S.Fiction 1859 | Track 1 : ร่ม

posted on 07 Dec 2011 11:51 by devilz79 in 1859, FICTIONs, REBORN
Title: Life in Different Sound
Fandom: Katekyo Hitman Reborn ! (c) Amano Akira
Paring: 1859 (Hibari * Gokudera)
Rating: PG13
Author: Devilz79
 
 
--------  T r a c k   1   :   ร่ ม  -----------------------------------------------
 
 
 
“ฝนตก...”
“อื้ม รู้”



บทสนทนาที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นบทสนทนาดังออกจากปากของเด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าของผมสีดำเหมือนดวงตา กับเด็กหนุ่มร่างเล็กที่เงยหน้ามองฟ้าด้วยดวงตาสีเขียวใส



สายตาสีดำเหลือบมองคนข้างๆ ราวกับจะบอกว่า ‘ไม่ได้พูดด้วย’ แต่ว่าร่างเล็กกลับมัวแต่ชะเง้อคอมองออกไปข้างนอกที่ฝนไม่ได้มีทีท่าว่าจะซาลงบ้างเลย



ข้อมือเล็กที่คาดด้วยนาฬิกาเรือนใหญ่สีเข้มถูกพลิกขึ้นมามอง แล้วสองเท้าก็ย่ำกับที่ไปมาเหมือนหนูติดจั่น และมันพาให้คนที่ยืนข้างๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา



“อะไร?” เมื่อโมโหกับฝนไม่ได้ อารมณ์ก็พาลจะลงกับคนที่ยืนข้างๆ เสียอย่างนั้น แต่อีกฝ่ายก็ได้แต่มองแล้วส่ายหน้าราวกับไม่อยากจะมีเรื่องในวันที่บรรยากาศแบบนี้



สองร่างที่ยืนใต้อาคารเรียนเดียวกัน แต่ว่าท่าทางดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง



“เฮ้ย รับสิวะ...” เสียงบ่นพึมพำเรียกให้ร่างสูงหันไปมอง ใบหน้ายับย่นที่แสดงกับโทรศัพท์มือถือในมือนั้นก็พอจะเรียกให้เขาหัวเราะออกมาในลำคอ...คนอะไร แสดงทุกอย่างที่รู้สึกออกมาทางสีหน้า “โธ่เว้ย แล้วจะยิ้มหาอะไร?”



ทำเสียงฟึดฟัดแล้วยัดโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋าตามเดิม ก่อนจะหันมาใส่อารมณ์กับคนที่ยืนข้างๆ...ที่ริมฝีปากไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย



...อ้าว ก็เขารู้สึกชัดๆ ว่าเจ้านี่มันกำลังยิ้มอยู่อ่ะ !



คนเสียงดังปิดปากนิ่ง แล้วเสหน้ามองออกไปเบื้องนอก ตั้งใจที่จะไม่สนใจคนตัวสูงกว่าที่ยืนหน้านิ่งได้ตลอดศก ไม่รู้ว่าพอใจหรือไม่พอใจกับไอ้ฝนบ้าที่มันเทลงมาแบบไร้กาลเทศะแบบนี้ แต่ที่แน่ๆ เขาไม่พอใจ เมื่อไรฝนมันถึงจะหยุดตกซะทีเนี่ย...



ครืนนน ---



เสียงฟ้าคำรามขึ้นมา พาให้คนที่ทำตัวขยุกขยิกสะดุ้งเบาๆ ก่อนที่ใบหน้าได้รูปนั้นจะยับย่นหนักกว่าเดิม เมื่อเสียงที่ตามมาคือเสียงน้ำฝนที่ซัดลงมาแบบไม่เกรงใจผู้คนบ้างเลย ดวงตากลมเผลอเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ถัดจากตัวเองแล้วอดไม่ได้จะทำตาเขียวใส่อย่างไม่มีเหตุผล



ก็มันหงุดหงิด อยากออกไปจากที่ตรงนี้ซะที !!



