S.Fiction KHR| Share 1859
posted on 05 May 2009 13:43 by devilz79 in FICTIONs, REBORN
Title: Share
Paring: 1859 (Hibari * Gokudera)
Sort: Dark side
Author: Devilz79
Note: ไม่ใช่ฟิควันเกิดคุณฮินะคะ แต่เป็นฟิคที่ 'ลง' ในวันเกิดคุณฮิ 5555
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
อยู่ในมุมมืดๆ...
แล้วหัวใจ...ก็วิ่งหนีความจริง
“ยังไม่นอนอีกรึไง?” เสียงทุ้มติดงัวเงียเอ่ยถามร่างบางที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ แต่ก็ไม่มีคำตอบออกมาจากปากคู่นั้น คนถามถอนหายใจเฮือกก่อนจะรินน้ำใส่แก้วสองใบ
ใบหนึ่งยกกินเอง
อีกใบตั้งไว้หน้าคนไม่ยอมพูดจา
“เป็นบ้าอะไรของแก? ถ้าพรุ่งนี้ไปโรงเรียนช้า ฉันฆ่าแกแน่” เจ้าของเรือนผมสีดำทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ด้านตรงข้าม ตามปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่น
แต่คนนี้...กลับแตกต่าง
ร่างเล็กเหลือบตามอง ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่ก็เงียบเสียงลงไป แล้วค่อยมองอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นมา “มันไม่ใช่เรื่องของแก”
สุนัขจิ้งจอกที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ยามหิวก็คร่าชีวิตสัตว์ไม่น้อย แต่ยามใดที่มันอิ่ม มันก็ไม่ระรานชีวิตอื่น ยามถูกทำร้าย หากไม่สู้หลังชนฝา ก็ต้องหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง
แม้จะอ้างว้าง...แต่มันก็ชาชิน
ฮิบาริปรายสายตามองอีกครั้ง แล้วลุกขึ้น หยิบแก้วน้ำที่ไม่พร่องสักนิด สาดน้ำใส่ลงอ่าง ก่อนจะหายไปในความมืด ที่มีเพียงแสงนวลของหลอดไฟหลอดเล็กเท่านั้น
มือยาวก่ายหน้าผาก พยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็ไม่เป็นอย่างใจคิดสักเท่าไร ในเมื่อเขาได้ปล่อยให้จิ้งจอกอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของเขาสักนิด
เสียงในยามราตรีช่างสงบเหลือเกิน ในที่ที่ร้างห่างจากผู้คนและตัวเมือง แสงสีใดย่อมมิอาจสาดเข้ามาได้ แม้ว่าจะมีแต่ตัวตึกจนแมลงต่างๆมิอาจแทรกตัวเข้ามาได้ แต่ทุกห้องเรือนกลับปิดไฟจนมืดมน
นี่อาจจะถือว่าเป็นเวลาที่คนทั่วไปจะหลับใหลไปกับความเงียบสงบ
ฮิบาริผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงอีกครั้ง มองลอดไปยังช่องว่างระหว่างประตูกับพื้น มีแต่แสงเบาบางเล็ดรอดเข้ามา ราวกับจะบอกว่าสัตว์ป่าโดดเดี่ยวกำลังนั่งบนโขดหินอยู่อย่างนั้น
ร่างโปร่งนั่งนิ่ง ก่อนจะชันเข่าขึ้นแล้วซุกมือเข้าหากันดับความเหน็บหนาว
หัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
เหมือนว่ามันจะหลุดออกแล้ววิ่งหนีหายไป
เคร้ง !!
เสียงวัตถุแก้วกระทบพื้น พาให้ความสงบหายไป ฮิบาริที่นั่งอยู่ในห้องสะดุ้งเฮือกแล้วถีบตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่นอน สัญชาตญาณที่ไปก่อนสมอง
สองท้าวสาวเข้าไปใกล้ประตู มือเรียวแตะลงบนลูกบิด แล้วชะงัก...
เขาควรจะยื่นมือเข้าไปกับเรื่องนี้ดีรึเปล่า?
ไม่มีคำตอบจากสมองที่ควรจะสั่งการ ข้อมือเอี้ยวตามวงหมุนของลูกบิด ก่อนจะก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยคำสั่งบางอย่าง...จากสิ่งที่เรียกว่าสัญชาตญาณ
แสงสว่างเพียงเบาบางยังคงอยู่ ความเงียบสงบถูกทำลายด้วยเสียงครางเบาๆของใครบางคน
เก้าอี้นั้นหายไป
.
.
โขดหินนั้นหายไป
ร่างที่เคยอยู่บนเก้าอี้ก็หายไป
.
.
จิ้งจอกตัวนั้นก็หายไป
ร่างสูงกวาดสายตามองรอบๆ ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นน้ำสีแดงที่ไหลรินลงมา...จากข้อมือของคนที่ลงไปนอนอยู่กับพื้นที่แสนเย็นเฉียบ
“แก...!?” ความตื่นตระหนกแฝงตัวเข้าไปในจิตใจ มือเรียวสั่น...ไม่ใช่เพราะกลัวเลือด
แต่เพราะเป็นเลือดของคนคนนี้
‘แก’ ที่ถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมอง ชักสีหน้าไม่พอใจ ริมฝีปากซีดขบกันแน่น
ฮิบาริขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะลงไปคว้าให้ร่างเล็กลอยขึ้นมา ก่อนจะเห็นว่าเศษแก้วน้ำกระจายอยู่ด้านข้างที่ตัวบางเคยลงไปนอน “เป็นบ้าอะไร!!” ตวาดเสียงใส่
ตาคู่ดุจ้องเขม็งด้วยความไม่เข้าใจ
แต่ก็ไม่มีคำตอบจากคนที่ไม่ยอมตอบคำถาม ... คงจะมีเพียงน้ำสีใสที่ไหลรินลงมาอาบใบหน้าที่ระบายความรู้สึกเจ็บปวดไว้
“แกมันบ้า...”
