S.Fiction KHR| Stay : 1859
posted on 03 Jan 2009 16:26 by devilz79 in FICTIONs, REBORN
Title: Stay
Paring: 1859 (Kyoya * Hayato)
Author: Devilz79
Rate: G
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
“เฮ้ยๆ ตื่นได้แล้วว้อยยยยยย!!” เสียงหวานกระชากสุดเสียง แหกปากร้องเรียกคนขี้เซาที่ยังอุดอู้อยู่ในห้องนอน ไม่ยอมลุกขึ้นมา อย่างไม่เกรงใจ
ว่าไป...ความเกรงใจมันก็เหือดหายไปตั้งแต่ที่ได้อยู่ร่วมห้องแล้วล่ะ
หนึ่งคนที่โดนปลุกพลิกหน้าเข้าหาหมอนใบโตแล้วซุกหัวไปในนั้น ให้สิ่งนุ่มๆ เป็นตัวรับความซวยในการฟังเสียงไม่พึงประสงค์แต่เช้า
“บอกให้ตื่น!! ไม่ได้ยินรึไงห๊า!!!!!” ตะโกนดังกว่าเก่า เมื่อไม่มีการตอบรับจากรูมเมท
เส้นประสาทของ ‘คนที่ไม่ได้ยิน’ กระตุกแทบจะขาด เสียงดังขนาดนั้นต่อให้คนหูหนวกโดยกำเนิดผ่านมาล่ะ ก็ต้องได้ยินเป็นแน่แท้ ไอ้เสียงแปดหลอดเก้าไหแบบเนี้ย! น่ารำคาญ
“ถ้าไม่ตื่นฉันจะถีบแล้วนะเว้ย!!” ไม่ใช่แค่ขู่ แต่เจ้าของเสียงผู้เป็นเจ้าของผมสีเทายืนอยู่หน้าห้อง พลางเงื้อเท้าเตรียมถีบประตู ก็แหงสิ...ใครใช้ให้มันเอามาสเตอร์คีย์ไปเก็บไว้ในห้องคนเดียวล่ะ ไม่ใช่ความผิดของเขาซักหน่อย
เหมือนความอดทนเส้นสุดท้ายของคนง่วงจะเริ่มเปื่อยลงเรื่อยๆ
“ฉันให้เวลาแกสามวินาที ว่าแกจะตื่นหรือจะตาย ห๊ะ!!” ขึ้นเสียงสูง วางอำนาจเต็มที่
ปึ๊ด !! คนที่อยู่ในห้องลุกพรวดขึ้นมา แล้วขว้างหมอนเจ้ากรรมทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เอื้อมหยิบอาวุธคู่กาย หมายจะฟาดกันให้ไม่ต้องผุดต้องเกิดไปเลย
“หนึ่ง...”
ก้าวที่หนึ่งเดินออกฉับๆ ไปยังประตูห้องนอนอย่างรวดเร็ว
“สอง...”
มือข้างที่ว่างกำลูกบิดแน่น
“สาม!!!”
พลั๊วะ !! ประตูถูกกระชากออก พร้อมกับทอนฟาเหล็กที่ฟาดลงไปกับอากาศแล้วทะลวงถึงประตูไม้ดวงซวย มีอันต้องเปลี่ยนภายในไม่ช้า
“ไอ้สัตว์กินพืช!!!” ชายหนุ่มผมดำเข่นเขี้ยวอย่างสุดจะทน แค่แหกปากน่ารำคาญก็อยากฆ่าจะแย่อยู่แล้ว ยิ่งมาหลบการโจมตีของเขาได้แบบนี้...
มันน่าขย้ำให้ตาย
“ตื่นได้แล้วรึไง? นึกว่าลิ้นจุกคอตายซะอีก” คนฟาดเคราะห์ลุกขึ้นมากวนประสาทคนตรงหน้าต่อ “เอาไอ้ท่อนเหล็กของแกไปเก็บเลย...มันไม่ใช่เวลาเว้ย!” ใช้มือผลักอาวุธของอีกฝ่ายให้เบนไปอีกทาง
“หุบปาก”
“ทำมะ...ไม่หุบ แกมีสิทธิ์อะไร? แกนั่นแหละ...หุบปากแล้วก็ฟังซะ!!” ยกมือผลักอกคนสูงกว่าอย่างไม่กลัว ทำไมต้องกลัว...ไม่มีเหตุผลให้กลัวสักนิด “วันนี้แกต้องมาทำความสะอาดห้อง เข้าใจ๋?”
