S.Fiction KHR | The Most... 1859
posted on 30 Sep 2009 19:14 by devilz79 in FICTIONs, REBORN
1859
“ตื่น ๆ” แรงเขย่าน้อย ๆ ประกอบด้วยเสียงใส พาให้คนถูกปลุกหยีตาพลางขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ตื่นได้แล้ว ๆ”
“หือ...” คนเพิ่งตื่นยกมือบังแสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามา แล้วปรับให้สายตามองเห็นภาพเบื้องหน้า
อุ้งมือน้อยเกาะที่แขนของเขาแน่น เมื่อเลื่อนสายตาไปโฟกัสที่ใบหน้า พาให้คนตัวเล็กถึงกับผงะ “คะ...ใครวะ?” รำพันกับตัวเองเบา ๆ ท่ามกลางดวงตาสงสัยของเด็กน้อย
เด็กน้อย...ที่มีสีผมและสีตาเหมือนฮิบาริอย่างกับแกะ !!
“หม่าม๊า~”
It’s not that usual when everything is beautiful
It’s just another ordinary miracle today
It’s just another ordinary miracle today
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กสองคนที่เล่นกันตามประสาพี่น้องดังลั่นห้อง ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังรีบสาวเท้าไปในห้องครัวที่มีฮิบาริยืนอยู่อย่างรวดเร็ว
ฮิบาริที่ดูแปลกตา เหมือนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
“ตื่นแล้วรึไง?” เสียงทักทายแรก...เรียบยังไง ก็ยังเรียบแบบนั้น แต่มันไม่ใช่ประเด็น!
“เด็กสองคนนั้นเป็นใครห๊ะ?” โกคุเดระถาม ดวงตากระพริบถี่คล้ายคนจะเป็นลม
คนผมดำละหน้าจากหน้าเตาแล้วหันมาเผชิญกับอีกคน “ลูก...”
“ลูกนาย?”
ดวงตาที่แฝงไปด้วยความรำคาญเล็ก ๆ เผยออกมา “ฉันกับนาย...เมารึไงเนี่ย?” ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยกมืออังหน้าผากกว้าง
คนโดนสัมผัสถึงกับตาโต ก่อนจะปัดมือใหญ่ออก...พรุ่งนี้โลกระเบิดแน่ ๆ! ไอ้การกระทำแบบนี้สามร้อยปีมีที
ก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ถามอะไรออกมาอีก เสียงใสก็ดังแจ๋วขึ้นมา “ปาป๊า หม่าม๊า...ผมหิวแล้ววว” ขาเพรียวรู้สึกถึงแรงเกาะเล็ก ๆ ในขณะที่สายตามองไปเบื้องล่าง
เจ้าตัวเล็กผมเงินเกาะขาฮิบาริแจ ส่วนเจ้าผมดำก็เกาะเขาแจเหมือนกัน...ไม่ค่อยจะคุ้นเท่าไรเลย
“อื้มม...เดี๋ยวให้หม่าม๊าไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยกินนะ” ฮิบาริอุ้มคนที่เกาะขาตัวเองขึ้นมา แล้วพูดด้วยใบหน้าที่ธรรมดา ธรรมดาเหลือเกิน...ราวกับว่ามันคือเรื่องปกติในชีวิต
พระเจ้า!
