนาวก็อาจจะร้อนอยู่บ้าง
 
 
เรือนผมสีสว่างเป็นประกายในแสงแดด มันระลงมาปรกใบหน้าที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเสยขึ้นไปเพื่อกำจัดความรำคาญในการอ่านหนังสือ แล้วมือเล็กนั่นก็ผละจากการจับหน้ากระดาษไปล้วงอะไรสักอย่างในกระเป๋าออกมา โดยที่สายตายังจับจ้องอยู่กับบรรทัดที่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
 
 
อะไรจะตั้งใจอ่านขนาดนั้น ?
 
 
เมื่อได้สิ่งที่ประสงค์ โกคุเดระยอมละสายตาออกจากหน้ากระดาษ แล้วเลยขึ้นมามองคนที่อยู่ตรงหน้า หากแต่ก็พาลจะทำให้ลมหายใจชะงักไปเมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองมา
 
 
...จ...จะกินเขาหรือไง !?
 
 
“มองอะไรฟระ...” เสียงห้วนเอ่ยถาม หน้าร้อนผ่าวอาจจะเพราะหน้าร้อนกำลังเดินทางมาถึงแล้ว มือเล็กที่มียางวงสีอ่อนรู้สึกเกะกะขึ้นมาทันที ไม่ทราบว่าจะเอามือไปไว้ตรงไหนของร่างกาย
 
 
คนผมเข้มระบายลมหายใจสั้นๆ ออกมา “เปล่า...” ตอบปฏิเสธไป พาลให้เรียวปากของคนที่นั่งตรงข้ามมุ่ยลง
 
 
“เปล่าอะไรฟระ...มองหน้ากันจะหาเรื่องกันรึไง?” บ่นเสียงอุบ ก็ทำไมเล่า ! เมื่อกี๊เห็นชัดๆ ว่าเจ้านี่มันมองเขาอยู่ ถ้ามีเลเซอร์สแกนม่านตา ป่านนี้ไอ้คนตรงหน้าเขาตายไปแล้วมั้ง
 
 
ดวงตาคมกลอกเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือในมือของตัวเองต่อ การเถียงกับคนตรงหน้ามันไม่ใช่ทางออกที่ดี ยิ่งตอนนี้เขาไม่อยากจะเถียง
 
 
โกคุเดระมุ่ยปากอย่างขัดใจกับการตัดบทของอีกฝ่าย แม้จะเริ่มชินบ้าง แต่โดยรวมแล้วมันก็ยังน่าหมั่นไส้อย่างมีนัยสำคัญ
 
 
มือเรียวยกยางวงสีอ่อนขึ้นมัดผมด้านหน้าที่มันลงมาระดวงตาจนน่ารำคาญ แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือในมือตัวเองต่อ รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นตรงริมฝีปากเมื่อเริ่มอ่านหนังสือเล่มใหม่ ก่อนเจ้าตัวจะจมดิ่งลงไปในกระดาษเปื้อนหมึกเล่มโต
 
 
ฮิบาริเหลือบตาขึ้นมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ถูกคั่นไว้ด้วยแก้วชาร้อนและโกโก้เย็น ตัวหนังสือตรงหน้าไม่อาจเรียกให้สายตาคู่เรียวคมกลับไปมองได้
 
 
 

กลัว ว่าวันนึงถ้าเธอ...รู้ว่าฉัน
ปิดบังความจริงอะไรเอาไว้
 
 
 
 
โกคุเดระ ฮายาโตะยกมือขึ้นขยี้ผมด้านหน้าที่มันชี้ไม่เป็นทรงจากการโดนหนังยางรัด ในขณะที่ดวงตากลมกลอกไปมาอย่างรู้สึกอิดหนาระอาใจกับเสียงหัวเราะบ้าบอที่ดังอยู่ข้างหู
 
 
ไม่รู้ใครจุดธูปเชิญมา
 
 
ยามาโมโตะ ทาเคชิ นักกีฬาหนุ่มแห่งนามิโมริ ที่อยู่ๆ ก็ส่งเสียงทักทายพร้อมเดินเข้ามาภายในร้านหนังสือนี้ โบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนผมเงินที่กำลังเพ่งสมาธิอยู่ในหน้ากระดาษกลิ่นน้ำหมึก
 
 
โกคุเดระ ฮายาโตะเงยหน้ามองตามต้นเสียง แต่ทว่า ภาพตรงหน้ากลับดึงความสนใจไปเสียก่อน ภาพของฮิบาริ เคียวยะที่รวบของตรงหน้า ยัดมันลงถุงกระดาษสีน้ำตาลและลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว
 
 
ท่ามกลางความงุนงงของคนที่มองตามหลังไป
และ...คนที่กำลังเดินสวนกันเข้ามา
 
 
ยามาโมโตะที่ยิ้มร่าท้าลมแดด ถึงกับยิ้มค้างเมื่อคนที่เดินสวนไปอย่างรวดเร็วนั้น ไม่มีทีท่าจะสนใจต่อคำทักทายของเขาบ้างเลย ร่างสูงเกาหัวแกรกก่อนจะเดินเข้าไปยังโต๊ะที่มีคนผมเงินนั่งอยู่
 
 
โกคุเดระถอนหายใจพรืดอย่างไม่รู้ตัว
 
 
“ฉันคิดว่าจะเจอนายเดทอยู่กับสาวน้อยนะเนี่ย...” คำทักทายที่เอ่ยขึ้นมา พาให้คนฟังแทบจะสำลักตัวอักษรสีดำตรงหน้า...อะไรกันฟระ ใครบอกมันนนน ใครบอกว่าเขาจะมาเดท “เอ๋...แล้วผมนั่น อะไรกันน่ะ โกคุเดระ?”
 