เด็กหนุ่มตัวสูงกลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความรำคาญเล็กๆ กับสายตาที่จ้องมองมา ฝนตกแบบนี้เขาขี้เกียจจะเปียกเพราะว่าต้องทะเลาะกับเจ้าบ้าที่เอาแต่ทำตัวน่าปวดหัว ลำตัวยาวเบี่ยงให้พ้นจากการมองของอีกคนหนึ่ง สายตามองเลยไปยังมุมตึกที่ถูกปิดประตูทางเข้า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูเวลา แล้วพบว่าคลื่นสัญญาณที่มันควรเต็มกลับลดขีดหายไปหมด



มิน่าไอ้ตัวเล็กข้างๆ ถึงได้ทำท่าหงุดหงิดแบบนั้น ติดต่อใครก็ไม่ได้ ใครติดต่อมาก็ไม่ได้...พวกสุมหัวน่ารำคาญ



“จะตกอีกนานมั้ยเนี่ย” ไม่ใช่เสียงหงุดหงิดโมโห แต่เป็นเสียงแผ่วๆ ที่ดังขึ้นมาแทน คนฟังหันหน้าจะไปมอง แต่ว่าคนตัวเล็กนั้นก็หายไปจากสายตาเสียแล้ว “...ฉันเบื่อแล้วนะเว่ย ไอ้ฝนบ้า !” บ่นกระแทกเสียงรวมกับใบหน้าบูดบึ้งเหมือนเด็กๆ ไหนจะท่านั่งยองๆ ไปกับพื้นอีกล่ะ รวมๆ แล้วนั่นมีอาการของเด็กห้าขวบไม่ใช่หรือไง ?



“เดี๋ยวมันก็หยุดตกเองแหละน่า”



น้ำเสียงนิ่งเรียบดังแทรกเสียงเม็ดฝนกระทบดิน พาให้คนในระดับต่ำกว่าเงยหน้าขึ้นมามองอย่างประหลาดใจ...สาบานเถอะ ว่านี่คือเสียงของเจ้านี่น่ะ ! มันพูดได้...โอ่ววว เขาไม่ได้หูฝาดใช่มั้ย เห็นยืนเงียบมาตั้งนาน



ร่างในชุดนักเรียนแต่มีสูทสีดำคลุมปรายสายตามองคนที่จ้องเขาไม่ละก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกแปลกๆ จนอยากจะยกนิ้วขึ้นมาถูจมูกเพื่ออะไรสักอย่าง ไม่ใช่ว่าอยากจะพูดด้วยเพียงแต่เห็นท่าทางแล้วน่ารำคาญ



“นายก็พูดได้อ่ะ ไม่ต้องรีบไปไหนเหมือนฉันซะหน่อย”



คนฟังส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจว่าจะไม่สร้างบทสนทนากับเจ้าคนแปลกหน้าที่นั่งมองน้ำฝนหยดลงในแอ่งน้ำจนเกิดเป็นวงกว้างกระจายไปเรื่อยๆ



“....ก็แค่ปีนี้ ถ้าฉันทำมันทันน่ะ....” พึมพำเสียงเบาเหมือนกับพูดคนเดียวมากกว่า แต่เพราะความเงียบนอกจากเสียงฝนแล้ว มันก็บังคับให้คนที่ยืนอยู่ได้ยินเสียงอ่อยๆ นั้น “เว้ยย ! แล้วเมื่อไรจะหยุดตกเนี่ย ไม่เบื่อหรือไงตกอยู่ได้” แล้วท่าทางก็เปลี่ยนไปฉับพลัน เมื่ออยู่ๆ คนผมเงินก็ลุกขึ้นมาแล้วเตะอากาศ โวยวายเสียงดัง



“จะยิ้มอะระ....”



หันหน้าตั้งใจจะตวาดใส่คนข้างๆ แต่ว่าคำพูดก็ต้องชะงักไปเมื่อใบหน้าเรียบเฉยนั้นก็ยังเป็นแบบเดิม ทำไมเขาถึงคิดว่าคนผมดำเขายิ้มอยู่นะ ?



