S.Fiction 1859 | Track 4 : รึเปล่า ?

posted on 21 Oct 2013 19:35 by devilz79 in 1859, FICTIONs, REBORN
Title: Life in Different Sound
Fandom: Katekyo Hitman Reborn ! (c) Amano Akira
Paring: 1859 (Hibari * Gokudera)
Rating: PG13
Author: Devilz79
 
 
--------  T r a c k   4   :  รึ เ ป ล่ า  ------------------------------------------
 
 

ประตูไม้สีน้ำตาลเข้มเปิดพลั่วะออกมา ตามด้วยร่างเพรียวที่ในปากคาบขนมปังแผ่นเอาไว้ ใบหน้าที่ประดับด้วยผมสีเงินฟูๆ เหลียวมองซ้ายขวา เมื่อพบเจอเป้าหมายริมฝีปากนั้นคลี่ออกมาบางๆ มือข้างหนึ่งเกี่ยวรองเท้าให้เข้าที่ ก่อนจะใช้เท้าอีกข้างนั้นเขี่ยประตูห้องให้ปิดแล้วหมุนลูกกุญแจล็อค

 

สองเท้าก้าวลงบันไดที่มีแผ่นหลังสีดำยืนหยุดอยู่อย่างรวดเร็ว

 

โกคุเดระ ฮายาโตะพลิกข้อมือที่สวมนาฬิกาขึ้นมาดู เวลาบนหน้าปัดพาให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างงุนงง แต่ความคิดนั้นก็ต้องสะบัดหายไปเมื่อแขนแตะถึงสัมผัสเย็นของอะไรบางอย่างที่พาให้สะดุ้ง

 

ตากลมเหลือบมองที่ท่อนแขนตนเอง กล่องนมสีขาวสะอาดตามีตัวอักษรสีดำพาดเป็นชื่อยี่ห้อ

 

“หะ...” เปล่งเสียงออกจากลำคอด้วยความไม่แน่ใจ ค่อยเอื้อมมือไปรับกล่องนั้น แม้จะยังไม่ได้คำตอบอะไรจากดวงตาสีดำที่ยังไร้ความรู้สึกอย่างน่าหมั่นไส้

 

...เบา

 

ความรู้สึกแรกหลังจากที่เอื้อมมือไปรับกล่องนมนั้นมาไว้กับมือ โกคุเดระขมวดคิ้วจะหันไปถามถึงความแปลกๆ แต่เมื่อสะบัดข้อมือแล้ว

 

แก่ก แก่ก...

 

เสียงเศษนม (?) ที่เหลือเพียงก้นของกล่องดังราวกับจะหัวเราะเยาะให้กับความพลาดท่าของคนหัวเงินที่ถือนมกล่องนั้นมาไว้ในมือเสียแล้ว

 

ฮิบาริ เคียวยะมองคนที่ยืนหยุดนิ่ง แต่มือบีบกล่องกระดาษจนยับย่นไม่เหลือซาก ไหล่หนาภายใต้เสื้อคลุมสีดำไหวไปมาเบาๆ ใบหน้าและดวงตายังราบเรียบไม่บอกอารมณ์เหมือนเคย

 

แต่สำหรับโกคุเดระ ฮายาโตะ นักเรียนม.ปลาย โรงเรียนนามิโมริ สภาพกำลังยืนถือกล่องนมที่มีเพียงเศษเสี้ยววิญญาณของนม อารมณ์ ไม่สามารถบรรยายได้

 

เขาเห็น...ไอ้รอยยิ้มสะใจของไอ้บ้าฮิบารินั่น เขาเห็นชัดเจน... !!

 

ไม่แน่ใจ...กับท่าที
แต่รู้ว่ามีความหมาย (?)


“โอ้ โกคุเดระ” เสียงทักทายพร้อมรอยยิ้มสดใสปรีเปรมของยามาโมโตะ พาให้คนโดนทักถอนหายใจอย่างเนือยๆ แล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ของตัวเองอย่างเซ็งชีวิต

 

นอกจากตอนเช้าจะตื่นสายกว่าปกติแล้ว ยังจะได้กินแค่ขนมปังแผ่นเดียวอีก

 

“วันนี้มาสายนะเนี่ย...” ยามาโมโตะผู้เริงร่าเดินยิ้มเข้ามาคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้มีท่าทางเริงร่าต้อนรับเช้าวันใหม่เอาเสียเลย

 

ร่างบางมองนาฬิกาข้อมือ แล้วกลับไปมองหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวเอง...ไอ้นี่มันพูดจริงหรือกวนประสาทวะ ปกติแล้วเขาไม่เคยมาก่อนเวลานี้ด้วยซ้ำไป...หมายถึง...ช่วงก่อนหน้านี้น่ะ