 
รอยยิ้มกว้างจนปากแทบเป็นรูปสี่เหลี่ยม พาให้คนตัวเล็กยกมือจับหัวตัวเองแล้วนึกขึ้นได้ว่าผมหน้าที่มันเริ่มยาว มันมาระลูกตาให้น่ารำคาญ
 
 
แต่ตอนนี้...การเอาผมลง มันคงจะน่ารำคาญน้อยกว่า รอยยิ้มล้อเลียนของไอ้คนตรงหน้านี่สินะ
 
 
“เอ๋...?” เสียงหัวเราะที่หยุดไป แล้วแทนที่เสียงร้องอย่างงุนงง พาให้โกคุเดระมองตามร่างสูงที่ย้ายมวลสารจากข้างๆ เขาไปอยู่ในฝั่งตรงข้าม ที่เดียวกับที่ฮิบารินั่งอยู่เมื่อครู่
 
 
หนังสือเล่มเล็กที่ห่อหน้าปกด้วยกระดาษสีน้ำตาลอ่อน ถูกชูขึ้นมา “ไม่ใช่ของนายใช่มั้ย โกคุเดระ?” เอ่ยถาม ทั้งที่ก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าเป็นของใคร
 
 
เจ้าของชื่อหรี่ตามองก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมาจากยามาโมโตะ เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังครุ่นคิดก่อนจะผุดตัวลุกขึ้น รวบหนังสือบนโต๊ะเข้าไปในถุง
 
 
“ฉันไปก่อนนะ”
 
 
ทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนที่เพิ่งทิ้งตัวนั่งเบิกตากว้างอย่างเหรอหราด้วยความงุนงง เดี๋ยวนะ...นี่จะไม่สร้างความกระจ่างให้กับเขาเลยเหรอ แต่นั่น...มันก็ไม่สร้างความสงสัยมากเท่ากับ ไอ้น้ำสองแก้วที่วางบนโต๊ะเนี่ย จ่ายเงินหรือยัง ?
 
 
 
 
 
 
 
อากาศร้อน
 
 
ร้อนจนโกคุเดระอยากจะพ่นไฟเผาไอ้ประตูห้องตรงหน้าให้มันวอดวายไปซะ ไอ้บ้าเจ้าของห้องมันจะได้ออกมาเสียที นี่เขาเคาะจนมือแทบจะสิงอยู่ในประตูอยู่แล้ว เจ้าของห้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมาเปิดประตูให้สักนิด
 
 
ปั๊ด-ธ่อ-ว้อยยยยยยย !
 
 
ร่างเล็กมุ่ยหน้าอย่างขัดใจ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ อยู่กับพื้น ทิ้งถุงกระดาษใส่หนังสือสีน้ำตาลวางลงกับมือ มีถืออยู่ในมือเพียงถุงเดียว...อันที่ไม่ใช่ของเขา
 
 
เขาไม่รู้ ไม่เข้าใจ และไม่ได้อยากจะสนใจด้วยว่าไอ้เจ้าบ้าหัวดำนี่มันเหตุผลอะไรที่อยู่ๆ อยากจะลุกออกไปจากโต๊ะก็ลุกไปซะงั้น ไม่ได้มีคำบอกก่อนว่าจะไปหรืออะไรเลย แต่ปัญหาคือ ทำไมจะต้องมาลืมของเอาไว้และลำบากให้เขาต้องเอามาให้อีก แถมเคาะประตูเรียกก็ยังไม่ยอมเปิด
 
 
ต้องให้จุดธูปเรียกดีมั้ย ? เขาพอจะรู้คาถาอยู่บ้างนะ
 
 
“เฮ้ย...” เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากข้างๆ พาให้คนที่นั่งอยู่เหลือบตาขึ้นมามองแล้วสะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด แหม แค่คิดว่าจะจุดธูปเรียกก็โผล่มาเลยเหรอ
 
 
น่าจะจุดเรียกซะตั้งนานแล้ว
หือ...?
 
 
แล้วทำไมมันถึงมาปรากฏตัวอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้ละเฟ่ยยยยย !?
 
 
“นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย?” ฮิบาริขมวดคิ้วเข้าหากัน กอดอกมองคนที่นั่งจ๋องอยู่หน้าห้องของเขา ทำหน้าตาไม่เป็นมิตรต่อประตูห้องของเขาซะขนาดนั้น
 
 
“ท...ทำไมนาย?” โกคุเดระ ฮายาโตะที่กำลังสะพรึง มโนไปไกลแล้วว่าฮิบาริอาจจะไม่ใช่คน จริงๆ แล้วหมอนี่ตายคาห้องแต่ไม่รู้ตัวเลยยังไปโรงเรียนและตามมาหลอกหลอนเขาอยู่แบบนี้
 
 
ให้ตายสิ มิน่าทำไมห้องหมอนี่ถึงได้มืดและมีไอเย็นๆ อยู่ตลอดเวลา
 
 
ร่างเล็กถดตัวหนีคนที่เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นเตรียมวิ่งหนี หากแต่มือหนากลับคว้าไหล่เล็กเอาไว้ในมือได้เสียก่อน ดวงตากลมสีเขียวหลับปี๋ ปากขยับพึมพำภาษาอะไรสักอย่างที่คนผมดำตรงหน้าไม่เข้าใจและไม่ได้อยากจะเข้าใจเลยสักนิดเดียว
 
 
“โอ๊ยยยยย !!!”
 