‘หม่าม๊า’ ที่โดนอ้างปั้นสีหน้าไม่ถูก ส่งสายตาหาอีกฝ่ายคล้ายจะถามว่าเขาเหรอ...หม่าม๊าที่ว่าน่ะ
“อ๊า~ ผมอยากอาบน้ำกับหม่าม๊า” เจ้าผมสีเงินในแขนฮิบาริร้องลั่น เมื่อมีเสียงหนึ่ง ย่อมมีอีกเสียงหนึ่งตามมา เจ้าผมดำข้างล่างก็ร้องอยากจะอาบน้ำด้วยเช่นกัน
ใบหน้าขาวพาลสีซีดลงไปอีก...อาบน้ำกับเด็ก เขาไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
“ไม่ได้นะ เคียวกับฮายะอาบน้ำไปแล้ว ไปตั้งโต๊ะรอหม่าม๊าเถอะ มาเคียว...” คนที่อยู่ในบทคุณพ่อเอื้อมมือใหญ่ให้เด็กน้อยผมสีดำ พิมพ์เดียวกับตนเป๊ะ ๆ
เจ้าตัวเล็กทั้งคู่พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนที่เจ้าผมเงินจะกระโดดลงจากแขนของคุณปาป๊า แล้วจูงมือกับคุณพี่ชายไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่ข้างนอกห้องครัว
โกคุเดระมองตามเด็กทั้งสองคนก่อนที่จะเอี้ยวหน้ากลับมาหาฮิบาริ “ฮิบะ...!” ริมฝีปากถูกนิ้วเรียวนาบเอาไว้ คนที่อยู่ตรงข้ามใบหน้ายุ่งเหยิงอย่างบอกไม่ถูก
“ถ้านายเรียกฮิบาริที่นี่ ทุกคนหันมาแน่...” เสียงเรียบบอก “นั่นรวมถึงนายด้วยนะ...ฮายาโตะ”
Will you marry me?
Yes, I do
Yes, I do
“ฮายะ...? เคียว...?” คนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จนั่งลงตรงข้ามกับฮิบาริ เคียวยะบนโต๊ะอาหาร โดยสองข้างถูกประกบด้วยเด็กน้อยที่เหมือนเขาและฮิบาริราวกลับโคลนออกมาทีเดียว
“ไฮ๊~” สองเด็กน้อยลากเสียงยาว “ปาป๊าบอกว่าหม่าม๊าทำงานหนัก เลยมึน ๆ หม่าม๊าต้องพักผ่อนเยอะ ๆ นะ” เจ้าเคียวพูดขึ้นเสียงใสแจ๋ว โดยมีฮายะนั่งพยักหน้ารับเป็นลูกคู่
โกคุเดระอยากจะสะอึกในลำคอ เขาไม่คุ้น ไม่คุ้นสักนิดกับคำว่าหม่าม๊า ปาป๊าอะไรนั่น...แต่ถึงจะอย่างนั้น ก็รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน
“กินข้าวได้แล้ว...” เป็นฮิบาริ เอ่อ...เคียวยะที่พูดขึ้นมา ทั้งหมดยกมือไหว้อาหารตรงหน้าก่อนจะพูดประโยคอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ แล้วลงมือกินอาหารเช้าฝีมือคุณปาป๊า
ผู้ใหญ่สองคนยืนอยู่ในครัว ขณะที่ข้างนอกก็มีเสียงคุยเล่นกันของสองเด็ก โกคุเดระ ฮายาโตะจำเป็นต้องสวมผ้ากันเปื้อนที่ถูกโยนมาให้อย่างช่วยไม่ได้ เขาจำเป็นต้องล้างจานนี่นา
“นี่ฮิ...เอ่อ เคียวยะ” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมอง “ทำไม...สองคนนั้นถึงชื่อเคียวกับฮายะล่ะ?” คือ...นอกจากจะพิมพ์เดียวกันไม่พอ ชื่อเกือบจะเดียวกันเลยนะนั่น
ฮิบาริสลัดน้ำที่เปียกมือลงที่ซิงค์น้ำ ก่อนจะหันหน้ามาปะทะกับคนที่ขี้สงสัย “ก็เคียวชื่อจะได้เหมือนฉัน แต่เขียนเหมือนคำว่าโอนิ ส่วนฮายะ ฮะโนะฮานิ ยะโนะเคียวยะ แล้วก็พ้องเสียงกับชื่อนาย”
“งั้นเหรอ...?” ร่างเล็กพิงหลังกับเคาท์เตอร์แล้วทรุดตัวลงนั่งพิง “รู้มั้ย...ว่าฉันงงมากเลย ที่อยู่ ๆ ก็ตื่นมาแล้วเจอเคียว ที่เรียกฉันว่าหม่าม๊าน่ะ”
“อือฮึ”
“ไม่รู้สิ...แต่ดูนายไม่ตกใจเลยนะ ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้” เนตรสีมรกตเงยขึ้นมองคนที่ยืนค้ำหัวตัวเองอยู่ “มันน่าประหลาดไม่ใช่เหรอ...มีใครที่ไหนจะจำลูกตัวเองไม่ได้บ้างล่ะ?”