 

“แต่ว่าไปช่วงนี้นายก็มาเช้านะ เกิดไรขึ้นเหรอ?” สีหน้าไม่ค่อยอยากรู้อยากเห็นฉาบบนใบหน้าของนักกีฬาหนุ่มอย่างเต็มที่ พาลให้คนเซ็งชีวิตหงุดหงิดเอาได้ง่ายขึ้น

 

เขามาเช้าเหรอ...เฮอะ
ไม่ได้เป็นเพราะใครหรอกน่า

 

เท้าเล็กใต้รองเท้าถีบขาโต๊ะอย่างหงุดหงิดเมื่อคนผมสั้นยังพยายามจะชวนคุยสัพเพเหระที่วันนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยสุดๆ เขาไม่เข้าใจเลยว่าชีวิตของยามาโมโตะไปกอบโกยไอ้ความอารมณ์ดีกับรอยยิ้มที่มีจนล้นหลามนั่นมาจากไหน...ผิดกับอีกคน

 

ครึ่ก 

 

กล่องนมสีขาวเลื่อนออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ

 

ได้พบกัน อยู่ทุกวัน
แต่ฉันไม่เคยมั่นใจ

 

 

“อะ สวัสดีครับคุณเคียว” รองประธานหนุ่ม (?) ในทรงผมรีเจนท์อันเป็นตำนาน เปิดประตูห้องรับแขกแล้วชะงักเมื่อเห็นผู้เป็นหัวหน้านั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานแล้ว

 

คุซาคาบะเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าวันนี้ท่านประธานของเขาดูเหมือนจะอารมณ์ดีกว่าวันปกติเล็กน้อย...เท่าที่สัมผัสได้แค่เล๊กกกกน้อยน่ะนะ แต่นั่นแหละมันคือเรื่องที่น่าประหลาดใจแห่งยุคเชียวนะ !

 

ฮิบาริหลังกองเอกสารเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องที่เดินถือซองเอกสารเล็กๆ เข้ามา ก่อนจะก้มหน้าอ่านแผ่นกระดาษตรงหน้าต่อ

 

“เอ่อ...คุณเคียวครับ นี่เป็นเอกสารจากกระทรวง เรื่องนักเรียนแลกเปลี่ยนครับ” ชายร่างหนาวางซองสีน้ำตาลลงบนโต๊ะของผู้คุมกฎแห่งนามิโมริ ตามปกติแล้วอาจารย์ก็จะเป็นผู้อนุมัติเหมือนโรงเรียนอื่น แต่ว่าก่อนที่เอกสารจะผ่านไปยังมือของอาจารย์ฝ่ายต่างๆ นั้น รายชื่อต้องถูกบันทึกเข้ากับคณะกรรมการฯ เสียก่อน

 

ฮิบาริพยักหน้ารับรู้กับการมาถึงของเอกสารนั้น

 

“ช่วงนี้คุณเคียวมาโรงเรียนช้ากว่าปกตินะครับ”

 

ไม่ทราบว่าสิ่งใดในสากลโลกดลใจให้คุซาคาเบะเอ่ยปากพูดกับผู้เป็นนายในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องดินฟ้าอากาศก็ไม่เคยพูดถึงกันมาก่อน...และก่อนที่คุซาคาเบะจะได้รู้ตัวว่าช่วงนี้ควรไปทำบุญสะเดาะเคราะห์เพราะโดนสิ่งชั่วร้ายเข้าครอบงำสมองส่วนการพูด สายตาที่ดูเหมือนจะ ‘อารมณ์ดี’ ในความรู้สึกของคุซาคาเบะกลับทิ่มแทงร่างหนาจนแทบจะทะลุไปกองกับพื้น

 

“ข...ข...ผมขอตัวออกไป...ตรวจที่ประตูก่อน...นะครับ” เหมือนลิ้นมันจะจุกคอเสียดื้อๆ โชคดีที่คุซาคาเบะไหวตัวทัน สามารถพลิกสถานการณ์ให้เป็นไปอย่างราบรื่นอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด (เหรอวะ?)

