S.Fiction 1859 | Track 3 : untitled

posted on 02 Nov 2012 00:12 by devilz79 in 1859, FICTIONs, REBORN directory Fiction
Title: Life in Different Sound
Fandom: Katekyo Hitman Reborn ! (c) Amano Akira
Paring: 1859 (Hibari * Gokudera)
Rating: PG13
Author: Devilz79
 
 
--------  T r a c k   3   :  u n t i t l e d  -----------------------------------------------
 

 

เขาว่ากันว่า...คนบ้ามักจะไม่เป็นหวัด

 

โกคุเดระ ฮายาโตะในชุดนักเรียนที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักกำลังเงยหน้ายืนมองอพาร์ทเมนต์ที่ตนเองอยู่ด้วยใบหน้ายู่ยี่และยับย่นจนคนที่เดินผ่านไปมาไม่กล้ามองด้วยความกลัวว่าจะต้องมีเรื่องชกต่อยในเวลาแบบนี้

 

ในเวลา...ที่ต้องเร่งฝีเท้าเพื่อให้ทันโรงเรียนเข้า

 

ร่างเล็กจ้องมองระเบียงทางเดินอยู่อีกประมาณห้านาทีแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย สองเท้าเล็กก้าวเดินกลับไปกลับมาอย่างน่าปวดหัว โทรศัพท์มือถือถูกควักออกมาเป็นรอบที่ร้อยเพื่อดูเวลาที่มันสามารถสรุปได้เป็นคำว่า ‘สายแล้ว’

 

แต่กระนั้นโกคุเดระ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะเดือดร้อนมากไปกว่าการที่ชะเง้อคอมองดูความว่างเปล่าของระเบียง

 

ร่างเล็กที่พ่นลมหายใจออกมาอีกรอบต้องสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่นและแผดเสียงฟ้องว่ากำลังมีคนโทร.เข้ามา นิ้วบางดันฝาโทรศัพท์ก่อนจะเบะปากเมื่อเห็นชื่อคนที่โทร.เข้า ก่อนจะกดรับแต่โดยดี

 

“โกคุเดระ นายอยู่ไหนเนี่ย ทำไมยังไม่มาโรงเรียน?” เสียงกระวนกระวายของคนจุ้นจ้านในความคิดของโกคุเดระแทรกเข้ามาเมื่อเขาเอาโทรศัพท์แนบหู

 

“เออ เดี๋ยวไปนี่แหละ” คนผมเงินรีบแทรกคำพูดก่อนที่เขาจะโดนบ่นอะไรออกมายืดยาว แล้วกดตัดสายทิ้งไปอย่างเร่งรีบ ยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง เงยหน้ามองระเบียงอพารท์เม้นต์ชั้นที่ตนเองพัก แล้วถอนหายใจสั้นๆ ออกมาครั้งหนึ่ง ค่อยตัดใจละสายตาแล้วหันเท้าวิ่งไปในทิศของโรงเรียน

 

...บางทีเขาอาจจะยังช้าเกินไป

 

 

---------------------

 

 

ร่างเล็กหยุดยืนหน้าประตูโรงเรียนด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว ใบหน้าเรียวนิ่วลงเมื่อพบว่าเขารีบมาเพื่อจะพบว่าประตูหน้านั้นกำลังมีการวุ่นวายจากเจ้าพวกคณะกรรมการอะไรบ้าบอทั้งหลาย

 

ดวงตากลมกวาดมองไปทั่วๆ ราวกับจะหาใครสักคน

 

และคิ้วเรียวต้องขมวดนิ่วเข้าไปอีกเมื่อพบว่า...เขาไม่พบ ‘ใครสักคน’ ร่างเล็กหยิบโทรศัพท์ที่มันดังขึ้นเป็นรอบที่ล้านแปดขึ้นมาดูแล้วกดตัดสายไปเมื่อเป็นชื่อของยามาโมโตะที่โทร.เข้ายิก สองเท้าในรองเท้าผ้าใบเดินผ่านประตูไปอย่างไม่หยี่ระต่อคนชุดดำที่กำลังหันมามองเขาด้วยความสนใจ

 

...มาสาย !

 

คนตัวใหญ่ที่ทำทรงผมแปลก ในปากคาบก้านอะไรสักอย่างเดินเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าจริงจัง เรียกให้โกคุเดระกลอกตาด้วยความรำคาญ ให้ตายเถอะ....เขาไม่ได้อยากจะเจอเจ้าพวกนี้

 

ที่เขาอยากเจอน่ะ....

 

หือ !?

 

ร่างเพรียวชะงักความคิดของตัวเอง เมื่อโดนเสียงใหญ่เข้มพูดอะไรสักอย่างที่มันไม่เข้าหู...อื้มมม ไม่ค่อยเข้าหูจริงๆ ด้วยแหละ ก่อนจะรู้ตัวหมัดแข็งก็ลอยไปประทับบนใบหน้าของคณะกรรมการชุดดำเสียแล้ว โกคุเดระมองมือตัวเองแล้วฉีกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ

 

โชคดีนะ...ที่วันนี้ได้วิ่งวอร์มมาก่อน ไม่งั้นคงลำบาก

 

 

---------------------

 

 

“เฮ้ยยย ! โกคุเดระ ทำไมนายเละเทะแบบนี้เนี่ย!” เสียงโวยวายเสียงดังดังออกจากปากของเด็กหนุ่มนักกีฬา เมื่อเห็นสภาพเพื่อนของตัวเองมอมแมมราวกับลูกหมาไปเล่นคลุกฝุ่นมา เพียงแต่บนใบหน้าขาวๆ มีรอยช้ำ รอยถลอก และคราบเลือดเล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็ไม่ใช่ชีวิตปกติอยู่ดีนั่นแหละ