 
เสียงร้องดังออกมาเมื่อรู้สึกว่าหัวของตัวเองทิ่มลงด้วยแรงเคาะจากข้อนิ้วของมือที่จับไหล่เขาไว้แน่น ให้ตายเถอะ ผีฮิบารินี่มันฤทธิ์แรงจริงๆ สงสัยจะเป็นผีมานานถึงมีแรงเยอะขนาดนี้
 
 
“นี่ หยุดคิดอะไรงี่เง่าได้แล้ว” นิ้วเรียวยาวจิ้มลงบนหน้าผากเนียนของคนที่ไม่ยอมลืมตาขึ้นมามอง แค่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าคิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่ในหัว “แล้วก็ตอบฉันมาว่านายมานั่งทำอะไรตรงนี้”
 
 
“ฉะ...ฉันไม่ได้งี่เง่านะเฟร้ยยย ! คนก็อยู่ส่วนคน ผีก็อยู่ส่วนผี นายไปเกิดใหม่ได้แล้วเฟ่ยยยยยย” โวยวายออกมาเสียงดังลั่น พาให้คนฟังถึงกับตัวสั่นด้วยความหงุดหงิดกับไอ้ความคิดพิลึกของคนตรงหน้าจนเริ่มอยากจะหยิบทอนฟาขึ้นมาฟาดปากให้ได้สติ
 
 
ฮิบาริถอนหายใจแล้วบีบแรงกับไหล่ที่เขาจับเพิ่มขึ้นอีก “แกอยากจะไปเกิดใหม่สินะ...โกคุเดระ ฮายาโตะ” 
 
 
“ม่ายยยย ! แกนั่นแหละที่ต้องไปเกิดใหม่ ฉันสัญญาเลย ว่าถ้านายปล่อยฉันไป ฉันจะแจ้งให้เจ้าของห้องมาทำพิธีให้นายใหม่ ฉันจะไปบอกคุซาคาเบะเองว่านายไม่อยู่แล้ว นายไม่ต้องห่วงเรื่องความสงบเรียบร้อยของนามิโมรินะ ฉันเชื่อว่าคุซาคาเบะทำได้อยู่แล้วล่ะ !”
 
 
ร่างสูงค่อยๆ คลายมือออกจากไหล่ที่เขาจับเอาไว้
 
 
เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ แง้มออกมา พร้อมกับรอยยิ้มแห้งของคนที่โล่งใจว่าสามารถเจรจากับอดีตมนุษย์ได้สำเร็จ แต่ก่อนที่โกคุเดระจะได้ระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ลำคอเล็กกลับโดนวงแขนใหญ่กว่ารัดเอาไว้อย่างรวดเร็วจนทำได้แต่ดิ้น ๆ ให้หลุดจากการรัดคอที่แสนจะน่าสะพรึงกลัว
 
 
ผีรัดคออออ !!
 
 
ฮิบาริอยากจะเอาหมัดอุดปากไอ้คนที่พูดจาออกมาไม่เป็นภาษา แต่เขากลับเลือกที่จะไม่สนใจเสียงร้องโวยวาย และเขาก็รู้ดีว่าจะไม่มีคนออกมามุงดูให้น่ารำคาญ
 
 
แน่นอน...ชั้นนี้มันเป็นของเขาทั้งชั้น
 
 
ร่างสูงโปร่งไขแม่กุญแจที่ล็อคห้องเอาไว้ ในขณะที่ไอ้ตัวแรงเยอะในวงแขนของเขาเริ่มจะสงบลง แล้วมีเสียง 'เห' เบาๆ ดังขึ้นทีข้างๆ หู
 
 
“ดะ...เดี๋ยวนะ” โกคุเดระพยายามละล่ำละลักเอ่ยคำพูดออกมา เพียงแต่ยังหอบอยู่กับการพยายามดิ้นให้หลุดและการร้องโวยวายเมื่อสักครู่ “น....นายไม่อยู่ห้องเหรอ?”
 
 
ฮิบาริเหลือบปลายสายตามามองคนที่ทำหน้างุนงง “หยุดโวยวายได้แล้วรึไง?”
 