 

สองขายาวก้าวฉับๆ ออกไปโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตจากอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว ถึงจะไม่อนุญาตเขาก็จะไม่ทนอยู่ในห้องที่เหมือนมีธนูมาเสียบตามตัวเขาแบบนี้หรอก ให้ตายเถอะ

 

หรือเขาจะมองผิดไป...ความอารมณ์ดีแห่งยุคน่ะ มันหมดสิ้นไปแล้วสินะ
ชายร่างหนาเดินออกจากประตูไปด้วยบรรยากาศมาคุติดตัว เจ้าพลาดแล้ว คุซาคาเบะ เท็ตสึยะ

 

ฮิบาริมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ไกลออกไปของผู้เป็นลูกน้อง
เขาไม่ได้มาโรงเรียนช้าเสียหน่อย...แต่เพราะคนบางคนมันมาสายกว่า...ต่างหากล่ะ

 

ร่างโปร่งเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ นึกถึงใบหน้าบูดเบี้ยวที่เต็มไปด้วยความโมโหของคนผมเงินแล้วมันอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมา เรื่องเมื่อเช้าเขาไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งอีกฝ่ายเลย แต่ก็...นะ

 

มือยาวเอื้อมหยิบเอกสารที่คุซาคาเบะวางทิ้งไว้ใน เปิดผนึกที่ปิดซองออก แล้วดึงกระดาษแผ่นสีขาวที่อยู่ข้างในนั้นออกมา อักษรคันจิตัวใหญ่ที่เขาคุ้นเคยดีปรากฏ ภาพถ่ายที่แนบคู่มาด้วยยิ่งสร้างความชัดเจน

 

ฮิบาริทิ้งเอกสารแผ่นนั้นลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่ใยดี

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

“เฮ้...โกคุเดร๊าาาาา~” เสียงตะโกนมาแต่ไกล พาให้ร่างเล็กต้องหันรีหันขวางหาต้นเหตุของเสียง ที่มันดังลอดผ่านลูกกรงของสนามกีฬา พร้อมกับนักกีฬาตัวสูงที่โบกไม้โบกมืออย่างเอาเป็นเอาตาย “ยังไม่กลับเหรอ?”

 

โกคุเดระย่นคิ้วกับคำถาม ถ้าเขากลับไปแล้ว ไอ้คนที่ยืนหัวเงินตรงนี้มันใครกันล่ะ แต่เพื่อเป็นการรวบรัดตัดความ คนผมเงินเลือกที่จะตอบกลับไปสั้นๆ “เออ”

 

“ฉันกลับด้วยเอามั้ย?” อีกฝ่ายยังคงตะโกนถาม พาให้คนโดนถามทำหน้าย่นเพิ่มเข้าไปอีก...ไม่ได้ปรารถนาเลยเฟ่ยยย

 

คนตัวเล็กพลิกดูนาฬิกาข้อมือ “ไม่ต้องเว้ย แกซ้อมบ้าๆ บอๆ ของแกต่อไปเลย ฉันจะกลับแล้ว” ตะโกนตอบกลับไป แล้วเดินไปยังจุดหมายของตัวเองในตอนแรกก่อนที่จะโดนยามาโมโตะทักไว้ มือเล็กกระชับหนังสือเล่มหนาในมือ

 

นักกีฬาหนุ่มพยักหน้ารับคำตอบของเพื่อนอย่างงงๆ เข้าใจหรอกนะว่าจะกลับแล้ว...แต่ว่าทางที่โกคุเดระเดินไป มันคือทางตัวอาคารไม่ใช่หรือไง ? ตรงข้ามกับประตูโรงเรียนชัดๆ

 

...แล้วอะไรคือ ‘จะกลับแล้ว’ ?

 

ยามาโมโตะยิ้มออกมาเบาๆ เมื่อนึกได้ว่ามี ‘อะไร’ ที่อยู่ที่ตัวอาคารในเวลาเย็นๆ แบบนี้

 

 

 

“คุณเคียวครับ เอกสารที่คุณเคียวขอไว้มาแล้วนะครับ ส่วนอันนี้เป็นจดหมายร้องเรียนอะไรสักอย่างถึงคุณเคียว ผมเลยไม่ได้เปิดดูก่อน” คุซาคาเบะยื่นเอกสารอีกกองให้กับคนที่ครองตำแหน่งหัวหน้า ก่อนจะเหลียวมองออกไปข้างหน้าต่าง แล้วพบกับภาพแปลกประหลาด

 

...ในช่วงไม่กี่วัน...หรือสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

“อะ...นั่นมันโกคุเดระ ฮายาโตะนี่ครับ”

 

ด้วยชื่อนั้น เรียกให้คนผมดำเงยหน้าขึ้นมองคนที่เอาเอกสารมาให้แล้วเคลื่อนตัวไปยังหน้าต่างของห้องรับแขก มองลอดผ่านกระจกบานใสไป...เรือนผมสีเงินที่ตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกจากการก้มหน้าอ่านหนังสือเล่มเก่าในมือ แผ่นหลังเล็กดูจดจ่อกับเนื้อหาในกระดาษเหล่านั้น

 

เป็นภาพที่แปลกตา แต่คุ้นเคยดี

 

“เท็ตสึ นายตรวจสอบความเรียบร้อยของอาคารเรียน แล้วถ้าจะกลับก็กลับไปได้ หนังสือพวกนี้ฉันจะมาดูพรุ่งนี้” เสียงเรียบสั่งการพลางลุกขึ้น เกี่ยวเสื้อคลุมที่พาดไว้บนเก้าอี้ขึ้นมาคลุมไหล่

 

“ครับ?”