 

คนโดนทักตีหน้ารำคาญก่อนจะปัดมือที่จะเข้ามาจับออกอย่างไม่แยแส แล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ของตัวเอง ท่ามกลางสายตาสนอกสนใจของทุกคนในห้อง เพียงแต่แต่ละคนต่างไม่กล้าเข้ามาไถ่ถามเพราะเกรงว่าจะโดนลูกหลงอารมณ์ของอีกฝ่ายน่ะเอง

 

“เรื่องของฉันน่า”

 

“นายไปตีกับใครมา?” ยามาโมโตะตามมาถามถึงที่โต๊ะ กรอบหน้าคมสันนิ่วเหมือนกำลังคิด แล้วก็เอียงคอไปมา “จะบอกว่ากรรมการ...แต่ว่าวันนี้ฮิบาริก็ไม่มานี่หน่า หรือนายทะเลาะกับคุซาคาเบะเอาน่ะ ? หรือมีเรื่องกับเด็กโรงเรียนอื่นเหรอ?” คาดเดาเหตุผลนานา แต่หากทั้งประโยคนั้นจะเรียกให้โกคุเดระเงยหน้าขึ้นมามอง

 

“เมื่อกี๊นายบอกอะไรนะ?”

 

“หะ? บอกอะไร” คนโดนถามทวนคำถามหน้าเหวอ เขาบอกอะไร เขามีแต่ถาม แถมยังเป็นคำถามที่ไอ้ตัวข้างหน้าไม่ยอมตอบเขาด้วยนะ

 

และเป็นที่แน่นอนด้วยว่า ทั้งวัน...ยามาโมโตะไม่ได้คำตอบอะไรอีกเลย

 

 

 

 

 

ฮิบาริไม่มา...

 

นับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าแปลกประหลาดใจ โกคุเดระ ฮายาโตะคิดแบบนั้น...เมื่อดูจากสภาพนักเรียนในโรงเรียนเขาที่ทำอะไรในสิ่งที่ไม่เคยทำ เช่น วิ่งแหกปากตะโกนอยู่ที่ริมระเบียง หรือทำอะไรห่วยๆ อย่างเช่น...

 

“เฮ้ย...คิดว่าเท่หรือไง”

 

เด็กหนุ่มหัวโล้นหน้าตาคล้ายพวกเด็กแว๊นซ์ปากซอยผลักไหล่เล็กของคนผมเงินที่เดินมาเงียบๆ ส่งเสียงเอะอะหาเรื่องโดยมีพวกลูกกระจ๊อกหัวเราะร่าตามมาข้างหลัง สภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่ได้ต่างกับตัวเขามากเท่าไรหรอก แต่เขาแน่ใจว่าการมีเรื่องทุกครั้งเขาไม่เคยเข้าไปหามันก่อน

 

เป็นครั้งที่สองที่โกคุเดระ ฮายาโตะนึกได้ว่ากรรมการรักษาระเบียบที่นี่ชื่อฮิบาริ เคียวยะ
ถ้าเจ้านี่อยู่ก็น่าจะดี....ละมั๊ง

 

“เฮ้ยย มันเงียบว่ะ”

 

พี่โล้นซ่าหันไปบอกกับลูกน้องแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ซึ่งเจ้าของดวงตาสีเขียวที่กำลังมองอย่างเบื่อหน่ายนั้นไม่เห็นว่ารอบตัวเขาจะมีอะไรน่าหัวเราะตรงไหน มีแค่...ความกากของไอ้คนตรงหน้าเสียมากกว่า

 

และก่อนที่เสียงหัวเราะนั้นจะได้หยุดลงอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งที่สองของวันที่ร่างเล็กรู้สึกตัวว่ามือของเขาอัดเข้าไปเต็มหน้าอีกฝ่าย อืม...รู้สึกว่าจะหนักกว่าตอนที่ลงบนหน้าเจ้าพวกกรรมการชุดดำอะไรนั่นอีกนะ

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกก แกมัน...” หมันลุ่นๆ ตรงมายังใบหน้าที่เป็นฟกช้ำอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่เพิ่งจะผ่านการต่อยตีมาหมาดๆ ไม่ทำให้โกคุเดระโดนหมัดนั้นง่ายๆ เขาได้แค่คิดในใจ

 

ถ้าฮิบาริอยู่...ก็น่าจะดี
เขาคิด

 

 

---------------------

 

 

ยามาโมโตะถอนหายใจเป็นเฮือกที่สองหมื่น นอกจากจะต้องมาเห็นหน้าเพื่อนที่เป็นรอยช้ำเพิ่ม หน้าเขายังโดนมาบ้างแน่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าเหตุการณ์ตะลุมบอนที่เรียกให้นักเรียนหลายคนไปมุงดูด้วยความสนใจ เขาเองก็สนใจ...และแปลกใจว่าวันนี้พวกกรรมการรักษาระเบียบหายไปไหนหมด

 

อ่อ ไม่หมดหรอก แต่มีแค่คุซาคาเบะกับลูกน้องไม่กี่คนที่เขาพอจะเห็น

 

และเมื่อชะโงกหน้าไปดูเห็นผมเงินๆ ที่คุ้นตานั้นกำลังสะบัดพร้อมกับมือที่กำแน่น โดยมีนิ้วกลางที่ยืดขึ้นมาพร้อมจะกระแทกใบหน้าของคนที่อยู่ใต้ร่างตัวเองให้หงายหมอบ โดยไม่ทันระวังว่าข้างหลังมีอีกสองคนที่โงนเงนขึ้นมาจากอาการเมาเลือดจะประทุษร้ายจากด้านหลัง