คนที่ยืนตำแหน่งสูงกว่ายอบตัวลง มือหนาเอื้อมไปขยี้เส้นผมสีเงิน “มันจำเป็นที่ฉันจะต้องตกใจด้วยเหรอ?”
“หือ?”
“ในเมื่อนายก็ยังเป็นนาย...” ดวงตาสีเข้มไม่โฟกัสที่จุดใด เขากำลังชั่งใจว่าจะพูดในสิ่งที่คิดออกไปดีหรือเปล่า “แล้วเด็กสองคนนั้น เขาก็ชินแล้วล่ะที่นายจะดูเปลี่ยนไป...”
โกคุเดระส่ายหน้า...เขาไม่เข้าใจ
“เอาเถอะ อย่าทำตัวเข้าใจยากเลย...” คำพูดที่เหมือนจะทำร้ายจิตใจ แต่มือคู่นั้นก็ยื่นมาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น “ไปบอกให้เงียบ ๆ หน่อย ฉันจะต้องทำงาน”
“แต่...”
“นายเป็นอะไรของพวกเค้า...ก็น่าจะรู้นะ ไป” ไล่กันดื้อ ๆ แบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าโต ๆ เป็นผู้ใหญ่กันแล้วอาจจะมีฟาดปากได้สักสองสามรอบ
ไม่รู้ว่าจะเป็นตั้งแต่เมื่อไร ที่ฮิบาริดูมีความอดทนขึ้นตั้งเยอะ ก็ได้แต่หวังว่าเขาในเวลานี้ไม่ได้ก่อปัญหาอะไรให้มากมายหรอกนะ
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นมา...
ครั้งหนึ่งเขาเคยเกลียดเด็ก แต่เด็กสองคนนี้ เขากลับรู้สึกว่าเขาเกลียดไม่ลง ไม่สิ...ไม่คิดจะเกลียดมากกว่า
ครั้งหนึ่งเขาเคยเกลียดเด็ก แต่เด็กสองคนนี้ เขากลับรู้สึกว่าเขาเกลียดไม่ลง ไม่สิ...ไม่คิดจะเกลียดมากกว่า
The sky knows when it’s time to snow
Don’t need to teach a seed to grow
It’s just another ordinary miracle today
Don’t need to teach a seed to grow
It’s just another ordinary miracle today
“หม่าม๊า...” เสียงใสแจ๋วของฮายะดังขึ้นมา พร้อมกับเจ้าตัวกำลังปีนป่ายขึ้นมาอยู่บนตัว ‘หม่าม๊า’ ดวงตาคู่กลมดูปรือลงกว่าเมื่อช่วงเช้า
ส่วนเคียวก็กำลังเอาหน้าเล็ก ๆ มาถูกับต้นแขนเขา มือเล็กเกาะเปะปะตามแขน
“ฮายะง่วงแล้ว...” เจ้าผมเงินพูดออกมาจ้อย ๆ ในขณะที่อ้อมแขนเรียวกำลังประคองอยู่ เคียวที่ไม่พูด แต่พยักหน้ารับตาม...ง่วงจนจุกคอสินะ
โกคุเดระเงยหน้ามองนาฬิกาปรากฏเวลาเกือบจะบ่ายแล้ว ก็สองลิงนี่ใช้พลังงานกับการเล่นไปครึ่งวันแล้ว...เขาไม่เคยเข้าใจว่าเด็ก ๆ มีอะไรจะต้องเล่นมากมาย เพราะตอนเขาเป็นเด็กนั้น...มีแค่ชามาลกับอาเจ๊
แค่นั้นเอง...