 

“ฉันจะกลับแล้ว”

 

คำพูดนั้นพาให้คุซาคาเบะขมวดคิ้วนิดๆ การเปลี่ยนแปลงของผู้เป็นนายในช่วงที่ผ่านมาก็ทำให้เขาค่อนข้างงุนงง เพราะเมื่อก่อนนั้น ยากมากกับการที่ฮิบาริ เคียวยะจะกลับก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน และบางวันคนคนนั้นก็ยังจะนอนเอาที่โรงเรียนเสียดื้อๆ ด้วยซ้ำไป

 

“ได้ครับ คุณเคียว” คุซาคาเบะเรียนรู้ที่จะรับคำสั่งมากกว่าการตั้งคำถาม จากสายตาทิ่มแทงเมื่อตอนเช้า แม้ตอนนี้เขามีคำถามมากมายจะถามออกไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่การเป็นรองประธานกรรมการรักษาระเบียบ ก็สอนเขาว่า...ชีวิตคนเรามีค่านัก (!?)

 

ฮิบาริ เดินออกจากห้องรับแขกของตัวอาคารโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

 

คุซาคาเบะก้าวเท้าไปยังกรอบหน้าต่าง โกคุเดระ ฮายาโตะยังนั่งอ่านหนังสือท่าเดิม เด็กหนุ่มที่ซัดกับกรรมการรักษาระเบียบอย่างพอฟัดพอเหวี่ยง คนที่ดูเหมือนจะดึงดูดการต่อยตีมาเป็นประจำและก็เหมือนจะกำลังดึงดูดเจ้านายของเขาเสียด้วย

 

เฮ่อ...คงเป็นแม่เหล็กดูดการต่อยตีตัวแม่เลยสิน้า ~

 

ได้พบกัน อยู่ทุกวัน
แต่ฉันไม่เคยมั่นใจ

 

 

เสียงเท้าที่แตะลงบนพื้น เรียกให้คนที่จดจ่อกับตัวหนังสือละสายตา แล้วเอี้ยวตัวกลับไปมอง ก่อนจะหันกลับมากราดสายตาผ่านหน้ากระดาษ จดจำเลขหน้า ค่อยปิดหนังสือเล่มนั้นลงแล้วยืดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้

 

คนตัวสูงที่มีเสื้อนอกสีดำพาดบนบ่ามองคนที่กำลังลุกขึ้น

 

ร่างเล็กก้าวเดินออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พอๆ กับฝีเท้าที่ก้าวตามมาติดๆ กัน

 

จะต้องทำยังไง ก็ไม่รู้
ยังเฝ้ามองเธออยู่ ทุกคืนวัน

 

เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามายังหน้าห้อง พาให้คนผมเงินที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูค่อยๆ แง้มประตูเปิดออกมา แล้วเหลือบสายตามองผ่านช่องว่างของบานไม้สีเข้ม เป็นร่างสูงโปร่งในเสื้อนอกสีดำเดินผ่านประตูนั้นด้วยฝีเท้ามั่นคง ก่อนแผ่นหลังนั้นจะค่อยๆ ลับหายไปกับมุมเลี้ยวของบันไดทางขึ้น-ลง

 

โกคุเดระ ฮายาโตะเม้มปากแน่นสนิทราวกับไม่ต้องการให้เกิดเสียงใดๆ มือเล็กที่จับคาที่ลูกบิดกำลังจะดึงมันเข้ามาให้ปิดสนิทเหมือนเดิม ทว่า...เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบากว่าเดิม แต่ไม่สามารถหลบจากโสตประสาทของคนหูดีอย่างโกคุเดระได้นั้น พาให้ร่างบางชะงักมือค้างเอาไว้

 

เขาเห็นฮิบาริเดินกลับมาจากทางบันไดด้วยเสียงที่เงียบกว่าเดิม...แล้วมาหยุดยืนที่หน้าห้องเขา

 

ตากลมมองภาพตรงหน้าแล้วย่นคิ้ว มือเล็กลากบานประตูที่แง้มออกให้ช่องว่างแคบลงกว่าเดิม ร่างสีดำนั้นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วถอนหายใจ ก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะเลื่อนมาสบกับสายตาของคนหลังประตูอย่างพอดี

 

บ้าน่า...เจ้านั่นไม่รู้ห