ร่างสูงนั่งพันผ้าสีขาวบนข้อมือเล็กอย่างช้าๆ หลังจากที่เช็ดแผลเสร็จแล้ว ไม่มีคำพูดใดๆที่ทั้งคู่จะพูดออกมา ทั้งๆที่ทุกคำพูดมันจุกอยู่ที่คอ อยากจะพร่ำออกมาสักเท่าไร อยากจะว่าออกมาสักเท่าไร
ก็ได้แต่กลืนมันเอาไว้เท่านั้น
เนตรทั้งสองเงยมาสบกัน คู่หนึ่ง...ไม่เข้าใจ อีกคู่...ไม่คิดที่จะเข้าใจ
อาการมีปัญหาทั่วไป ที่ใครๆก็ต่างทำเป็นว่าเข้าใจ แต่จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจว่าทำไมสุนัขจิ้งจอกถึงต้องอยู่เพียงลำพัง จะมีกี่คนที่เข้าใจถึงการเอาตัวรอดของสุนัขจิ้งจอก...แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจว่าทำไม...
มันถึงปล่อยให้ตัวเองต้องตกตาย
“แกมัน...” เสียงเบาๆที่แค่นออกมาจากความรู้สึกทั้งหมด เจ้าของนัยน์ตาคมที่เต็มไปด้วยความสับสน กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้ามาหาตัว ก่อนจะกดหัวนั้นลงบนบ่า
ร่างกายสองร่างที่สั่นเทาไปพร้อมกันในค่ำคืนที่เงียบงัน
ร่างบางที่ปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหลลงมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ความเจ็บปวด เจ็บใจ กัดริมฝีปากแน่น สองมือจิกเข้าหากัน
“ทำไมแกไม่ปล่อยให้ฉันตาย?” คำถามที่โพล่งขึ้นมาในน้ำเสียงที่อู้อี้ “...ทั้งๆที่มันควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่รึไง?”
“ถ้าแกยังไม่หุบปาก...ฉันได้ฆ่าแกแน่” ฮิบาริขบฟันแน่น เขาเจ็บ...แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ็บตรงไหน เพราะอะไรถึงเจ็บ และ...ทำไมมันเจ็บมากมายขนาดนี้
คนผมเงินกระพริบตาถี่ ให้น้ำตาซึมเข้าไปในเสื้อนอนตัวบางของคนตรงหน้า
“แกคิดจะไปไหน? แกคิดจะหนีฉัน? แกกำลังคิดอะไรอยู่...?” แม้จะไม่มองหน้า แต่น้ำเสียงที่เจือความไม่เข้าใจเอ่ยออกมา พาให้คนถูกถามนิ่ง “คิดอะไรอยู่...บอกคนอื่นมั่งไม่ได้รึไง?”
“แกมัน...”
“ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะสอดมือไปยุ่งเรื่องของแก แต่การที่ต้องนั่งเดาใจคนจากข้างหลัง มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนี้แกกำลังคิดบ้าบอคอแตกอะไรอยู่ ไม่มีใครรู้หรอกว่าวันไหนแกอยากจะตาย ไม่มีใครรู้ว่าแกอยากจะตายด้วยเรื่องอะไร ไม่มีใครรู้....ไม่มีใครรู้สักนิดเรื่องของแกน่ะ”
คำพูดมากมายพรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่อง ความอุ่นของหยาดน้ำกระทบลงบนเส้นผมสีเงิน
“ฮิบาริ..?”
“ถ้าแกอยากตายเมื่อไร ช่วยไปให้พ้นสายตาของฉันก็แล้วกัน” อ้อมกอดถูกผละออกพร้อมกับใบหน้าคมที่หันกลับไปหาความมืดมิด
ก็มีอีกตัวที่เข้ามาเลียบาดแผล
แล้วก็จากไป...โดยไม่หันกลับมามอง
Fin.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
มันสมควรจะลงในวันเกิดมั้ยเนี่ย ฟิคแบบนี้...
มันคือหนึ่งเรื่องที่แต่งไว้นานแล้ว แต่่จำได้ว่าตอนนั้นนอยมากในหลายๆเรื่อง
อนึ่ง ... ฟิึควันเกิดไม่ัทันค่ะ 555 แต่งไม่ออกแล้วอ่ะ
ต่อไปก็ สุขสันต์วันเกิดคุณฮิบารินะเคอะ
รูปใหญ่กะรูปเล็กคนละสีกัน orz
(งานรัฟสุดๆ ขอโทษทีค่ะ)
ของขวัญในวัยเด็ก ... ให้แล้วนะคะ ด้ายแดง รักษาให้ดีๆ
เคะ เคะ เคะ เคะ
รักษาสุขภาพ .... แล้วก็ออกฉากอีกเร็วๆนะคะ
(ถ้าให้ดีลากมุคุโร่มาออกด้วยนะ ขอร้องเหอะ คิดถึงไม่ไหวแล้ว)
ปล. หัดยิ้มแบบอาจารย์ฟงมั่งก็ดีนะคะ
//โดนตบด้วยทอนฟา *เลือดพุ่ง

แม้จะไม่ใช่ฟิดวันเกิด แต่ก็ลงในวันเกิด ดังนั้นก็โมเมว่าเป็นฟิกวันเกิดแล้วกันค่ะ ชีวิตคือความเจ็บปวดก็ตั้งแต่เกิดมาล่ะนะ
HBD ให้ท่านฮิด้วยคนค่า
#1 By kuwa[R]i... on 2009-05-05 14:12