เมื่อโดนล้วง...กระเป๋า

posted on 03 May 2009 14:45 by devilz79  in OTHER

หมายเหตุ: เหตุการณ์จริง เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เอามาเล่าเป็นอุทาหรณ์นะึคะ
ปล. เอ่อ...แอบเขียนอุทาหรณ์ไม่ถูก กร๊าซซซซซซซซซซซซซ

 

 

โทรศัพท์มือถือไอ้ฟาร์มหายค่ะ

 

 

 

โคตรจะมั่นใจเลยว่าโดนล้วง อ๊ะ ไม่ล้วงก็ได้ แต่แค่มีคนหยิบเอาไปก็แค่นั้น
เป็นโนเกีย ... อย่าถามรุ่น เพราะจำไม่ได้ - -* สีขาว - ชมพูบานเย็น

 

อยู่ในที่ใส่มือถือสีขาว จะมีที่ห้อยโทรศัพท์มือถือเป็นโกคุเดระกับฮิบาริในเซทตาตี่ของท่านคาโอ

 

 

เหตุการณ์มันน่าจะเกิดระหว่าง 12:47 - 13:10

 

 

ความจริงแล้วมันคือความผิดของฟาร์มเองด้วยแหละ orz

 

 

เวลาสุดท้ายที่รู้ตัวว่าอยู่กับโทรศัพท์คือ เกือบบ่าย
เพราะว่า ตอนนั้นถึงอนุสาวรีย์แล้ว ก็หยิบขึ้นมาดูเวลาตามปกติ

 

 

ตอนนั้นคิดไปว่า จะเอาหูฟังเสียบกับโทรศัพท์ีดีมั้ย?
แต่ก็แบบ ไม่เอาอ่ะ เคลื่อนที่ไม่ถนัด

 

 

ตอนนั้นก็เดิน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

จนไปถึง BTS ก็หยิบบัตรมา แต่ว่าวันมันหมดก่อน ก็ต้องไปเติมใช่มะ
ก็เดินไปเติม ... ตอนนั้นก็ยังไม่มีอะไร

 

พอเติม แล้วผ่านประตูไปได้ปุ๊บ ก็ขึ้นไปที่จะไปทางอ่อนนุช
ตอนนั้นคนก็เยอะพอสมควร ถือว่าเยอะกว่าตอนช่วงเช้าแล้วกัน

 

คือตั๋วฟาร์มมันจะหมดตอน 16 มิถุนา ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเชคปฏิทิน ว่ามีเรียนวันไหนบ้าง
ก็ไม่ได้คิดอะไรนะตอนนั้น ก็เก็บโทรศัพท์ตามปกติ ---- *

 

แต่ไม่แน่ใจว่าเก็บไว้ในกระเป๋าหรือว่าเสียบในกระเป๋ากางเกง

 

ก็ยืนรอรถ สักพักรถมา แน่นอนว่าคนเบียดกันมาก ... ตามธรรมชาติของรถไฟฟ้าแหละนะ
คือฟาร์มมันจะไปศาลาแดง ดังนั้นมันต้องลงที่สยามเพื่อต่อรถใช่มะ

 

ตอนนั้นก็ไม่ไ้ด้ยุ่งอะไรกับโทรศัพท์เลย
ไม่ได้เอาขึ้นมาดูเวลา คือแบบ...คำว่าโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ในสารบบกู

 

พอถึงสยามก็ลง คนมันก็ลงเยอะใช่มั้ยล่ะ
แล้วทางที่มันต้องไปสะพานตากสินก็มีรถมาพอดี ก็ต้องรีบ

 

คือช่วงเวลาที่้เปลี่ยนรถคือไม่ได้สนใจโทรศัพท์เลย

 

จนแบบถึงศาลาแดงแล้วอ่ะ เห็นผู้หญิงคนนึงคุยโทรศัพท์
ก็แบบ...เฮ้ย โทรศัพท์กูล่ะ

 

ก็มองไปในกระเป๋า
(มันจะเป็นแบบมีตีนตุ๊กแกแปะแค่นั้น)

 

เฮ้ย ไม่เห็นอีขาวๆเว้ย

 

รู้ตัวเลยว่าใจหายไปกว่าครึ่ง ก็แบบ...หลอกตัวเองว่าไม่หายเว้ย
แล้วก็เดินไปทางสีลม 64 แล้วก็หยุด ค้นมือถือในกระเป๋า

 

 

ไม่มี

 

 

....