ดวงตาเรียวของร่างสูงมองคนที่หยุดเสียงไปก่อนจะหัวเราะในลำคอ แล้วขยับตัวเคลื่อนไปข้างหน้า เรียกความแปลกใจให้กับคนที่มองตาม



“เฮ้ย !!!!” คนผมเงินส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ เมื่อคนที่เดินไปนั้นกำลังจะออกนอกตัวอาคารทั้งที่ฝนยังซัดกระหน่ำอยู่แบบนั้น คนบ้าหรือบ้ากันแน่ คิดจะเดินออกไปตอนนี้ ไอ้เปียกก็ไม่เท่าไร แต่แรงของน้ำฝนที่สาดใส่ตัวนี่สิ...



“น่ารำคาญ” เสียงนิ่งแบบเดิมดังขึ้นมา แล้วเจ้าตัวก็เดินดิ่งออกไปกลางสายฝน ทิ้งให้อีกคนมองตามด้วยความงุนงง มือเรียวเอื้อมจะไปคว้า แต่มันก็ดูว่าจะช้าเกินไป...ทำไงได้อ่ะ ก็ตกใจนี่หว่า เดี๋ยวนะ...แล้วไอ้เจ้าบ้านั่นบอกว่าน่ารำคาญงั้นเหรอ



...มันบ้าจริงๆ ด้วย แค่รำคาญถึงกับยอมเดินตามฝนเนี่ย เป็นเขา ก็คงเลือกที่จะปิดปากไอ้ตัวน่ารำคาญนั่นซะมากกว่า



คนตัวบางหันซ้ายหันขวา แล้วมองตามร่างที่ยังพอเห็นลางๆ อยู่ในเงาของสายฝน แต่อยู่ๆ สายตาก็ไปสะดุดกับวัตถุบางอย่างที่มันอิงอยู่ติดกับผนังของตัวตึก ข้างประตูที่ถูกปิดเอาไว้



...ร่ม ?



ร่างเล็กกระพริบตาถี่ด้วยความประหลาดใจเป็นกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ของวันนี้ เขาไม่ได้สนใจที่จะหันไปมองทางนั้น แต่เขาเห็นว่า...มีแวบนึงที่เจ้าบ้านั่นหันไปมอง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมองไม่เห็นร่ม...ทั้งที่เห็นแต่ทิ้งไว้แล้วเดินออกไปตัวเปียกแบบนั้นน่ะนะ ?



ผมสีเงินสะบัดตามแรงหันของใบหน้า มือเรียวยาวเอื้อมหยิบร่มแล้วกางมันออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบกระโจนออกไปกลางสายฝนที่ซะลงมาไม่ขาดสาย



สองตากวาดมองเพื่อหาร่างที่คาดว่าคงจะไปได้ไกลไม่นานเท่าไร แต่ความหนาของสายฝนก็ทำให้มองยากขึ้นไปอีก



เขาไม่เข้าใจว่าเขาจะตามหาอีกคนทำไม
เหมือนกับที่เขาก็ไม่เข้าใจว่า...ทำไมเจ้านั่นถึงทิ้งร่มเอาไว้



ปลายเท้าที่ชุ่มน้ำฝนก้าวเดินออกไปพลางหยุดแล้วหันมองรอบๆ ตัว เพื่อสำรวจหาร่างในชุดสีดำที่อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเห็นได้ชัด...เขาหวังว่าเขาคงจะเห็น เมื่อไม่เห็น เท้าก็ออกย่ำน้ำต่อ เขาเชื่อว่าฝนแรงขนาดนี้ เจ้าสีดำคงไปไหนได้ไม่ไกลนักหรอก



สองขายาวก้าวเดินต่อออกไปข้างหน้า ยังใช้สายตาสอดส่องหาเสื้อคลุมสีดำที่มันเป็นสิ่งเดียวที่พอให้สังเกตได้ เหงื่อมันไหลชุ่มเต็มใบหน้า บางทีอาจจะเป็นจากน้ำฝนด้วยละมั้ง ร่างเล็กใช้แขนเสื้อขึ้นปาดเอาน้ำบนใบหน้าออก แต่เมื่อเนื้อผ้าสัมผัสกับหน้า ก็รู้ได้ทันทีว่า...