 
“ก...ก็ฉันนึกว่านายอยู่ห้องนี่หว่า แล้วอยู่ๆ นายก็มายืนตรงข้างๆ อะไรวะ! ไม่อยู่ห้องแล้วทำไมไม่บอกเล่าา” เมื่อเงียบจากการโวยวายเรื่องหนึ่ง ก็เปลี่ยนมาเป็นโวยวายอีกเรื่องหนึ่งแทน
 
 
ปั๊ดโธ่...ข...เขาก็หลงนึกว่าไอ้บ้านี่ทะลุประตูออกมาได้ตั้งนาน
แต่ทำไมเขาถึงไม่สังเกตเห็นแม่กุญแจวะ
 
 
“ล...แล้วนาย ก็ปล่อยฉันได้แล้วเฟ่ยยยยย” ดิ้นตัวพยายามจะให้หลุดออกจากวงแขนที่ยังรัดคออยู่ไม่ยอมปล่อย
 
 
ฮิบาริมองคนตัวเล็กกว่าที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ ใบหน้าขาวนวลมุ่ยราวกับเป็นเด็กน้อยที่โดนผู้ใหญ่แกล้ง ดวงตาสีเขียวแฝงไว้ด้วยความหงุดหงิด โมโห จนเกือบจะกลายเป็นความงอแงเล็กๆ
 
 
“ไม่”
 
 
 
 
ยิ่งฉันใกล้เธอ เท่าไร
ยิ่งอยากจะเผยใจ
 
 
 
 
โกคุเดระมองไปรอบๆ ตัวด้วยความแปลกใจ เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาในห้องส่วนตัวของฮิบาริ เคียวยะ ห้องรับแขกของโรงเรียนที่เจ้าบ้านี่ยึดมาเป็นของตัวเองไม่นับเป็นห้องส่วนตัวหรอกนะ
 
 
มันแปลกตากว่าที่เขาคาดไว้ เขาคิดว่าห้องของฮิบาริจะต้องประกอบไปด้วยแต่วัตถุสีดำ ไม่แน่ใจว่าเคยเกิดเป็นราหูหรือยังไง แต่ภายในห้องกลับตกแต่งไว้ด้วยสีขาวสว่าง โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กสีขาวกับเบาะรองนั่งสีเดียวกัน เฟอร์นิเจอร์แทบทุกชิ้นจะเป็นสีขาวที่มีสีดำแซมบ้าง แต่ห้องนี้ไม่ได้ดูมืดทึมเหมือนเจ้าของห้อง
 
 
แต่ที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้นคือ แม้ห้องนี้จะดูทันสมัยแค่ไหน แต่ก็มีฉากกั้นห้องเอาไว้เป็นไม้แบบญี่ปุ่นเพียงแต่ใช้เป็นสีดำในการแยกโซนห้อง ซึ่งเขาเข้าใจว่าส่วนนั้นน่าจะเป็นห้องนอน
 
 
“ฉันไม่เคยให้ใครเข้าห้องมาก่อน”
 
 
เสียงเรียบเอ่ยขึ้นพร้อมกับชุดน้ำชาร้อนที่ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก โกคุเดระหอบถุงหนังสือมากมายที่อยู่ในมือแล้วตามไปวางบนโต๊ะตัวนั้น
 
 
เขาคงพอนึกภาพออกหรอกนะ ถ้าคนอย่างฮิบาริจะชวนใครมาเที่ยวเล่นในห้อง ให้ตายเถอะ ใครมันจะอยากเข้ามา ความรู้สึกโดนล่อมาฆ่าชัดๆ
 
 
“ถ้านายยังไม่หยุดความคิดไร้สาระ ฉันจะขย้ำนายให้ตาย”
 
 
ฮิบาริว่าพลางรินน้ำชาใส่ถ้วยใบเล็กแล้วยื่นให้คนตรงหน้าที่กำลังแสดงละครทำหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้ใส่ แบบนี้นี่แหละ มันถึงน่าขย้ำให้ตาย
 
 
“นี่ นายลืมหนังสือไว้ที่ร้าน ฉันวางไว้ตรงนี้นะ” โกคุเดระชูถุงหนังสือสีน้ำตาลที่เขาอุตส่าห์หอบหิ้วมา ก่อนจะวางแยกกองจากหนังสือของตัวเอง
 
 
“ไม่ใช่หนังสือฉัน” ฮิบาริวางถ้วยน้ำชาลง เอ่ยปฏิเสธ พาให้คนที่เพิ่งจับหนังสือแยกออกไปย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
 
 
“ของนายสิฟระ ก็หยิบมาจากตรงที่นายนั่ง จะไม่เป็นของนายได้ไงฟระ” บ่นงึมงำก่อนจะหยิบถุงนั้นขึ้นมายืนยันให้คนที่นั่งตรงข้ามรับรู้ ว่าเขาหยิบมันมาจากเก้าอี้ฝั่งฮิบาริจริงๆ
 
 
ฮิบาริเอื้อมมือไปหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลจากมือโกคุเดระ ก่อนจะล้วงออกไปหยิบหนังสือเล่มเล็กที่อยู่ในนั้นออกมา “ของนาย...” แล้วยื่นตัวหนังสือออกไปให้คนผมเงินที่ทำหน้ามึนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
 
“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หยิบเล่มนี้มา ของนายนั่นแหละ” ผลักหนังสือที่จ่อมาตรงหน้าให้คืนกลับคนที่เป็นเจ้าของ เขาเห็นนะ เล่มนี้ฮิบาริหยิบมันมาเองชัดๆ เขาไม่ได้หยิบซะหน่อย
 
 
คนผมดำหรี่ตามองคนตรงหน้าแล้วระบายลมหายใจออกมาช้าๆ “ฉัน...” ตาคมเหลือบมองลงบนโต๊ะเหมือนชั่งใจว่าควรพูดสิ่งทิ่คิดออกไปหรือไม่
 
 
“ฉันให้...”
 