 

 

 

ตบๆตามกางเกง
เงียบ...

 

 

 

หายแล้วอ้ะ

 

 

 

เชื่อมั้ย ว่าน้ำตาจะไหล
แต่ก็แบบ...ช่างมันก่อน ไปที่เรียนก่อน ก็เดินไปด้วยใจที่แบบ

 

 

 

 

สิ้นหวังแล้วกู

 

 

พอไปถึงที่เรียนก็ยืมโทรศัพท์พี่ป๋อมโทร. เบอร์แรกที่โทรออกคือเบอร์ตัวเอง

 

 

 

"ไม่มีสัญญาณจากหมายเลขที่ท่านเรียก..."

 

 

โอเค ... ก็แค่มีคนเก็บได้ แล้วเขาหวังดีปิดเครื่องกูซะงั้น

 

 

 

มันไม่ใช่อ้ะ!!

 

 

ก็เลยโทร.ไปบอกพ่อว่าโทรศัพท์หายนะ หายที่ไหนไม่ทราบ
แต่ก็ตั้งแต่ก้าวขึ้นรถตรงอนุสาวรีย์ - ศาลาแดงนี่แหละ

 

 

แต่พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร แม่ก็ไม่ได้ว่านะ
พ่อกับแม่บอกว่าช่างมัน ปล่อยมันไปซะ หายแล้วก็ช่างมัน

 

 

แล้วแม่ก็ถามเออว่ากระเป๋ามีรอยกรีดมั้ย
ก็ กระเป๋าไม่มีรอยกรีดฮะ คงโดนล้วงนั่นแหละ

 

 

แต่ว่าหูฟัง สมุดบันทึก และ ปากกา ยังอยู่ครบถ้วน
(ส่วนกระเป๋าตังค์เก็บไว้ในกระเป๋าที่มีซิปอย่างดีค่ะ)

 

 

วันนั้นก็เลยแบบ...นอยอ่ะ
ยอมรับนะว่านอยแบบสุดๆ

 

 

ก็แบบ...ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก เลยแผ่เมตตาไป
(เพราะโดนแม่ย้ำอยู่บ่อยๆว่าอย่าไปอาฆาตเขา เพราะก็เป็นเราที่ร้อนใจเอง)

 

 

พอเลิกเีรียนก็นั่งรถกลับไปอนุสาวรีย์
คือคิดในใจแล้วว่ายังไงคงไม่ได้คืน หรือคงยาก

 

 

แต่ถ้ายังมีโอกาส ... ก็อยากได้คืนนะเว้ยยยยยยย

 

 

มันเลยเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่สอนให้รู้ว่า

 

 

"อย่าควักของมีค่าออกมากลางที่สาธารณะ" เพราะแถวบ้านเรียกว่า ล่อโจร

 

 

[ ก็ไปอ่านตามเว็บมา เขาบอกว่าถ้าโทรศัพท์หายให้ไปดูเลขซีเรียลแล้วไปแจ้งที่ศูนย์ให้เขาบล็อกเครื่องเรา ทำให้โทรศัพท์ไม่สามารถใช้ได้ ......... มันจริงรึเปล่าคะ? ------> ขอคำตอบค่ะ อยากรู้ ]

 

 

ไปอยู่เมืองกรุงฯมาสองเดือน ได้อะีไรเยอะแยะมาก...
ห่านนน ไม่อยากอยู่เมืองกรุงแล้วอ่ะ กลับบ้านนอกแฮปปี้กว่า

 

 

(แต่ที่นครสวรรค์ก็เพิ่งมีคดีกระชากสร้อยคอไปนี่หว่า .... อันนั้นก็ล่อโจรว้อยยย)
^ แต่ไอ้ฟาร์มไม่อยู่ในเหตุการณ์ มีคนเขาเล่ามาอีกที

 

 

สรุป ... ของน่ะเก็บให้ดีๆ อย่าเอาของมีค่าออกกลางที่สาธารณะ เป็นบทเรียนนะเฮ้ย!!