ตอนนี้ตัวเขาก็เปียกไปด้วยน้ำฝนแล้ว



ให้ตายเถอะ มันบ้าไปแล้ว...บ้าที่สุด !! เขานี่แหละบ้าไปแล้ว ทำไมจะต้องเสียเวลาเดินตามหาคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ ทั้งที่ตัวเองก็มีเรื่องที่สมควรจะทำในวันนี้ แล้วไอ้ตัวเปียกเละเทะทั้งๆ ที่มีร่มอยู่ในมือมันไม่ได้น่าอภิรมย์ไปกว่าการยืนรอให้ฝนหยุดตกสักนิด



“โธ่เว้ยยยย !!” เมื่อทั้งหาคนไม่เจอ ทั้งหงุดหงิดกับการกระทำของตัวเอง เท้าเล็กเลยสะบัดใส่แอ่งน้ำที่มันเอ่อมาตรงเท้า ใบหน้าเรียวยู่ลง ริมฝีปากอิ่มถูกกัดเข้าหากันอย่างขัดใจ เขามาทำบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย



คนที่ผมลู่ลงเพราะไอฝนเบะปากแล้วหลับตาลง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน ไม่ใช่เขาไม่แคร์คน แต่ว่าตรงนี้มันก็ไม่ได้มีผู้คนที่จะให้เขาแคร์แล้ว กลางฝนตกที่หนักแบบนี้ จะมีใครที่ทะเล่อทะล่าออกมาท้าฝนบ้าง



ไม่มี...



“นั่งดูน้ำฝนมันสนุกนักรึไง?” คำถามแปลกๆ ที่ได้ยินเหนือหัว พาให้ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะทะลึ่งพรวดลุกขึ้นจนร่มไปกระแทกกับอะไรบางอย่าง แล้วร่างเล็กใต้ร่มคันใหญ่ก็ค่อยหันหลังกลับมามอง



...อย่างประหลาดใจ



เสียงหัวเราะที่ไม่สดใสดังขึ้นกลางเสียงสายฝนที่เทลงมา คนผมเงินยกมือขึ้นลูบเรือนผมตัวเองแล้วขยี้ไปมาก่อนจะหัวเราะออกมาอีกรอบ...วันนี้เขาประหลาดใจมากเกินไปหรือเปล่า เขาควรจะชินกับเรื่องแปลกๆ ที่มันเกิดขึ้นในเวลาที่เขาได้พบเจอกับเจ้าสีดำ



ร่างสูงโปร่งดวงตาเรียวคมที่สีดำเหมือนกับเส้นผมและชุดยูนิฟอร์มที่มันลู่ลงเพราะโดนฝนเข้าเต็มๆ



คนที่โดนน้ำฝนเข้าไปทั้งตัวจ้องหน้าคนที่ฉีกยิ้มด้วยใบหน้ามู่ทู่แล้วถอนหายใจออกมา ฝนที่มันตกหนักขนาดนี้...เขาไม่คิดว่านอกจากเขาแล้วจะมีใครที่ไหนที่จะฝ่าฝนออกมา เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะคิดผิด



แค่สายตามันบังเอิญไปเห็นร่มสีดำกลางสายฝน เป็นร่มสีเดียวกับที่เขาเห็นมันวางอิงกับผนังอาคาร เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นคันเดียวกัน และการที่เขาเดินเข้ามาดู ไม่ได้แปลว่าเขากำลังคาดหวังว่าคนใต้ร่มคันนี้จะเป็นเจ้าตัวเล็กน่ารำคาญ



แต่อยู่ๆ ที่ร่มคันนี้ก็ลดระดับลงแทบติดกับพื้นเพราะคนถือนั้นทรุดตัวลง มันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเฝื่อนถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้นึกถึงคนผมเงินที่อยู่ๆ อยากจะนั่งก็นั่งเอาซะดื้อๆ