“ฮายาโตะ...” เสียงเรียกเบา ๆ ดังข้างหู พาให้เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือก พอหันหน้าไปก็พบกับฮิบาริที่ยืนเท้าแขนอยู่ข้างหลังโซฟา “หลับกันแล้วเหรอ?”
โกคุเดระผินสายตากลับไปมองเจ้าตัวเล็ก คอน้อย ๆ พับลงตามแรงโน้มถ่วงโลกทั้งคู่...คิดจะหลับก็หลับกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเรอะ !? เนตรมรกตเหลือบมองฮิบาริก่อนที่นึกหัวเราะในใจ
...หลับง่ายเสียจริงเลยนะ
ร่างสูงเดินอ้อมโซฟา ก่อนจะอุ้มเคียวที่เกาะแขนโกคุเดระแน่น ไม่ยอมปล่อยขึ้นมา ก้มหน้ากระซิบข้างหูเจ้าตัวเล็กเบา ๆ พาลให้มือที่เกาะแขนอยู่คลายออกแล้วเป็นเกาะไหล่แกร่งแทน
“อุ้มฮายะตามมาสิ...”
คนโดนสั่งยอมทำตามแต่โดยดี พยายามจะลุกขึ้นให้เบาแรงที่สุดเพื่อไม่ให้เด็กน้อยตื่นมา...กลัวว่าจะร้องไห้จ้าจนน่ารำคาญ ...ไม่ใช่หรอก ลึก ๆ ในใจเขาไม่รู้สึกสักนิดว่าเด็กคู่นี้น่ารำคาญ
ฮิบาริเดินนำไปยังห้องนอนที่เขาออกมาเมื่อเช้า มือคู่ใหญ่เอื้อมหมุนลูกบิดแล้วเปิดประตูคาเอาไว้ โกคุเดระเดินตามเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะวางฮายะไว้บนเตียงข้างเคียวที่หลับสบาย มือคู่น้อยจับผ้าห่มเอาไว้แน่น แก้มใสที่เป็นสีแดงระเรื่อจากอาการเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าดูน่ารักไปอีกแบบ...
ฮายะ...เคียว
Life is like a gift they say
Wrapped up for you everyday
Wrapped up for you everyday
“ฮิบาริ...” ร่างเล็กนั่งชันเข่าบนโซฟาเรียกชื่อคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้าง ๆ ด้วยเสียงเบา ๆ เจ้าของชื่อละสายตาจากตัวอักษร เนตรสีเข้มมองไปยังคนข้างกาย “ถามจริงนะ...นี่มันคือโลกคู่ขนานใช่มั้ย?”
คนถูกถามไม่ตอบ หนังสือที่อยู่ในมือถูกวางลง
“ที่นายบอกว่าฮายะกับเคียวชินแล้วกับอาการแปลก ๆ ของฉันน่ะ...แปลว่าฉันที่ตื่นมาแต่วัน ไม่ใช่คน ๆ เดียวกันใช่มั้ย?” โกคุเดระถามออกมา ดวงตาไม่ได้มองไปที่ไหน เขานั่งตกตะกอนความคิดของตัวเองทั้งวัน จนคำตอบเดียวที่มันออกมา...เขาก็คิดได้เท่านี้
“นายก็ยังเป็นนายอยู่ดี” คำตอบไม่ได้ต่างจากเมื่อเช้าสักเท่าไร
“ฉันเป็นฉัน...แล้วมันจะมีค่าอะไรล่ะ ถ้าฉันในแต่ละวันรู้จักกับเคียวกับฮายะแค่นั้นน่ะ? ฮิบาริ ฉันอยากจะอยู่ในโลกนี้ตลอดไป จริง ๆ นะ...” เนตรสีมรกตฉายแววมุ่งมั่น แต่กระนั้นก็ยังมีความเป็นเด็กแฝงอยู่ เพราะความคิดยังไม่ได้โตขึ้นตามตัว
คนผมดำส่ายหน้าไปมา “ถ้านายอยู่ที่นี่แล้วยังไง? แล้วฉันล่ะ...ฉันที่อยู่ในโลกของนายน่ะ”
โกคุเดระก้มหน้าลง...ไม่ใช่เขาไม่ได้คิด เพียงแต่เขาสงสารเด็กน้อยสองคนที่ทุก ๆ วันตื่นมาก็ต้องเจอกับคนในครอบครัว...ที่เปลี่ยนไปทุกวัน ไม่ใช่ภายนอก แต่เป็นความรู้สึกข้างใน
“อย่าทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้เลย...” คำพูดราวกับจะกล่าวโทษ แต่กลับมีความหมายแฝงอยู่ในนั้น ความอบอุ่นที่ยังคงเหมือนเดิม
“แต่ว่าฉัน...”
มือหนาวางลงบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีเงิน “มันเป็นเวลาของนายที่จะต้องนอนเหมือนกัน”
ดวงตาคู่กลมฉายแววแข็งขึ้นมา “ไม่...ยังไม่ถึงเวลา ฉัน...ฉันเพิ่งจะได้คุยกับเคียวกับฮายะเองนะ” ในดวงตามีน้ำสีใสคลออยู่...เขายังไม่อยากจะไปในเวลานี้
“...แต่ฉันไม่ให้นายใช้เวลามากกว่านี้แล้ว นะ...ฮายาโตะ”
คนโดนขอร้องปิดปากสนิท เรียวปากสั่นคลอน ก่อนที่จะก้มหน้าพยักหน้าเบา ๆ เขาไม่รู้หรอกว่าจะเพราะอะไร แต่ถ้าเป็นความคิดของฮิบาริที่เป็นผู้ใหญ่กว่า มันก็จำเป็นต้องยอมรับ...
“ร้องเพลงกล่อมฉันหน่อยสิ...”
นึกแล้วโกคุเดระอยากจะหัวเราะกับคำขอของตัวเอง คนอย่างฮิบาริจะทำอะไรแบบนั้น...ห่างไกลความจริงเหลือเกิน เพียงแต่เขารู้สึกว่า...ฮิบาริคนนี้ไม่เหมือน ไม่สิ...เป็นตัวตนลึก ๆ ของฮิบาริต่างหาก
ไม่ว่าจะเป็นฮิบาริคนไหนก็ตาม
ศีรษะทุยเอนพิงบนไหล่แกร่ง ก่อนจะหลับตาลง
「When will I ever find a place to call my home?
Sadness circling like a falcon in the sky
When will I ever find a way to speak my heart?
To someone who knows what it is to be alone? 」
…
Sadness circling like a falcon in the sky
When will I ever find a way to speak my heart?
To someone who knows what it is to be alone? 」
…
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามรูปใบหน้า ก่อนที่เสียงบทเพลงจะเงียบไป...
ฮิบาริประครองใบหน้าสวยที่พิงกับไหล่ ให้อยู่ในตำแหน่งตัก ริมฝีปากอุ่นก้มลงประทับใบหน้าที่ทิ้งด้วยรอยน้ำตา แสงอาทิตย์สีส้มที่ทอผ่านผ้าม่านสีขาวกระทบลงบนโครงหน้า ความเศร้าแผ่ออกมาคล้ายกับดวงอาทิตย์ที่จะเคลื่อนไปสู่โลกอีกฟากหนึ่ง...
เพื่อปลุก...ให้อีกฝั่งตื่นเสียที
When you wake up everyday
Please don't throw your dreams away
Please don't throw your dreams away
“ตื่นได้แล้ว!!” เสียงดังกระชากให้คนที่นอนหลับอยู่ได้เปิดเปลือกตาขึ้นมา เปลือกตาที่เต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำของน้ำสีใส
“ฮิบาริ...?” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยชื่ออีกฝ่ายขึ้นมา พอกันกับที่ฝ่ายนั้นตีหน้านิ่งเหมือนที่เคยเป็น อยู่ ๆ น้ำตาที่กั้นเอาไว้ก็พังทลายลงมา “ฮายะ...เคียว”
兄… ก็เคียวชื่อจะได้เหมือนฉัน แต่เขียนเหมือนคำว่าโอนิ
羽弥...ส่วนฮายะ ฮะโนะฮานิ ยะโนะเคียวยะ แล้วก็พ้องเสียงกับชื่อนาย
羽弥...ส่วนฮายะ ฮะโนะฮานิ ยะโนะเคียวยะ แล้วก็พ้องเสียงกับชื่อนาย
Hold them close to your heart
Cause we are all a part
Cause we are all a part
“อะไร...?” น้ำเสียงของฮิบาริดูตกใจกับอาการของคนตรงหน้า เขา...ยังทำอะไรไม่ถูกเหมือนเดิม ก็เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรนี่
ร่างเล็กนั่งสะอื้นอยู่บนเตียง สองมือยกขึ้นปาดน้ำตา ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงอู้อี้ “...ขอบคุณ...”