 

ยามาโมโตะเลยต้องโดดเข้าไปขวางพร้อมกับรับหมัดไม่หนักมากมาเสียแทน

 

โคตรพระเอก...
(แต่ไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะ)

 

“วันนี้มันวันอะไรเนี่ย...” เสียงบ่นดังขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ไม่ใช่ทั้งเสียงของโกคุเดระและยามาโมโตะ แต่เป็นเสียงของหมอแก่เจ้าของห้องพยาบาลประจำโรงเรียน ที่เกาหัวแกรกเพราะเขาเริ่มขี้เกียจจะนับแล้วว่าวันนี้เขาทำแผลให้กับพวกนักเรียนกี่คนกัน ไหนจะจากการชกต่อย ไหนจะจากการตกระเบียงเพราะเล่นซน

 

“ปกติไม่เคยมีอะไรแบบนี้นี่หว่า แกรู้มั้ยฮะ ฮายาโตะ” เอ่ยปากถามคนที่นั่งทำหน้าเซ็ง แล้วกดสำลีชุบยาลงบนมุมปากที่แตกเพราะโดนกระแทก พาให้คนโดนทายาสะดุ้งแล้วถีบตัวออกจากเจ้าหมอโรคจิตแต่โดยเร็ว

 

“ไม่รู้เฟ่ยยยย เอามานี่ ฉันทำเองได้น่า” คว้าสำลีพันก้านจากมือคนในชุดกาวน์ที่หัวเราะฮ่าๆ อย่างสบายอารมณ์ แล้วกดเข้ากับแผลตัวเองอย่างลวกๆ ทำไงได้ ก็มันแสบนี่หว่า

 

ยามาโมโตะชิ่งหยิบชุดทำแผลขึ้นมาทำเองก่อนที่จะโดนชามาลทำให้อย่างที่โกคุเดระและคนอื่นๆ โดน คนอื่นๆ ที่หมายความเฉพาะแค่เด็กนักเรียนผู้ชายนะ ส่วนผู้หญิง...ไม่นับ

 

เขาเพิ่งรู้ว่าคณะกรรมการรักษาระเบียบจะมีผลต่อความสงบสุขของโรงเรียนเขาขนาดนี้...
ว่าไป ฮิบาริ เคียวยะ หายไปไหนนะ ?

 

ดวงตาสีทรายเหลือบมองคนที่จิ้มๆ แผลตัวเองด้วยแววตาตั้งคำถาม แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป โกคุเดระจะรู้อะไรมั้ยน้า วันนั้นเห็นแว้บๆ อยู่ว่าเหมือนฮิบาริจะเป็นคนอยู่ข้างๆ ห้อง แถมเกิดอะไรฉุกละหุกก็ไม่รู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับทั้งสองคนอย่างน่างงๆ

 

 

---------------------

 

 

โกคุเดระสับเท้าด้วยความไม่พอใจอะไรสักอย่างบนโลกมนุษย์ ก้าวฉับๆ ผ่านเข้าไปในห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว มีเพียงชั่ววินาทีก่อนเข้าห้องนั้นสายตาพลันไปหยุดหน้าบานประตูข้างๆ ที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อนว่านั่นเป็นห้องของใคร หนึ่งความคิดทีแทรกเข้ามาในหัวคือการไปเคาะประตูห้องนั้น

 

เขาคิดแบบนั้นมาสองวันแล้ว นับตั้งแต่ที่เขาไม่ได้เห็นหน้านิ่งนั้นอีก
หากแต่...

 

ใบหน้ายู่ยี่ถอนหายใจออกมาแล้วดึงตัวเองให้กลับไปไขประตูห้องแล้วโยนสัมภาระลงบนโซฟาตัวเดียวเพียงในห้อง มือเล็กคลำใบหน้าที่มีแต่รอยแผลแล้วต้องร้องอูยออกมา มันเจ็บน้อยซะที่ไหนกันล่ะ ถึงจะน้อยกว่าพวกที่ต่อยตีกว่าเขา แต่แค่คิดว่าอากาศเย็นๆ ของฝนตกจะทำให้แผลตึงแล้วละก็...

 

ใจก็อดจะประหวัดไปถึงเจ้าของห้องหัวดำข้างๆ ไม่ได้
เรื่องทุกอย่างมันนั่นแหละที่ผิดแต่เพียงผู้เดียว...

 

เฮอะ...

 

ดวงตาสีเขียวเหลือบมองไปยังผนังห้องที่ถูกใช้ร่วมกัน เพียงแต่คนละฝั่ง เขาแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย ถึงทำให้ไม่ไปโรงเรียนสองวัน ตั้งสองวัน....เขาแค่อยากรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นห่วงนะเฟ่ยย

 

ลำตัวเล็กยืดลุกออกจากโซฟาแล้วเดินไปยังระเบียงที่นานๆ ครั้งจะเดินออกไป เป็นระเบียงที่ยามาโมโตะเปิดไปแล้วเจอกับฮิบาริอย่างไม่คาดฝัน (แน่นอน...ว่าเขาเองก็ไม่ได้คาดฝัน) มือเล็กรูดผ้าม่านแล้วชะโงกหน้าออกไปมองด้านข้าง ทว่า...ก็มีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น

 

ไม่ถึงกับผิดหวัง แต่ก็แค่คิดเท่านั้น...ว่าจะได้เจอหน้าอีกคน

 

โกคุเดระแค่นหัวเราะให้ตัวเอง แล้วเขาจะอยากเจอฮิบาริไปทำไมกัน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ดีในการจะเจอกัน การที่ปล่อยให้มันเป็นเหมือนปกติก็ดีแล้ว เหมือนตั้งแต่แรกที่เขาไม่รู้จักคนข้างห้องด้วยซ้ำ

 

แบบนั้นน่ะ...ดีแล้ว

 

 

.