“นาย...มาได้ไง...? นายไปอยู่ที่ไหนมาวะ ไอ้เจ้า..ไอ้เจ้าบ้า !!” คำถามแผ่วเบา แต่ในตอนท้ายกลับเป็นเสียงตะคอกพาให้ร่างสูงนิ่วหน้า



“แล้วจะไปยืนตากฝนให้มันได้อะไรมาเล่าฟระ เข้ามาเซ่ะ!!” มือเล็กเอื้อมไปดึงตัวคนที่ยืนทำหน้าเดียวอยู่นอกร่ม ถึงมันจะเปียกไปแล้วเต็มตัวก็เถอะ ให้เข้าร่มสมกับค่าเหนื่อยของเขาก็ยังดี


 
 
ใต้ร่มคันนี้มันยังมีพื้นที่ว่างพอ
อยากจะขอสักคนเข้ามาอยู่กับฉัน
อยู่ด้วยกัน ท่ามกลางหยดฝน

 
 
 
“ไหนบอกว่ามีเรื่องที่ต้องทำ แล้วมาเดินตากฝนแบบนี้มันใช่เรื่องรึไง?” เสียงนิ่งๆ ที่เอ่ยถามออกมาพาให้คนโดนถามจิ๊ปากแล้วหันหน้าไปมองคนข้างๆ ที่เดินกอดอกอยู่ เสื้อสูทสีดำนั้นมาพาดอยู่บนแขนแทนที่จะคลุมที่ตัว



“...ก็เพราะใครกันเล่าฟระ แล้วเปียกขนาดนี้ทำยังไงก็ออกมาห่วยแตกอยู่ดีนั่นแหละ” ตวัดเสียงด้วยความโมโหเล็กๆ ไม่ได้รู้ตัวเลยนะว่าที่เขาเปียกโชกไปทั้งตัว แล้วธุระที่ต้องทำก็ไม่ได้ทำมันเป็นเพราะใคร หมั่นไส้โว้ยยย ! ไอ้เจ้าบ้า...



“เออ นายชื่ออะไร?” เพิ่งจะมารู้สึกเมื่ออยากจะด่าแต่ไม่รู้จักชื่อ เหมือนจะความรู้สึกช้า แต่เขาวิ่งหาคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อกลางสายฝนเนี่ยเหรอ ฮ่ะ...บางทีคนที่บ้ามันอาจจะเป็นเขาก็เป็นได้



คนถูกถามชื่อมองคนที่แสดงสีหน้าออกมาว่ากำลังคุยกับตัวเองแล้วส่ายหน้า เขาส่ายหน้าให้กับคนคนนี้กี่ครั้งกัน “ฮิบาริ เคียวยะ” ตอบออกมาเสียงนิ่ง ไม่มีการถามกลับอย่างที่ควรจะเป็น แต่ว่าคนฟังก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจมารยาทเหล่านี้สักเท่าไร



“ฮิบาริ...ฮิบาริ เคียวยะเหรอ?” ชื่อคุ้นๆ เหมือนกับว่าเคยได้ยิน ไม่สิ...เรียกว่าชื่อนี้มันเข้าหูเขาบ่อยต่างหาก เข้าหูบ่อยๆ ก็คงจะไม่พ้นจากรั้วโรงเรียน เพราะเจ้านี่คงไม่ดังกระฉ่อนขนาดออกสื่อหรอกน่า...ถ้าโรงเรียน...อื้มม...ฮิบาริ เคียวยะ ...รักษาระเบียบ...เฮ้ย !!!



“ประธานรักษาระเบียบงี่เง่านั่นน่ะเหรอ !?” ตะโกนถามออกมาด้วยความตกใจจนแทบจะปล่อยร่มหลุดจากมือ เมื่อความเงียบคือคำตอบ ร่างเล็กก็ใช้เวลาขณะนั้นประมวลผลคำพูดตัวเองอีกรอบ บางทีปากเขาก็ตรงกับความคิดไปบ้าง



“งี่เง่างั้นเหรอ ? โกคุเดระ ฮายาโตะ...” ตาคมกริบหันมามองคนที่ยืนข้างๆ รวมกับน้ำเสียงเย็นเฉียบพาให้เจ้าของชื่อเสียววาบ แต่ความกลัวก็ต้องเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เขารู้สึกมาทั้งวันนั่นก็คือ...ประหลาดใจ เจ้าประธานกฎเกณฑ์งี่เง่านี่รู้จักชื่อของเขาด้วยเหรอ ?