“บ้าอะไรอีกล่ะเนี่ย !?” ถึงจะพูดออกมาแบบนั้น แต่กลับทรุดนั่งลงบนเตียงนุ่ม “หยุดร้องสักทีเถอะน่า...” ตีหน้ายุ่งแล้วหันหน้าไปอีกทาง
“ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ” อยู่ ๆ คำขอก็โพล่งขึ้นมา พาลให้ร่างโปร่งหันหน้ามามองก่อนจะลุกขึ้นคว้าทอนฟาขึ้นมาตั้งท่าจะสู้เต็มที่ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งไม่เตรียมรับมือกับท่อนเหล็กของเขา มือทั้งคู่ก็ลดระดับลง แล้วกลับไปนั่งบนเตียงอีกครั้ง
“เฮอะ...”
「We’re far from the ones we love
Never can return
Never can we see again
The countries of our bird」
...
Never can return
Never can we see again
The countries of our bird」
...
..Of the ordinary miracle ..
Fin.
2009.09.30 [19.09]
2009.09.30 [19.09]
...ยังก๊ะซีรีย์ 55 ชื่อเต็ม ๆ ก็คือ The Most Special Happiness .. ถ้ามีคำเปรียบเทียบที่มากกว่า The Most ก็จะมีซีรีย์นี้ตามมาอีก 555555555555 (<<< เอ็งไม่เลิกสินะ)
อธิบายก่อน...เรื่องชื่อของเจ้าตัวเล็กทั้งสองคน
- ฮายะ: ที่ฮิบาริบอกว่า "ฮะโนะฮานิ ยะโนะเคียวยะ แล้วก็พ้องเสียงกับชื่อนาย" หมายความว่า คำว่า 'ฮะ' มาจากคำว่า 'ฮานิ' คำนี้แปลว่าปีก ขนนก ประมาณนั้นค่ะ แล้วยะ ก็มาจากคำว่า ' เคียวยะ ' ที่เป็นชื่อของฮิบาริ
- ฮายะ: ที่ฮิบาริบอกว่า "ฮะโนะฮานิ ยะโนะเคียวยะ แล้วก็พ้องเสียงกับชื่อนาย" หมายความว่า คำว่า 'ฮะ' มาจากคำว่า 'ฮานิ' คำนี้แปลว่าปีก ขนนก ประมาณนั้นค่ะ แล้วยะ ก็มาจากคำว่า ' เคียวยะ ' ที่เป็นชื่อของฮิบาริ
- เคียว: เขียนด้วยคำว่า 兄 แต่จะให้อ่านว่าเคียวอ่ะค่ะ (ความจริงคำนี้อ่านว่า ni / oni ที่แปลว่าพี่ชาย) คล้าย ๆ กับไลท์ใน DN ที่ชื่อเขียนด้วยคำว่า 月 แต่จะให้อ่านว่าไลท์อ่ะ
ไม่อยากจะพูดหรอก แต่อยากจะพูด (?) เรื่องนี้แอบจริงจังกับตัวเองมาก แค่ชื่อของสองคนก็ปาไปวันนึงแล้ว ... คือคิดไว้แล้วล่ะว่าอยากจะให้ชื่อเคียวกับฮายะ แต่แบบ...ก็อยากจะได้ความหมาย + ไ่ม่ให้ซ้ำกับชื่อของเคียวยะกับฮายาโตะ (แต่เจ้าฮายะ ก็ได้เชื้อพ่อมาด้วย)