.

.

.

.

.

 

 

เหรอ ?

 

สองเท้าเล็กพาตัวเองเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่ๆ ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มชนะสมองที่กำลังตรองความคิดและเหตุผลและหลายๆ อย่าง มือเล็กเอี้ยวบิดลูกบิดแล้วหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องที่มีเลขใกล้เคียงกับห้องของเขา

 

โกคุเดระกำลังคิดว่าเขาถูกผีสิง...หรืออะไรทำนองนั้น

 

เพราะมือของเขากำลังเอื้อมไปเคาะป๊อกๆ ที่บานประตูอันต้องห้าม (สำหรับเขา) ไปเสียแล้ว โกคุเดระแทบจะต่อยมือตัวเองทิ้ง หากไม่ติดว่าเป็นมือของเขาเองละน่ะ สิ่งที่รอมีเพียงความเงียบเท่านั้น เขาไม่ใช่พวกที่จะเคาะประตูแล้ววิ่งหนีเป็นพวกเด็กๆ เสียหน่อย

 

แม้จะแอบหงุดหงิดตัวเองอย่างบอกไม่ถูก
แต่...ความรู้สึกลึกๆ กลับกำลังรู้สึกไม่แย่ในสิ่งที่ตนเองทำไป

 

ปลายนิ้วเล็กๆ เย็นเฉียบไปด้วยความตื่นเต้นที่พาให้หัวใจของเขาเต้นรัวจนน่าตกใจ ก็แค่...อยากรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ตายเท่านั้น ก็แค่...เท่านั้นเอง ปั๊ดโธ่ ! เชื่อกันสิ...เขาไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นเสียหน่อย ห่วงเหิ่งน่ะ ไม่มีหรอก

 

เสียงเปิดประตูเบาๆ เรียกให้คนที่ก้มหน้าทะเลาะกับปลายรองเท้าตัวเองอยู่ผงะตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมามอง

 

เสี้ยวหน้าสีขาวของคนผมดำที่อยู่ในห้องมืดเรียกให้โกคุเดระ ฮายาโตะที่มีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นแอบผวาและคิดไปไกล ก่อนที่ร่างนั้นจะยืนออกมาเต็มๆ ให้สติของผู้มาเยือนได้กลับมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

 

“อะไร?” คำถามจากเสียงแผ่ว เรียกให้คนตัวขาวต้องเขยิบเข้าไปใกล้ แต่ความใกล้แม้แต่แค่นิดเดียว ก็ทำให้โกคุเดระมีโอกาสได้สำรวจใบหน้าของผู้คุมกฎของโรงเรียนที่ดูแปลกตาไป ริมฝีปากนั้นดูซีดเซียว รวมไปถึงใบหน้าด้วย ยิ่งมีเรือนผมสีดำคอยขับความขาว ก็ยิ่งเห็นชัดว่าหน้านั้นซีดราวกับ...คนมีไข้

 

มีไข้ ?

 

“ป..เปล่า” ปฏิเสธเสียงแข็งเอาไว้ก่อน ทั้งที่ดวงตายังจ้องอยู่บนใบหน้ากรอบคมนั้นไม่ห่าง

 

ฮิบาริถอนหายใจแล้วขมวดคิ้วนิ่ง มือแกร่งจับขอบประตูเพื่อพยุงตัวเองเอาไว้ไม่ให้ล้มและไม่ให้อีกฝ่ายได้สังเกตว่าเขาจะล้ม ให้พวกปวกเปียกนี่มาเห็น...ไม่มีทาง

 

“ก็ดี งั้นก็กลับห้องนายไปซ...”
“นายไม่สบาย!”

 

ก่อนที่ฮิบาริจะได้พูดจบ เสียงใสก็แทรกขึ้นมาพาให้คน ‘ไม่สบาย’ หน้าหงิกแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างปวดหัว “กลับห้องไป” กดเสียงเข้มเพื่อไล่อีกฝ่ายที่ทำหน้าจับผิดเขา

 

คนผมเงินทำหน้ายับเมื่อโดนเอ่ยไล่แบบไม่ไว้หน้า เหอะ ที่แท้ก็ไม่สบายนี่เอง...มิน่าเล่า ถึงไปโรงเรียนไม่ได้ เนตรกลมจ้องร่างสูงกว่าแล้วยกยิ้มคล้ายจะเยาะขึ้นมา ซึ่งไม่ได้สร้างความพอใจให้แก่ฮิบาริได้เลย เพียงแต่ว่า...ดวงตาเรียวหรี่มองใบหน้าขาวตรงหน้าแล้วต้องย่นคิ้ว

 

ไปตีกับใครมา ? หน้าถึงได้มีแต่แผล...