“นายบอกชื่อฉันไปแล้ว” ตอบคำถามที่ไม่ได้ถาม
“ตอนไหนฟระ ? ยังไม่ได้บอก”



ไม่มีคำต่อล้อต่อเถียง มีแต่สายตาที่ส่งมาว่าให้หุบปาก ก็พาให้ความหงุดหงิดปนงุนงงนั้นจุกอยู่ที่ลำคอ เออ...เขาอาจจะบอกชื่อไปแล้วก็ได้มั้ง ตามใจเว้ย !



เสียงฮึดฮัดที่ดังออกมาเบาๆ พาให้ฮิบาริมองร่างเล็กที่ถือร่มอยู่ด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากเมื่อครู่ แล้วสายตาก็ต้องแปรเปลี่ยนไปเมื่อถูกดวงตากลมๆ นั้นสบเข้าให้พร้อมกลับเสียงหงุดหงิดที่เจืออยู่กลายๆ



“จะยิ้มทำไม...เอ่อ...”



เป็นอีกครั้งที่โกคุเดระต้องกลืนคำพูดตัวเองลงคอ ในเมื่อใบหน้าเรียบเฉยนั้นก็ยังคงความโมโนโทนอยู่เช่นเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป



แต่ว่าเขารู้สึกจริงๆ นะ...รอยยิ้มของคนที่เดินอยู่ข้างๆ น่ะ

 
 
 
ร่มคันนี้ มันมีไว้สำหรับคนสองคน
ไม่ว่าลมฝนจะพัดกระหน่ำ สักเพียงไหน
ถ้ามีคนเดินไปด้วยกัน ก็คงอุ่นใจ
 
 
 
 
El Fin
 
 


ร่ม: บอย ตรัย ft. ออน ละอองฟอง
 
 
 
 
 
 
สวัสดีคับบ :)) แฮ่กกกส์ เรายังไม่ลืมกันใช่มั้ยคะ (ฮาา หายไปนาน ยังคงกลัวคนลืม) เอาฟิคมาลงก่อนต้องไปอ่านหนังสือเตรียมสอบฮัับบ (ยังสอบเทอม 1 ไม่เสร็จ โอ่วว ชีวิต) คุยอะไรดี หายไปนานจนเริ่มจะเขินๆ แฮะ...
 
 
ก็ยังงุ้งงิ้ง สะง้องสะแง้งกับ 1859 เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนนะคะ :)
 
 
แต่ช่วงนี้แอบติดนิยาย กร๊ากกกกกกกกกกก โห่ยยย เค้าไม่ได้เสพย์ความวายมาตั้ง 4-5 เดือน พอได้กลับบ้านมาเสพย์ก็ต้องเอาให้มันคุ้มหน่อย เดี๋ยวกลับไปมหาลัยก็จะใช้ชีวิตแบบเดิมแล้วอ่ะ T[]T ชีวิตที่ขาดความวาย (นอกจากจะแอบจิ้นเพื่อนๆ ในหัวอย่างเงียบๆ)
 
 
อ่ะ เข้าเรื่อง...ก็ตั้งใจนะ ว่าอยากเขียนฟิคนี้ออกมาแนว sitcom อ่ะคือจบในตอน แต่ว่าแต่ละตอนก็เกี่ยวกันอ่ะ (?) คือ Sitcom แหละทุกคนเข้าใจเนอะ (เออ 555) แอบได้แรงบันดาลใจมาจาก The Soundtrack of My Love ของพี่นิ้วกลม
 