แล้วเพลงที่คุณฮิร้องกล่อม ตอนแรกจะใช้ Hush a bye baby แล้วก็เปลี่ยนเป็น Aika's Lullaby แล้วก็เป็น Que Sera Sera ... แต่ก็จบที่ Teru no Uta ... ชอบเพลงนี้อยู่แ้ล้ว แล้วพอได้อ่านความหมายก็แบบ...โดนอ่ะ
ตอนแรกจะเอาเวอร์ยุ่น แต่แปลแล้วมันต้องตีความไปอีก เลยเอาแบบอังกฤษดีกว่า ความหมายค่อนข้างตรงตัว ฟังได้ที่นี้เค่อะ : Teru no Uta
คุณฮิดูเหมือนแหกคาแรกเตอร์...แต่เราว่านั่นคือคุณฮิที่โตแล้ว + มีลูกด้วย ความอ่อนโยนก็เลยคงมีมากขึ้นมั้ง
เรื่องนี้ยอมรับนะว่าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ก็...สำหรับเรามันสุดแล้วล่ะ ในตอนนี้นะ...แต่ที่แน่ ๆ เหมือนจะโดนเจ้าเคียวกับฮายะกินไปแล้ว 55 คือที่นั่งนึกถึงสองคนนี้อยู่ในหัว มันเป็นเด็กนี่น่ารักโคตร ๆ อ๊ากกกกกก อยากเลี้ยงเด็กกกกกก (วันก่อนลูกของหมอคนนึงคลอด อินี่จะไปกัดลูกเขา 55 แก้มยุ้ยมาก !!)
ยาวเฟื้อยเลย อะไรของมัน ?
ตอนแรกว่าจะลงแท็กของเจ๊...แต่ก็ 55 สัญญาว่าพรุ่งนี้จะแปะแท็ก (คือไปจิ๊กเขามาเยอะนะ แต่แปะไม่หมด ... เลว) แล้วก็อะไรอีกเยอะแยะ แต่ติดนั่นนี่นี่นั่น
ตอนแรกว่าจะลงแท็กของเจ๊...แต่ก็ 55 สัญญาว่าพรุ่งนี้จะแปะแท็ก (คือไปจิ๊กเขามาเยอะนะ แต่แปะไม่หมด ... เลว) แล้วก็อะไรอีกเยอะแยะ แต่ติดนั่นนี่นี่นั่น
ไปล่ะค่ะ
ส่งท้าย...

ปล. มีใครติดอัตสึฮิเมะมั่งคะ ? FC ท่านโชกุนขอมือหน่อยยยยย~ XD เนียนโคตร
ปล. มีใครอ่าน 'เจตนาเลือด' มั่งคะ ? ลุ้นตอนที่คางะคุงออกมั่งมั้ยอ่ะ...หรือรู้อยู่แล้วว่าคือคุณเคียว orz อยากให้ชูเฮโผล่มาก แต่ว่าเล่มชูเฮออกหลังเล่มนี้อีก
ปล. มีใครอ่าน 'เจตนาเลือด' มั่งคะ ? ลุ้นตอนที่คางะคุงออกมั่งมั้ยอ่ะ...หรือรู้อยู่แล้วว่าคือคุณเคียว orz อยากให้ชูเฮโผล่มาก แต่ว่าเล่มชูเฮออกหลังเล่มนี้อีก
Tags: 1859, fanart, fiction, khr, reborn, teru no uta4 Comments


ไม่ว่าก๊กที่ตื่นขึ้นมาจะมาจากโลกไหน ยังไงก็เป็นก๊กอยู่ดี
โฮกกกกกกก มันทั้งเศร้าั้ทั้งอบอุ่นเลยค่ะ
สงสารต่อ แล้วก๊กที่ต้องอยู่ในโลกนั้นจริงๆ หายไปไหนกันนะ
#1 By elRion on 2009-09-30 19:59