 

สงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยถามออกไป และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ก้าวเท้าออกไปจากหน้าห้องเขา ก็เป็นร่างสูงเองที่ดึงเท้ากลับไปแล้วปิดประตูใส่อีกฝ่ายอย่างไม่สนใจว่าจะรู้สึกอย่างไร...หึ คนแบบนั้น ดื้อแบบนั้น รู้สึกได้ก็คงจะหายเร็วนั่นแหละ

 

ร่างโปร่งที่ใบหน้ามีหยดเหงื่อไหลลงมาเอามือข้างหนึ่งยันไว้กับกำแพง
หงุดหงิดตัวเองเล็กน้อยที่โดนฝนแล้วไม่สบาย

 

หงุดหงิดกับอีกคนมากกว่า...
โดนฝนเท่ากันแต่ยังดูสบายดี แม้จะน่าเป็นห่วงกับรอยแผลและรอยถลอกบนใบหน้าก็เถอะ

 

หือ.. ห่วง...งั้นเหรอ ?
เหอะ

 

 

 

กลายมาเป็นว่าโกคุเดระต้องนั่งเถียงกับตัวเองว่าการไม่สบายของฮิบารินั้นมีสาเหตุจากวันที่ทะลึ่งเดินไปตากฝนโดยไม่เอาร่มไป แม้จะไม่ใช่ความผิดของตัวเอง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเขาก็มีส่วนร่วมในความผิด...ที่เขาไม่ได้ก่อเนี่ยนะ !?

 

ร่างบางผมสีเงินเถียงกับตัวเองเป็นครั้งที่แปดหมื่น

 

และสุดท้ายก็ตัดสินใจอะไรบางอย่างออกมา
เขาคิดว่ามันคือการตัดสินใจที่ไม่ได้แย่อะไร...เขาคิด

 

 

---------------------

 

 

วันที่อากาศครึ้ม...

 

มือเล็กหิ้วถุงใส่อะไรบางอย่าง รีบวิ่งขึ้นบันไดจนเสียงดังตึงตัง ก่อนจะถลันตัวเข้าห้องพักของตนเองด้วยความเร่งรีบ ตาเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียงที่บอกเวลาเกือบเที่ยง เมื่อเหลือบมองด้านนอกก็มีแต่เค้าเมฆที่ตั้งท่าจะฝนตกมาแต่ไกล

 

เด็กหนุ่มหยิบจานชามของตนเองออกมาแล้ววางมันลงบนถาด...ของใครก็ไม่รู้ แต่ไม่น่าจะใช่ของเขาออกมา แกะอาหารสำเร็จรูปเทใส่จานพวกนั้นแล้ววางช้อนส้อมลงไปข้างๆ และวางซองสีขาวลงไปในส่วนที่ว่างพอจะวางได้

 

อาหารและยา อ.ย.น่ะเอง ~ (ไม่ใช่และ)

 

จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมของอาหารร้อนๆ ที่เขาเพิ่งจะเดินไปซื้อมาจากร้านที่อยู่ไม่ไกลแถวนี้นัก เขาค่อนข้างมั่นใจว่ารสชาติมันไม่แย่สำหรับคนป่วย แต่เห็นมีคนบอกว่าคนป่วยกินอะไรก็ไม่อร่อย ช่างมันเถอะ เน้นปริมาณและสารอาหารก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

โกคุเดระยกถาดอาหารแล้วเดินออกไปตรงหน้าห้องที่เมื่อวานเขาเดินมาเคาะด้วยความ...ด้วยความอะไรสักอย่างนั่นแหละ

 

ถาดในมือถูกวางลงอยู่หน้าประตูห้อง แม้จะเป็นการวางตรงพื้นก็เถอะ โกคุเดระหวังว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่ถือนะ มือเล็กเอื้อมไปเคาะสองสามครั้งก่อนจะรีบหันหลังกลับไปยังห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

เขา...เขาไม่ใช่เด็กที่เคาะห้องแล้วหนีหรอกนะ แต่แค่...เออน่า ช่างมันเถอะ

 

สองเท้ารีบก้าวเข้าห้องตัวเอง โดยไม่หันกลับมามองข้างหลังที่คนผมดำเปิดประตูออกมามอง แล้วเห็นแผ่นหลังเล็กกำลังหายไปในประตูอีกบาน ร่างโปร่งถอนหายใจแล้วนิ่วหน้า อะไรของเจ้านั่นกัน เล่นเป็นเด็กไปได้...สองเท้าตั้งใจจะก้าวออกไปยืนหน้าห้อง ทว่ากลับสัมผัสถึงสิ่งแข็งๆ ที่อยู่ข้างล่าง

 

ถาดข้าว ?

 

เนตรสีนิลมองด้วยสายตาที่มีคำถาม...และจับทุกอย่างมาผูกกันอย่างรวดเร็ว เรียกให้ใบหน้ากรอบคมนั้นแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย มือหนายกขึ้นเกาจมูกตัวเอง แล้วค่อยก้มลงไปยกถาดอาหารนั้นขึ้นมา กลิ่นอาหารที่บอกว่ายังร้อนเรียกให้น้ำย่อยของเขาทำงาน

 

 

โกคุเดระแง้มประตูออกมาดู ถาดข้าวของเขาหายไปแล้ว
รอยยิ้มขึ้นมาอยู่บนแก้มที่ยังมีรอยแผลอยู่...

 

...ไม่ได้ดีใจอะไรซะหน่อยน่า...