 
โกคุเดระเบิกตากว้างกับคำที่ได้ยิน “ให้ฉันเนี่ยนะ...แต่มัน...” มันเป็นเล่มสุดท้ายของร้านและของโลกนี้ด้วยซ้ำไปแล้วมั้ง เพราะว่าเป็นหนังสือที่เลิกผลิตไปตั้งนานแล้ว เขาเห็นฮิบาริหยิบมันไปจ่ายเงินต่อหน้าต่อตา แทบอยากจะทรุดลงแล้วอ้อนวอนตรงนั้น
 
 
“เออ จะเอาหรือไม่เอา?” คนให้เริ่มหงุดหงิดขึ้นมากับท่าทางประหลาดใจของคนตรงหน้า
 
 
มือเล็กเอื้อมไปรับหนังสือเล่มเล็กขนาดเล็กประมาณฝ่ามือ ที่ถูกเย็บเลียนแบบหนังสือญี่ปุ่น ก่อนจะฉีกยิ้มโดยไม่รู้ตัว “ขอบใจ”
 
 
คนให้ลอบมองคนที่อมยิ้มกับหนังสือ เรือนผมสีเทาเงินลงมาคลอเคลียแก้ม ดวงตากลมจ้องหนังสือเป็นประกายค่อยๆ เปิดมันทีละหน้าอย่างเบามือราวกับว่ากลัวว่ากระดาษมันจะสลายไป กวาดตาผ่านตัวอักษรโบราณสีดำบนกระดาษสีชาอย่างคร่าวๆ แล้วพลิกไปหน้าถัดไปอย่างสำรวจ
 
 
ดวงตาสีนิลมองภาพตรงหน้าแล้วคลี่ยิ้มจางในสายตา
 
 
“...ฮายาโตะ”
 
 
“หือ?” เจ้าของชื่อเงยหน้ามองคนที่เรียกตัวเอง ก่อนจะนิ่งไปเมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองกลับมา นี่...เขาทำอะไรผิดอีก ทำไมเจ้านี่มองเหมือนจะกินเขาอีกแล้ว ตั้งแต่ในร้านกาแฟแล้วนะเว่ยยย
 
 
ฮิบาริชะงักกับเสียงและสายตาที่ถูกจ้องกลับมา
 
 
 
 
ยิ่งฉันใกล้เธอเท่าไร ยิ่งอยากจะเผยใจ
เมื่อสบสายตา ก็ยิ่งหวั่นไหว
 
 
 
 
“ขอบใจสำหรับหนังสือนะ” โกคุเดระ ฮายาโตะพูดออกมาด้วยท่าทางนิ่งๆ ราวกับพยายามจะเก๊กฟอร์ม “นี่...ฉันให้นาย” แล้วยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลอีกถุงให้กับคนที่ออกมายืนอยู่หน้าห้อง
 
 
ฮิบาริเลิกคิ้วแล้วมองหน้าคนที่ยื่นให้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
 
 
“คือ...เออน่า อย่าให้ฉันพยายามอธิบายอะไรได้มั้ยฟระ” โกคุเดระคว้ามืออีกคนมาแล้วยัดถุงกระดาษสีน้ำตาลใส่ “...เอาไปแล้วก็รีบเข้าห้องได้แล้วเฟ่ยย” บ่นงึมงำในลำคอด้วยใบหน้ามู่ทู่เมื่อคนตรงหน้าทำหน้าเหมือนจะจ้องจับผิด
 
 
ฮิบาริรับถุงที่ใส่ของไว้ ก่อนจะมองตามแผ่นหลังของโกคุเดระในเสื้อสีขาวสะอาดที่ไปหยุดยืนหน้าห้องพลางไขกุญแจอย่างลำบาก ร่างเล็กเดินเข้าห้องไปเรียบร้อยแล้วพร้อมของพะรุงพะรังในมือ
 
 
คนที่ยังคงยืนอยู่ล้วงมือเข้าไปในถุงสีน้ำตาลที่เพิ่งได้รับมา แล้วหยิบของที่อยู่ข้างในออกมา
 
 
หนังสือปกสีชาซีด เย็บเล่มแบบหนังสือญี่ปุ่นโบราณ ไม่มีตัวอักษรใดๆ บ่งบอกชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง คิ้วเรียวขมวดด้วยความสงสัย ก่อนจะพลิกเพื่อเปิดหน้ากระดาษดู...ก็พบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีตัวอักษร ไม่มีหยดหมึก
 
 
สัมผัสถึงรอยยุบที่ปกหลังพาให้คนที่ถือวัตถุเล่มนั้นพลิกมันกลับอย่างรวดเร็ว
 
 
รอยปั๊มลึกเป็นอักษรคันจิสี่ตัวที่อยู่มุมล่างของปก พาให้คนที่ได้รับถอนหายใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่จางหายไปอย่างรวดเร็วที่มุมปาก แต่ในดวงตาสีเข้มยังคงมีรอยยิ้มเจือจาง
 