 
เราก็เลยหา (เรื่อง) เพลงรักประกอบชีวิต (?) มาให้กะ 1859 บ้าง
 
 
อื่มม ไม่สัญญานะว่าซิงเกิ้ล (?) ที่สองจะออกเมื่อไร 5555555 แต่ก็อาจจะเร็วๆ นี้ เพราะอยากทำอะไรๆ ให้มันเสร็จที่บ้านเลย...จะได้มีเวลาตู้มเดียวจอดกะหนังสือด้วย (TT___________TT ร้องไห้อีกรอบ . อีก 3 วิชาอ่ะ วิชาคำนวณหอยแตกไป 2 ตัว แสรดดดดดดดดดด !! ดอทกะกุมั้ยย์) แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีกี่ Track กร๊ากกกกกกกก ถ้ายังมีคนอ่านอยู่อ่ะนะ (ฮาา)
 
 
 
// แอบเครียดนิดๆ ยังมีคนอ่านอยู่มั้ยอ่ะ =[]=
 
 
 
 
ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ :))
ขอบคุณคนอ่านทุกคนฮับบบ
 
 
 
ปล. ใกล้ปีใหม่แล้วววว ยะ ยะ ยะ ยะ
ปล. อยากดูเชอร์ล็อค โฮล์มส์อ้ะว์ มีใครจะไปกรี๊ดกะเค้ามั้ย //โดนตบ

Comment

Comment:

Tweet

ซึนทั้งคู่เลย ชอบอ่ะ 1859//ชอบตรงรอยยิ้ม ที่รู้สึกได้ cry cry

#5 By Zzz31 (103.7.57.18|124.120.51.111) on 2012-11-06 01:03

น่ารัก...
เป็นความรู้สึกที่โผล่ขึ้นมาทันทีเลยที่อ่านจบ
คือ  มันน่ารักมากอ่ะ  ใสกิ๊งๆ  อ่านแล้วฟินมากกกกกกกกก

อร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
น่ารักโคตรๆๆๆๆๆ  เลยฮะ
อ่านตอนแรกนึกว่าสองคนนี้รู้จักกันมาก่อน  เพราะโกคุเล่นง้องแง้งใส่(ได้น่ารักมากส์ )
นึกภาพโกคุนั่งยองๆ  หน้ามุ่ย  ข้างๆ มีท่านฮิทำหน้าเฉยออกเลยค่ะ   น่ารักเป็นที่ยิ่งcry
โกคุต้องมีเซ้นส์แบบพิเศษแหงๆ  ถึงรับรู้ได้ว่าท่านฮิยิ้ม 

....หรือจะบอกว่าเพราะเป็นท่านฮิ  โกคุถึงรู้ดีล่ะ

ส่วนท่านฮิถึงจะทำท่ารำคาญ  แต่จริงๆ  แล้วก็ไม่รำคาญสักหน่อย 

...ยิ่งได้ฟังเพลง  ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเข้ากันมากกกกกก

ฟิคเรื่องนี้น่ารักมาก ♥
ปล.รู้สึกว่าจะมีคำว่าน่ารักมากไปหน่อย   แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  นะฮะ

#4 By karnalone on 2012-05-14 17:01

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก พี่ฟาร์มหายไปนานมาก กลับ(อีกครั้ง)มาแล้ว TwT

เรียนที่ มธ. รึเปล่าคะ*-* ญาติเราก็ไม่ได้สอบสองตัวหลัก ปิดสามเดือน เหอๆ

เรื่องฟิคดีกว่า

บรรยากาศแบบนี้ถึงจะเหมาะกับคู่นี้สิเนี่ย ไม่งั้นคงไม่ได้อยู่ด้วยกัน>//<(กขค.ก็ไม่มี//ฮิ้ววว) เป็นก๊กที่ดูเด็กลงไปอีกหน่อย ขี้โวยวายยิ่งกว่าเดิมอีก แต่ท่าทางยังน่ารักเหมือนเกิม 555 ฝนตกทีมีเตะอากาศแหนะ=w=;;