 

El Fin

 

 

คนผมเงินในชุดนักเรียนบิดขี้เกียจสองสามทีก่อนจะเปิดประตูออกมาจากห้อง ดวงตาสีเขียวใสต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

 

ฮิบาริ เคียวยะในชุดนักเรียนสีดำพร้อมด้วยปลอกแขนสีแดงขลิบทองมีตัวอักษรจีนเขียนอยู่ กำลังยืนกอดอกพิงขอบระเบียงอยู่ในมือข้างหนึ่งมียาหลอดเล็ก ที่เมื่อเจ้านั่นเห็นแล้วก็โยนให้เขาในทันที

 

โกคุเดระรับแล้วพลิกอ่าน ก่อนเสียงหัวเราะในลำคอจะดังขึ้นมาเบาๆ

 

“ขอบใจ”

 

สองร่างเดินลงบันได...ในจังหวะเดียวกัน

 

 

---------------------

 
-____________________________-v
 
 
หวัดดีฮะ ยังจำกันได้อยู่เนอะ ....ห๊ะ ลืมเค้าไปแล้วเหรอ ฮือออออ ซิกๆ 5555555 สวัสดีอย่างเป็นทางการค่ะ : )) หวังว่ายังจำเราได้อยู่น้า จำเราไม่ได้ช่างมัน แต่ยังไม่ลืมฟิคเรื่องนี้กันเนอะ...(?) ฮ่าๆ ก็นะ...ไม่ได้ลงฟิคนานมาก นานมากๆ
 
 
ขอโทษทุกๆ คนด้วย อาจจะไม่ได้รอแต่เราก็รู้สึกผิดอยู่ดี
ที่ผ่านมาทุกอย่างมันยุ่งและหนักหน่วงมากมาย TTATT สามารถพูดได้ว่าไม่มีเวลาให้กับอะไรทั้งนั้น
นอกจากอ่านหนังสือ อ่านหนังสือ และอ่านหนังสือ
 
 
ไม่สัญญาว่าจะมาต่อวันไหนนะคะ
จริงๆ คิดว่าตัวเองอาจจะเลิกเขียนฟิคไปแล้ว เพราะว่าสองสามวันที่ผ่านมาอยากเขียนมาก แต่พอลงมือเขียนทุกอย่างมันมืดมนไปเลย คือ...เขียนไม่ออก อาการไม่เหมือนตอนบล็อกนะ แต่มันแบบ...ว่างเปล่า กลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้กลวงๆ ไปเลย อยากร้องไห้มาก...
 
 
ตอนนั้นอยากได้ไฟ อยากได้โน่นนั่นนี่มากมาย
สุดท้ายก็ได้มาจากน้องการ : ))) ฟิคน้องการทำให้พี่มีไฟนะ มันมีกำลังใจว่ะ จริงๆ นะ
มันทำให้พี่รู้ว่า เออ เราไม่ได้กำลังตะโกนคนเดียว กำลังกรี๊ดคนเดียวนะ ฟิคน้องคือไม้ขีด จริงๆ
 
 
พอลงมือเขียนเรื่องนี้ รู้สึกถึงความขาดๆ อะไรอยู่นะ
มีความรู้สึกว่าตัวเองเขียนแบบดิบๆ มากมาย แต่ตอนนี้มองอะไรไม่ออก
อยากฝากคำคอมเม้นต์เอาแบบจัดหนักไปเลยนะ (ฮ่าๆๆๆ) 
 
 
สิ่งที่อยากทำตอนนี้คืออยากเขียนฟิค อยากเขียนงานออกมาให้ได้อย่างน้อยก็เท่ากับเมื่อก่อนก็ยังดี
ตอนนี้กลายเป็นความรู้สึกว่างเปล่าจริงๆ นะ มันน่ากลัวว่ะ กลัว...กลัวกว่าการที่เขียนแล้วไม่มีคนอ่านอีก
มันเหมือนว่าเราทำอะไรหายไปกลางทาง
 
 
เราจริงจังกับการเรียน เราเลิก เราแทบจะทิ้งสังคมนี้ไปเลยก็ว่าได้ เราขอโทษ
แต่เราไม่ทิ้งนะ ทุกครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ เรายังคิดถึงทุกคนอยู่นะ เราอยากทำให้ 1859 ยังมีชีวิต (?) อือ เราเองก็อยากทำให้เรามีชีวิต แต่ว่าหลายครั้งที่จะทำก็มีเรื่องอะไรมากมายให้หยุดตรงนี้เอาไว้ มันเป็นความรู้สึกที่แอบแย่นะ เราอยากกลับมากรี๊ดกร๊าดอะไรหลายๆ อย่าง แต่ว่ามันก็ต้องหยุดไป
 
 
เราไม่ได้อ่านรีบอร์นมานานมาก เพราะไม่มีเวลาตามสปอยล์
รวมเล่มก็ไม่ได้อ่าน เพราะมันชอบออกเวลาสอบ เราจำเป็นต้องเลือกสอบมากกว่า ;(((( ฮืออ ฉันอยากอ่านการ์ตูน อยากวาดรูป อยากเขียนฟิค สิ่งที่เราทำได้แค่ขีดๆ รูปเล่นเท่านั้นเอง วาดจริงจังก็ไม่ได้วาด เขียนฟิคนี่บายเลยจ้า ทำได้คิดพล็อต ร่างเอาท์ไลน์ และจบที่ตรงนั้น เพราะเวลามันหายไปจริงๆ นะ TTATT
 
 
อาาา
 
เค้าบ่นมามากแล้ว 55555 ทุกคนไปสนุกกับฟิคเหอะกันน (มันสนุกมั้ยเนี่ย -"- แอบเครียด)
ขอบคุณมากนะสำหรับทุกคน ทั้งคนอ่าน คนคอมเม้นต์ คนที่ผ่านเข้ามา ฯลฯ
ขอบคุณที่ทำให้ที่นี่ยังมีชีวิต ขอบคุณฮะ :))
 
 
 
ดูแลสุขภาพด้วยนะจุ๊บ
 
 
 
 
ปล. ตรูติดเดอะว้อยซ์ แต่ต้องงดไป 3 อาทิตย์เพราะสอบ เป็นสิ่งที่ย่ำแย่นัก
ปล. ไปกรี๊ดฉะแตมป์กันเต๊อะ ~~~~~~~~~