“ทำบ้าอะไรของแก”
“ทำความสะอาดยังไงล่ะเฟร้ยยยยยยยยย!!” คนผมเงินส่งเสียงฮึดฮัด เมื่ออีกฝ่ายทำหน้าตาเฉยชา ประมาณว่า...ต่อให้บังคับ กรูก็ไม่ทำ
“ฉันหมายความว่า...” คนผมดำเว้นเสียงไปชั่วครู่ แล้วพ่นจาทำร้ายจิตใจคู่สนทนาอย่างแรง “...คนอย่างแก สะกดคำว่าสะอาดเป็นด้วยรึไง!?”
โกคุเดระ ฮายาโตะ (16) นักเรียนม.ปลายปีสอง โรงเรียนนามิโมริ เกิดวันที่ 9 กันยายน นิสัยขี้โวยวายมากถึงมากที่สุด อาวุธคู่กายไดนาไมต์ ฉายา สโมกกิ้ง บอมบ์ สถานะรูมเมทของฮิบาริ เคียวยะ
อารมณ์...ปวดตับ
“Midori tanabiku namimori no Dai naku shou naku…” เสียงใสเจื้อยแจ้วของนกตัวกลมสีเหลือง ขนฟูๆซึ่งเป็นเอกลักษณ์ และด้วยขนาดความเล็กของมันนั้น พาให้คนอย่างฮิบาริ เคียวยะเอ็นดูมิใช่น้อย
“แกสั่งให้ไอ้นกบ้านั่นหุบปากไปเลยนะเว้ย!!” เสียงของโกคุเดระดังเล็ดรอดออกมาจากมุมครัว อารมณ์นั้นยังไม่หายดีกับคำเหยียดหยามขั้นเมพของฮิบาริ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนโดนเอาเข็มมาแทงที่ตับแรงๆแล้วหมุนไปมา
เจ็บนี้อีกนานว้อยยยย !!
“แกนั่นแหละ ที่ควรจะหุบปาก” ฮิบาริย้อนด้วยเสียงนิ่งติดรำคาญเล็กๆ ประธานรักษาระเบียบอย่างเขาต้องมานั่งขัดห้องน้ำอย่างช่วยไม่ได้ ก็มันช่วยไม่ได้จริงๆ...ใครจะมาช่วยล่ะเฮ้ย!?
โกคุเดระได้แต่นั่งกระชากแปรงในมือไปมา ขัดพื้นมุมครัวด้วยแรงอันบ้าคลั่ง ทุ่มเทพลังแห่งความโมโหทั้งหมดไปกับพื้นที่มันน่าจะถลอกไปบ้างแล้วหากมันเป็นไม้ปาเก้หรือกระเบื้องที่ไม่ได้มาตรฐาน แน่นอนว่าถ้าตรงไหนมีคนชื่อฮิบาริ ที่ตรงนั้นจะต้องสมบูรณ์แบบไปซะทุกเรื่อง
คือ...ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันอะไรก็เหอะ ทุกอย่างต้องได้ ‘มาตรฐาน’ นั่นคือ โดนฟาดแล้วไม่เกิดการบุบสลายภายในสามนาที ถือว่าผ่านเกณฑ์ แล้วมันจะมีวัตถุกี่อย่างเชียวที่รองรับแรงอันมหาโหดของฮิบาริได้
ไม่อาจจะนับว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของทั้งคู่ดี ที่ต้องมาตกระกำร่วมหอลงโลงกัน แต่มันอาจจะเป็นความโชคดีบนความโชคร้ายกลายๆของเจ้าของคอนโด ที่ไม่ต้องเปิดห้องถึงสองห้อง เพื่อให้คนสองคนมารุมกันทำลาย จับเอาทั้งคู่ยัดไว้ในห้องเดียวกันแหละ จบ! เกิดอะไรก็เกิดแค่ห้องเดียวเท่านั้น ห้องข้างเคียงเดือดร้อนจากที่จะเป็นสี่ ก็เหลือแค่สอง
ยังไง...ก็กำไรล่ะมั๊ง