 
雲雀恭弥 
 
 
โกคุเดระพิงตัวอยู่กับบานประตูที่เพิ่งเข้ามา วางของลงกับพื้นอิงไว้กับผนังห้อง แล้วค่อยๆ แง้มบานประตูออกไปลอบมองคนข้างห้องที่ตอนนี้ยังไม่เข้าห้องไปอีก
 
 
ร่างเล็กเผลอกัดปากแน่นเมื่อเห็นร่างในชุดลำลองค่อยๆ หยิบของออกมาจากถุงสีน้ำตาล ก่อนจะระบายลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ แล้วก้มลงมองพื้น หนังสือที่ได้มาจากฮิบาริไหลออกมาจากถุงกระดาษที่ล้มลง
 
 
 
 
มันยากเหลือเกิน 
จะเก็บ...ซ่อนความลับเอาไว้
 
 
 
 
อากาศยังคงร้อน
 
 
โกคุเดระเปิดประตูระเบียงออกไปพร้อมลากพัดลมตั้งโต๊ะออกมาวางกับพื้น ก่อนจะต่อสายและเปิดมันด้วยระดับที่แรงที่สุด พร้อมหนังสือตั้งใหญ่ที่ลากมันออกมาวางอยู่ข้างเตียงพับ
 
 
ใบหน้าเรียวรับกับดวงตาสีเขียวหันไปมองระเบียงข้างๆ ที่มีร่างในชุดยูคาตะสีดำนอนอยู่พร้อมกับสมุดสีชาซีดในมือ และปากกาแบบพู่กันอยู่ในมืออีกข้าง
 
 
โกคุเดระเลิกคิ้วใส่สายตาที่เหลือบมามองราวกับการตั้งหัวข้อในการมีเรื่อง หากแต่เจ้าของสายตาคู่นั้นกลับเมินและไม่สนใจ พาให้คนที่ถูกเมินมุ่ยหน้าและทิ้งตัวลงบนเบาะของเตียงพับ กวาดมือหยิบหนังสือเล่มบนสุดขึ้นมาเปิดอ่าน
 
 
หนังสือเล่มเล็กที่ได้รับมา
 
 
พร้อมรอยยิ้มที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้น เรียกให้คนที่อยู่ระเบียงอีกฝั่งลดสมุดในมือลง
และมอง...
 
 
 
 

และความลับในใจของเธอ มีฉันอยู่บ้างไหม
โปรดบอกความในใจ ให้ฉันรู้ทีนะเธอ
 
 
 
El Fin
 
 
 
ว้ายยยยยยยยยยยยยย สวัสดีค่าาา :) กลับมาเจอกันอีกแล้ว
ก่อน 1 ปีด้วย ;_______; น้ำตาจะไหล ขอแชร์นะคะ
 
 
 
จริงๆ อัพไว้อีกที่ด้วย
ฝอยไปในนั้นหมดแล้ว (นี่จริงใจไปมั้ย 55)
 
 
 
ก็...ขอบคุณที่ยังจำกันได้ T T ลืมเค้าไม่เป็นไร อย่าลืมฟิคเค้าก็พอ 55555
เป็นคำขอที่เป็นไปได้ยาก แม้แต่เจ้าตัวก็ยังลืม แว้กกกกกกกก
 
 
 
 
จริงๆ ช่วงนี้แอบว่าง แอบไปเป็นติ่งแฮร์รี่ พอตเตอร์มา -____-v
ก็นึกได้ว่าควรจะมาต่อ Track แม้จะไม่มีคนรอก็ตาม //ดราม่าทำไมมมมมม
 
 
 
ก็ ชอบเวลาคนอ่านหนังสือ เราชอบนะ
เราว่ามันเป็นบรรยากาศของความสงบดี ชอบแอบมองคนอ่านหนังสือ Money mouth
แล้วก็ชอบเวลาก๊กอ่านหนังสือ เพราะว่าใส่แว่น หนุ่มแว่นโมเอะ O-O
 
 
 
 
 
 
ไปตอบคอมเม้นต์กันดีก่าาาาา ฮุฮิ คุคิ มุมิ
 
 
 
 
ขอบคุณค้าบบบ พี่ออม :)
แอบไปตอบที่ Blogspot แล้วค่ะ คิดว่าพี่ออมน่าจะเข้าที่นู่นบ่อยกว่า แฮ่ะๆ
 
น้ามอ้อยยยยย เราไปตอบคอมเม้นต์เธอในอีกที่แหละ ;_____;
จริงๆ ถ้าไม่ลำบากเม้นต์ทุกฉากได้เลยนะ เราชอบอ่านคอมเม้นต์
ชอบขำคอมเม้นต์อ้อยอ่ะ คือแบบได้อารมณ์มาก Cry ชอบๆ
 
ขอบคุณมากนะ ที่ยังอ่านกันอยู่ 555555 ช่วยกันทำมาหากิน จุดไฟให้เค้า
Rebo to Dlive มันเจ๋งมาก แว้กกกกกกกกกกกกกก คลั่งไคล้ ♥
 