Comment

Comment:

Tweet

ง่า~ >< //นั่งสำลักออร่าความวิ้ง
เหมือนไม่ไ้อ่านฟิคคู่นี้มานานเลย55 แต่ยังชอบคู่นี้อยู่นะฮึ่ย 
เอาเป็นว่ารอฟิคหน้านะค้า~

#7 By umi on 2012-12-30 16:22

ง่าาาาา นึกว่าเลิกเล่นไปเเล้วววว
หายไปนานมากๆเลย

ฟิคก็ยังน่ารักเหมือนเดิมม(น้องโกคุกะท่านฮิ><)

สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้big smile

#6 By Raft on 2012-11-28 00:22

เอิ่ม..อ่า..เริ่มไงดี = =;;<<แบบว่าเค้าไม่ได้เม้นฟิคนานมากอ่ะ ความผิดพี่ฟาร์ม//โดนตรบ
อยากบอกว่าเพิ่งอ่านฟิคสองตอนก่อนของเรื่องนี้ซ้ำไปเมื่อตอนปิดเทอมหละ>///< //แบบว่าหนังสือเรียนยังอ่านไม่จบเลยOTL
งืออ ดีใจที่เปิดมาเจอฟิคนี้TwT เหมาะแก่การอ่านก่อนสอบพรุ่งนี้มาก=w= //เอิ่ม..ว่าไงดีหละ กำลังใจก่อนสอบมั้ง โลกนี้ยังมีสิ่งสวยงาม ประมาณนั้น 55
บ่นมาก เม้นฟิคดีกว่าเนอะ
โดยรวมคือซึนกันเสมอต้นเสมอปลาย อ่านแล้วนั่งยิ้มมมมม ^________________^ พี่ฟาร์มก็ยังทำให้หลงรัก 1859ได้เหมือนเดิม
คิดว่าภาษาไม่ไหลลื่นเท่าเมื่อก่อน แต่อ่านแบบนี้ก็รู้สึกสบายๆ เบาหัวดีเหมือนกัน ชอบ 55
เปิดมาก๊กก็ต้องนั่งเถียงกับตัวเองด้วยความซึนเลย ดูยังไงก็ห่วงท่านฮิสุดๆ เป็นตัวละครที่นิสัยเด็กจริงๆ XD
ส่วนอิเนียนนี่ต่อให้พี่ฟาร์มพยายามยังไง เค้าก็จิ้นว่ามันเป็นพระรองอยู่ดี =..= แค่อารมณ์คุณแม่เข้าสิงอิเนียนบ้างเป็นบางฉาก ฮา
โคตรพระเอก...
(แต่ไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะ)
ประโยคนี้ เด็ดมาก กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกXD
แต่ไม่เคยคิดถึงฉากเวลาที่ท่านฮิไม่มาโรงเรียนเลยนะเนี่ย แบบว่าต่อให้ป่วยท่านก็อาจจะนอนสงบนิ่งอยู่ในห้องรับแขกอะไรแบบนี้ //เอ็งเห็นท่านฮิเป็นคนยังไงฟระ= =;;
พอมาเจอฉากแบบนี้เข้า ความคิดแรกคือ.....พวกเอ็งคงเก็บกดกันมากสินะ.....กร๊ากกกกกกกกกกXD ท่านฮิรู้ พวกเอ็งดับชีวิตหมดแน่ ฮา

ใจความของทั้งเรื่องคือ
เขาแค่อยากรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นห่วงนะเฟ่ยย
ไม่ถึงกับผิดหวัง แต่ก็แค่คิดเท่านั้น...ว่าจะได้เจอหน้าอีกคน
ห่วงเหิ่งน่ะ ไม่มีหรอก
โดนฝนเท่ากันแต่ยังดูสบายดี แม้จะน่าเป็นห่วงกับรอยแผลและรอยถลอกบนใบหน้าก็เถอะ
หือ.. ห่วง...งั้นเหรอ ?
เหอะ
สรุปว่า ห่วงกันแบบซึนๆ+สับสนในตัวเอง มันน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >////////////<
แต่ความซึนของก๊กเรายังไม่จบ
เขา...เขาไม่ใช่เด็กที่เคาะห้องแล้วหนีหรอกนะ แต่แค่...เออน่า ช่างมันเถอะ
...ไม่ได้ดีใจอะไรซะหน่อยน่า...แค่อยากยิ้มเพราะมีความสุขใช่มั้ยหละลูก^^+ //โดนบอมบ์
แล้วก็จบด้วยฉากเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเดินลงบันไดโบสถ์.....โอ้วเย่ >///////////////<
ฟิคนี้เค้าไม่เขินนะ แต่ยิ้มเพราะมันน่ารักจริงๆ^_____^
จะรอแต่ไม่และคาดหวังนะคะพี่ฟาร์ม^^+
เพราะตอนนี้ก็อยู่ในอารมณ์เดียวกันกับพี่ฟาร์มเลยหละTwT มันต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ชอบทำอ่ะ ได้วาดรูปแค่นิดๆหน่อยๆเอง รูปในหนังสือเรียนยังลดลงเลยT T กลัวว่า1859จะหายไป แม่ยกหายหมดอ่ะ ในสปอล์ยที่อ่านถึงทั้งภาคก๊กกับท่านฮิได้เจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว อยากจะกรีดร้อง T T แต่ว่านะอย่างน้อยสอบเสร็จเมื่อไหร่จะมาต่อโดให้จบหละ ซักเรื่องก็ยังดี ><