 

 

พอละ...ตอนนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมายนะ
แต่ว่า...

 

คุณคนที่เก็บไปได้อ่ะค่ะ ช่วยส่งที่ห้อยโทรศัพท์คืนได้มั้ยอ่ะ
หรือไม่นะคะ ก็เก็บไว้ดีๆหน่อยนะคะ ถือว่าขอร้อง อย่าทิ้ง อย่าเอาไปปู้ยี้ปู้ยำนะคะ

 

คุณค่าทางใจมันอินฟินิตี้นะว้อยยยยยยยยยยย

 


เขียนตอนนั่ง 97 orz

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคนโดนกรีดกะเป๋าที่เซ๊ยร์อ่ะค่ะ

ของหายหมดเลย

ดีที่มีเงินเหลือ10บาทอยู่ในกระเป๋ากางเกง

มั้ยงั้นมั้ยได้กลับบ้านแน่

#1 By Popopure on 2009-05-03 15:48

ต้องระวัง ให้ดีเนอะ,,

เพื่อนเราก็เคยโดน อ่า ตอนคนรถเมล์

คนเยอะๆ ,, แก๊งมิจฉาชีพ มัน ก็จะมาเบียด,, ๆ

แป๊บเดียว ,, เอาไปซะละ ,,
กระเป๋าตังผมก้อหาย โดนไปเปนหมื่น + บัตรทุกอย่างเลยคับ

#3 By Vichyasviel von Einzbern on 2009-05-03 15:57

อ่ะขอนอยไปด้วยคน
ยูไม่เคยเจอหรอกค่ะเพราะว่าปกติจะเก็บไว้กับตัว
แต่ว่ายังไงก็เป็นอุทาหรณ์ล่ะนะค่ะ

#4 By Pbofbook™ on 2009-05-03 16:05

นี่ก็โดนขโมยไปเหมือนกัน

ซื้อมาไม่ถึงอาทิตย์นึง

อยากร้องไห้

แมมตรู!!!!

#5 By ✖::キララ†h`13::✖ on 2009-05-03 16:15

มันจะมีเลขเครื่องน่ะค่ะ
เวลาที่ซื้อมามันจะเป็นคล้ายๆ สติกเกอร์บาร์โค้ด
ลองไปดูในกล่องนะคะ แล้วแจ้งศูนย์ เค้าจะบล๊อคเครื่องให้เราได้
มันเอาไปก็ทำอะไรไม่ได้ ฮุๆ
(เหมือนสะใจในความซวย == '')


สมัยนี้ใครก็ไว้ใจไม่ได้น่อ

#6 By byul on 2009-05-03 16:17

โหยังดีที่ใจเย็นกันอ่ะนะคะ = =^

เป็นเรานี้แบบว่า เชือดมัน เชือดมัน เชือดม๊านนน

ที่เสียดายที่สุดคือสายห้อยโทรศัพท์(อ่าว?)

ท่าทางจะน่ารัก+..+

เดี๋ยวจะเก็บไว้เป็นอุทาหรณ์ เอ่อแต่ปกติก็ต้องระวังตัวอ่ะนะคะสมัยนี้surprised smile

#7 By KiZUME on 2009-05-03 16:37

เขาว่ากันว่าชีวิตคนในหนึ่งครั้งจะต้องมีเรื่องพรรค์นี้

เราเองก็เคยเจอเหมือนกันค่ะ ทั้งกระเป๋าโดนขโมย(ทั้งใบเลย)โดนล้วงกระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ ตอนนั้นจำได้เลยว่าคำว่าใจหายวาบมันเป็นยังไง ใจมันหล่นหายไปหมด ที่แย่ที่สุดคือเราเคยโดยปลดสร้อยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว (สร้อยทองแค่สลึงเดียว แต่ตอนนี้ทองก็แพงมากๆ)

ทำใจให้สบายค่ะ ดีที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ว่า ของทุกอย่างเป็นของนอกกาย คิดเสียอย่างนี้ละกันนะคะ อยู่ในเมืองกรุงต้องระวังค่ะ เพราะตอนนี้เราก็ไม่ประมาทอีกแล้ว

#8 By kuwa[R]i... on 2009-05-03 17:25

TAG