ปล. ถ้าท่านฮิให้กุญแจก๊ก พี่ว่า...คุณฮิไปให้ก๊กดูแลถึงเตียงมากกว่านะ Undecided
 
น้องการรรร อ่านแล้วกระชุ่มกระชวยนี่มันความรู้สึกของลุงแก่ชัดๆ //น้องตบดิ้น
ฮิ...บรรยากาศก็ใสๆ เหมือนเค้าไง เค้าก็เป็นคนใสๆ เบาๆ มุ้งมิ้ง ใช่ป่ะะะะะะะะะ *ยิ้มนางสาวไทย*
 
ชอบจังที่การเม้นต์ว่า "เหมือนกับว่าต่อให้ไม่พูดอะไรแต่ทั้งคู่ก็รู้แหละมันมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป  ช่องว่างตรงนั้นมันเหมือนมีใยบางๆ เชื่อมกันอยู่นะ" เฮ้ยยยย โคตรโรแมนติกอ่ะ พี่ยังไม่ทันคิดเลย แต่พี่ชอบบรรยากาศของสองคนนี้เวลาไม่พูดกันนะ (ซึ่งเขียนยากมาก -*-) พี่ชอบเวลาก๊กเงียบแล้วเหมือนจะเข้าใจคุณฮิ (?)
 
ปล. อย่านั่งดูเด็กจีบกันอย่างเดียว ไปจีบเด็กบ้างจะได้กระชุ่มกระชวย ฮี่ๆๆๆ 
ปล. อ่านช้าอ่านเร็วไม่สำคัญ อ่านแล้วมีความสุขพี่ก็โอเคแล้ว //เสียวววววว 55555

Comment

Comment:

Tweet

ประเด็นแรกที่อยากถามมากคือ ในมือถือก๊กมีเบอร์อิเนียนคนเดียวรึเปล่าคะ อันที่จริงทั้งโรงเรียนก่อนมาเจอท่านฮิเนี่ย ก๊กมีเพื่อนคนเดียวใช่มั้ยลูก ถึงยอมให้โทรจิกทุกตอนแบบนี้ โอ้ยยย ขำมากค่ะ 555555555
มีแบบ “นายงอนฉันเหรอเนี่ย ว้า...” //น่าหมั่นไส้อ่ะ โอ้ยย 55555
คู่หลักเราก็ใช่ย่อย เหมือนต่างคนต่างสตอล์กเกอร์กันเอง ออกมานอนอ่านหนังสือหน้าระเบียงพร้อมกันแล้วมันแบบบบบบ ชอบอ่ะ ไม่รุ้ทำไมชอบฉากนี้ บรรยากาศสบายๆ มีแสงแดดอ่อนๆนะ แหม่ นึภาพออกเลย แต่วาดไม่ด้ายยย วาดสิ่งก่อสร้างไม่ได้ ;w;
ความจริงคือโดยส่วนตัวอยากอ่านหนังสือตรงระเบียง แต่ออกไปคงไหม้เกรียม กับสำลักมลพิษไปก่อน
การบรรยายรูปแบบหนังสือนี่ เห็นนิสัยตัวละครเลยค่ะ ขำเบาๆ
ก๊กดูเป็นคนที่วางแผนทุกการกระทำนะ เจ้าเล่ห์เบาๆ แต่ให้อารมณ์ซึนดีมาก อย่างกับประกาศอ้อมๆตลอดเวลาว่า นี่ พาฉันออกไปข้างนอกหน่อยสิ ฉันจะได้ไม่ว่างจริงๆ แหม่ แต่เหมือนท่านฮิน่าจะงอนตั้งแต่โทรศัพท์ดังมาทำลายบรรยากาศสองเราแล้วหละลูก
เหตุผลที่จะทำให้อ่านหนังสือ หรือเหตุผลที่จะอยุ่ห้องคะ กิ้วววววววว
ฟิคซีรี่ย์นี่พี่ฟาร์มบรรยายฮามากเลยค่ะ ถึงขั้นหัวท่านฮิมาเป็นพุ่มๆ 5555555555555
นี่แอบหวังจะมีฉากท่านฮิมาช่วยหยิบหนังสือ แต่คิดอีดทีส่วนต่างหนึ่งเซนคงไม่ช่วยอะไร//โดนทอนฟ่าฟ้าประทานซัดหน้าคว่ำ
ฉากร้านกาแฟแอบนึกถึงฟิค chocolate เลย
ก๊กนี่ต้องนั่งเถียงกับการกระทำตัวเองทุกที ซึนได้ใจมากลูก
พอนึกภาพการกระทำของก๊กในสายตาท่านฮิมันน่ารักมากอ่ะ ไม่ไหวแล้วววว มีควานหาแว่นมาใส่ มีมัดจุก มีแอบอมยิ้มเวลาอ่านหนังสือ ผิวขาวๆ แก้มแดงๆ(มันดูหื่นชอบกลนะ) โอ้ยยยยย เข้าใจว่าไอ้สายตาเหมือนจะกลืนกิน(ห๊ะ?)ที่ก๊กพูดถึงมันเกิดจากอะไรเลยค่ะ เขินแทนก๊กอ่ะ 5555
เนียน เนียนแอบติดเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่ตัวก๊กใช่มั้ย มันจะบังเอิญอะไรขนาดนั้นนน นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกิตติมศักดิ์ของนายเอกเรา นี่จิ้นว่าเป็นตัวร้ายไปแล้วนะ//ขำ
ท่านฮิก็...หึงออกนอกหน้านะคะ กิกิกิ//โดนเสยอีกดอก