#5 By Cartoon~AholiC on 2012-11-09 14:20

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
พี่ฟาร์มกลับมาแล้ววววววว >_________<//โดดล็อคคอ

ปล. ปาดไว้ก่อน กลัวไม่ได้เม้น

#4 By Cartoon~AholiC on 2012-11-09 13:30

ชอบมากเลยค่า แต่งเก่งมากๆ เลย สุดยอด!!cry cry

#3 By Zzz31 (103.7.57.18|183.89.60.184) on 2012-11-06 02:12

ชอบค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้สึกไปด้วยเหมือนทุกครั้ง
คราวนี้ให้ฟิลอบอุ่นชวนเขินอายนิดๆ ต้องแอบอมยิ้มตาม
เราชอบฟิคที่คุณเขียนมากนะ จับใจบอกไม่ถูก
(ถึงจะไม่ได้ตามทุกเรื่อง)
เราเห็นด้วยที่คุณเลือกการเรียนและให้การสอบมาก่อน
เพราะถ้า 1859 ยังอยู่ในใจคุณ
จะเขียนเมื่อไร  ก็ยังเป็น 1859 ของคุณอยู่ดี
ขอบคุณมากค่ะสำหรับฟิคเรื่องนี้ cry

#2 By chaste-child on 2012-11-03 21:34

........น่ารักมาก
คือแบบ...จริงๆ นะ  อ่านฟิคพี่ฟาร์มทีไรมันให้ความรู้สึกใสๆ  บรรยากาศมันปิ๊งๆ  อ่านแล้วแทบจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเลยล่ะ
ชอบฟิคแบบนี้  คิดถึงชะมัดเลย

โกคุที่ลูกยอมไปโรงเรียนสายเนี่ยเพื่อเจอท่านฮิใช่มั้ย   ฮีแกนอนซมอยู่กับห้องน่ะลูก  คงลุกไม่ขึ้น
แล้วที่ไปมีเรื่องกับเขาไปทั่วเนี่ย...ส่วนนึงเพราะอยากเจอท่านฮิใช่มั้ยจ้ะ  อืม...เสียดายผิวสวยๆ ของลูกน่ะ 
อยากถือไม้ตะพดไปหวดไอ้พวกที่มาตีกับลูกจริงๆ
บังอาจมาพูดจาไม่เข้าหูโกคุเรอะ ? ระวังจะเจ็บหนักกว่าที่โดนจากโกคุนะ หึหึ 
ท่านฮิ...ท่านก็ไม่แพ้กันหรอกนะ  จะแข่งกันซึนไปไหนนนนนนนนน   เป็นห่วงก็บอกเค้าไปเซ่   โห่..ไรว้า  //ทอนฟาฟาดกบาล 
โกคุเอ๊ย...ไม่ต้องคิดมากหรอกว่ามันเป็นความผิดของลูกรึเปล่าที่ท่านฮิเค้าไม่สบาย...
........เพราะมันเป็นความผิดของลูกส่วนนึงนั่นแล
อีกส่วนก็เพราะท่านฮิเค้าเป็นห่วงลูกน่ะแหละ  เลยยกร่มให้ลูกน่ะ
ตอนท้ายนั่นที่ซื้อข้าวกะยาไปให้ท่านฮิน่ะ  น่ารักมากกกกกกกกกก   ทำเป็นเด็กขี้อายไปได้ไปเคาะประตูเค้าแล้วแอบซะงั้น
ส่วนที่ท่านฮิซื้อยามาให้นั่น  อร๊ายยยยยยย  น่ารักเป็นที่ยิ่งงงงงงงงงง
สัมพันธ์ของสองคนนี้ก็ดีขึ้นล่ะนะ  :))  แม้ว่าจะสักนิดนึงก็เหอะ  แต่ก็พัฒนาขึ้น
รอตอนต่อไปฮว๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
  

การเข้าใจความรู้สึกที่อยากเขียนแต่เขียนไม่ออกนะ  มันออกจะทรมานอยู่  แบบ...อยากเขียนมาก  มีพล็อตเต็มหัว  แต่พอมือแตะคีย์บอร์ด...กลับนึกอะไรไม่ออก  ไม่สิ  ประมาณว่าไม่รู้จะถ่ายทอดออกมายังไงมากกว่า  แบบในหัวมันกลวงหมดเลย  ไม่รู้จะพิมพ์ยังไงดี  กลัวจะสื่อออกมาแล้วคนไม่เข้าใจ  เพราะปัจจุบันก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ฮ่าๆๆๆๆๆ  กลัวว่าไม่มีคนอ่าน   กลัวไปหมดจริงๆ ว่ะค่ะ
ภาษาพี่ฟาร์มตอนนี้...มันไม่ลื่นเหมือนเมื่อก่อน  แต่ความรู้สึกก็ยังแบบเดิม 
ยังไงดีล่ะ  มันคิดถึงอะไรแบบนี้เหมือนกันนะ  การเองก็อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามา  แต่ก็จะพยายาม
เข้าใจเลย  ชีวิตมหาลัยมันช่างหาเวลาว่างได้ยากจริงๆangry smile

มาอ่านฟิคแบบนี้...เหมือนกับอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เจอมานาน..และมาเจอมันอีกครั้งbig smile

เพ้อๆๆ  พอดีกว่าเนาะ
เอาเป็นว่าสู้ๆ น้า  เป็นกำลังใจให้ๆ
อยากบอกว่า...เพราะฟิคพี่ฟาร์มนั่นแหละทำให้การเขียนออกอีกครั้ง  ขอบคุณมากนะฮะ big smile big smile

#1 By karnalone on 2012-11-02 03:35