พรรณนาถึงบรรยากาศรอบๆตัวได้ซะเห็นภาพเลย ยิ่งตอนก๊กอยู่กลางสายฝนแล้วหาท่านฮิไม่เจอเนี่ย สาว(?)กลางสายฝน=..=

ตอนวิ่งตามหาท่่านฮินี่ลุ้นตามเลย กลัวจะไม่เจอ(นึกสภาพตอนฝนเทแบบมองข้างหน้าไม่เห็น)

ท่านฮิเวลาเจอก๊กก็ต้องทำตัวประหลาดๆตามใจตัวเองแบบไม่ผ่านสมองแบบนี้แหละ ก๊กก็ชอบมานั่งด่าตัวเองว่าโง่เวลาเผลอทำอะไรซักอย่างให้ท่านฮิแบบไม่รู้ตัว มันถึงเป็นคู่ที่น่ารัก ^^

ที่จริงท่านฮิแอบตามสโตรกเกอร์ก๊กมานานแล้วใช่ม้าาาา//ทอนฟาติดหัว
ก็ก๊กยังไม่ได้บอกชื่อเลย เค้าเป็นพยาน*-*

ชอบที่สุดก็ตรงที่ว่าถึงท่านฮิจะหน้าไม่ยิ้ม แต่ก๊กก็ยังรู้สึกได้ว่าท่านฮิแอบยิ้มในใจ(ให้ก๊กคนเดียว อร๊ายยย>////<)


ดีใจที่เป็นแบบsitcomตอนเดียวจบ ไม่งั้นกลัวจะค้าง จะรอให้แต่งจบก่อนแล้วค่อยอ่านก็ทนไม่ไหว=w=;;

อยากให้พี่ฟาร์มงุ้งงิ้ง สะง้องสะแง้งกับ 1859 (ศัพท์น่ารักมาก ฮาXD) ไปตลอดน้าาาา *w*

ปล. แล้วตกลงก๊กตั้งใจจะทำอะไรหละเนี่ย*-*
ปล.2 คุยกันกลางได้ยินด้วยเรอะ ได้ยินด้วยใจสินะ เหมือนตอนท่านฮิยิ้ม =w=
ปล.3 รอชมแทรคที่สองอยู่นะคะ><
ปล.เชอร์ล็อคโฮล์มแอบน่าดู ตอนโฆษณาในโรงนี่ไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องนี้ ดูแนวเวทย์มนตร์แอคชั่่นชอบกล><

#3 By Cartoon~AholiC on 2011-12-11 23:14

แอร๊ยยย มันมีนัยยะดีจัง เป็นเรื่องที่ประมาณต้องสองคนนี้เท่านั้นแหบะ ถึงจะได้อารมณ์นี้ มันต้องสองคนนี้เท่านั้นนะ เรื่องถึงจะออกมาแบบนี้ ชอบบบบบ

จะมีต่อสินะคะ แล้วจะตามมาอ่านต่ออีกค่า ไม่ลื้มไม่ลืมกัน question

#2 By kuwa[R]i... on 2011-12-07 23:09


>w< อ๊า ฟาร์มซังอัพแล้ว เป็นฟิคที่หวานเช่นเคย
ให้ความรู้สึกซึนๆด้วย // โดนเสย

ไม่ได้อ่านฟิค 1859 นานเลย TwT คุ้มค่าการรอจริงๆค่า 55
ชอบตรงพล็อตเรื่องที่ เกี่ยวกับฝน ท่าจะเย็นสบายดี < แต่กลับไม่ชอบเวลาเปียกแฮะ

ร่มๆๆๆ ท่านฮิจงใจทิ้งไว้ใช่ไหมๆๆๆ >w< สมเป็นท่านจริงๆ เลย

มีคนอ่านสิค้า จะกี่ Track ก็จัดมาเลยค่า จะตามอ่านทุกตอน โฮก~

ป.ล. สู้ๆเรื่องสอบค่า
ป.ล.2 เชอร์ล็อก โฮล์มส์ o[]o ไปด้วยยยยยยยย // โดนดีดออกจากบล็อก

#1 By umi on 2011-12-07 18:18