“ฉันคิดว่าจะเจอนายเดทอยู่กับสาวน้อยนะเนี่ย...”
ที่พูดนี่ยังมีต่อในใจใช่มั้ยเนียน วะฮะฮ่าาาาา
โดยส่วนตัวเรื่องนี้ชอบเวลาก๊กวิจารณ์เนียนอยู่ในใจ มันขำมากกก โดยเฉพาะประเด็นติดยาอ่ะ 555555
ไอ้น้ำสองแก้วที่วางบนโต๊ะเนี่ย จ่ายเงินหรือยัง ?
อันนี้ก็...พรืดดดดดดดดดดดด //ฮาาาา แบบไม่ไหวแล้ว แต่อยู่ดีๆก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ความคิดเนียนดูเป้นผู้เป็นคนที่สุดในเรื่องอ่ะ =w=a
การที่ท่านฮิพูดว่า 'เฮ้ย' นี่นึกภาพไม่ออกจริงๆค่ะ เป็นตัวละครที่ในการืตูนก็ไม่ได้ถึงขั้นไม่พูด แต่แต่ละคำที่ออกมาก็ จะขย้ำให้ตาย หึ อะไรแบบนั้น เลยคิดภาพพี่แก เฮ้ย ไม่ออกจริงๆ orz
ความคิดสมกับเป็นก๊ก แต่ยึดมั่นในความคิดตัวเองมาก จะเอาให้ท่านฮิเป็นศพอยู่ในห้องให้ได้ใช่มั้ยลูก 555555555555555
บทท่านฮิก็ขำพอกันอ่ะ มีล็อคคอลากเข้าห้อง มันไม่เกี่ยวกันเลยนะท่าน เป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย แบบสบโอกาสพอดี =w=+
การที่ทั้งชั้นเป็นของท่าน แสดงว่าที่ก๊กได้มาอยู่นี่เป็นความจงใจใช่ม้ายยยยยยยยย นี่วางแผนมากี่ปีค้าาาาา พี่ฟาร์มมมมม คลายปมด้วยยย ยังไม่รู้ว่าท่านฮิไปรู้ชื่อก๊กได้ยังไง แต่ละปีก๊กตั้งใจจะทำอะไร อยากรู้วววว//ลงไปแดดิ้น
คือนตอนที่ท่านฮิป่วยแล้วแง้มประตู ภาพที่มีคือบรรยากาศดำมือแผ่ออกมาจากเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น นี่ตกใจพอๆกับก๊กเลยที่รู้ว่าเป็นสีขาว
การที่บอกว่า“ฉันไม่เคยให้ใครเข้าห้องมาก่อน” = นายเป็นคนพิเศษ เข้าใจมั้ยก๊ก เป็นการสารภาพรักทางอ้อม ไม่ใช่ว่าคนอื่นปฏิเสธไม่เข้าเพราะกลัวโดนลอบฆ่า //ขำ
ความสามารถในการอ่านใจของท่านฮินี่ดูจะเป็นภัยกับอารมณ์ท่านเองมิใช่น้อยเมื่อได้อ่านความคิดก๊ก 55
“ฉันให้...”
ฉันตายเพราะประโยคนามหนึ่งกริยาหนึ่งนี่แหละค่ะ//จากไปอย่างสงบ...
“...ฮายาโตะ”
ทำไมไม่ตามด้วยจูบเลยค้าาาาาาาา //กลับออกมาจากหลุม
ชอบคู่ซึนเพราะฉากแบบนี้อ่ะ คนนึงเงียบไม่พูด คนนึงโวยวายพูดไปเรื่องอื่นแทน น่าร้ากกกกกก
ชอบวิธีที่พี่พรรณนาถึงสีหน้าคู่นี้อ่ะ มันดูละเอียดอ่อนดี เคลิ้มมม
ฉากสุดท้ายนี่นึกสภาพก๊กเหงื่อท้วม ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น(หรือบ๊อกเซอร์??// ตูมมม) ลากพัดลมอออกไปนอกห้อง แทนฉากสบายๆตอนแล้วซะแล้วหละค่ะ และพยายามไม่นึกภาพท่านฮิ .///.
เรียกให้คนที่อยู่ระเบียงอีกฝั่งลดสมุดในมือลง
และมอง...
...โอเค ตายอีกรอบ
ปล. 'วางถุงกระดาษใส่หนังสือสีน้ำตาลวางลงกับมือ มีถืออยู่ในมือเพียงถุงเดียว...อันที่ไม่ใช่ของเขา' เข้าใจว่าจะสื่ออะไร แต่อ่านแล้วรู้สึกมึนๆหนะค่ะ =w=a
ปล2 . จะไปเมาท์ต่ออีกนิดหน่อยในอีกบล๊อกนะคะ มันชักจะยาวเกินไปแล้วววว

#2 By Cartoon~AholiC on 2014-06-19 15:26

ปาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อะไรค้าาา ไหงอัพแซงเค้าาาา เค้าจะเดี้ยงกับการวาดbg แล้ว โอ้ย ขออ่านก่อน เดี๋ยวมาเม้นต์ค่ะ เซอร์ไพรส์มากกกกก

#1 By Cartoon~AholiC on 2014-06-19 12:47