หนึ่งคน...ขี้รำคาญ ไม่ชอบการโวยวาย เป็นคนพูดน้อย (ต่อยหนัก) อีกหนึ่ง...ขี้รำคาญพอกัน แต่ชอบโวยวาย โผงผาง มีอะไรไม่ค่อยเก็บอะไรไว้ในใจ
แต่สิ่งที่ทั้งสองมีคล้ายกันคือ ความสันโดษ ... ไม่ต้องการคบค้าสมาคมกับใครคนไหนมากมาย
แต่ขอร้องเห๊อะ...อย่าให้ทั้งคู่ได้เปิดศึกตีกันเลย เพราะว่าแรงและความบ้าบิ่นก็ไม่ได้ต่างกันนักหนาหรอก ไอ้เรื่องศักดิ์ศรีค้ำคอ ลูกผู้ชายตายได้แต่อย่าหยามนี่...ขอให้บอก ไม่ยอมกันสักนิด ทุกครั้งทะเลาะกันมากๆ ก็เอาชาวบ้านชาวช่องถึงกลับเป็นโรคหวาดผวา
เสียงนาฬิกาเรือนโบราณตีบอกเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง ทั้งสองร่างลงบนกองกับพื้นแทบจะพร้อมๆกัน ถึงแม้ว่าจะมหาอึด ถึก บึกและ ฯลฯ แค่ไหนก็ตาม แต่ไอ้การให้มานั่งขัดพื้นที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างจริงจังมานับปี ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ
...คิดไปแล้ว เหมือนจะเป็นคอร์สเพาะกายแบบอ้อมๆ ทั้งพลังแขน (ในการขัด) และพลังน่อง (ในการนั่งยองๆ)
“ฮายาโตะๆ” เสียงใสแจ๋วร้องเรียกคนผมเงิน ที่เหงื่อตกซิก ปีกปุยๆกระพือบินไปเกาะจมูกเชิดที่ออกจะมันไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลื่น เสียงพึมพำเหนื่อยๆดังมาจากคู่สนทนาว่า ‘อะไรไอ้นกบ้า’ พาให้ฮิเบิร์ดจะฉุนเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไร...ด้วยความเป็นนกที่ดี จึง...ให้อภัยมนุษย์หัวเงินได้
“กิน...หิว...กินๆ” ร้องออกมาเป็นคำๆ เพราะไม่อาจจะเลียนคำพูดของมนุษย์จนแต่งประโยคขึ้นเองได้ แค่จำจากที่ฮิบาริเคยพูดก็เท่านั้นเอง
โกคุเดระขมวดคิ้ว อยากระเบิดนกทิ้ง...จะบาปมั๊ย? นกประสาอะไรมีหน้ามาสั่งคน ฮึ่ยยย น่าจะฆ่าเจ้าของนกทิ้งเสียมากกว่า แต่ด้วยความหิวเหมือนกัน จึงไม่ได้บ่นอะไรออกไป เพียงแต่ลุกขึ้นยืนแล้วชะโงกหน้าไปดูตรงห้องน้ำ
ตอนนี้ประธานกรรมการฯ กำลังนั่งเอาหัวพิงกับขอบประตู อาจจะน็อคเอาท์ไปแล้วก็ได้ หรืออาจจะแค่งีบตามประสาคนขี้เซา แค่นั้นก็พาให้คนผมเงินขำในใจกับท่าทาง
“ไอ้คุณชายเอ๊ย...” พึมพำออกมา ก่อนจะเดินเข้าไปหา แล้วใช้นิ้วสะกิดไหล่แข็ง “เฮ้ย...จะกินไรปะ? จะลงไปซื้อ” ยามปกติก็ไม่ใช่คนที่มีน้ำใจนักหนาขนาดจะซื้อของมาฝากกัน แต่ว่า...ถ้าไม่กิน เดี๋ยวมันจะไม่มีแรงมาขัดห้องต่อ เขามิต้องขัดคนเดียวจนกล้ามโตเป็นสาย K หรอกรึ?
“แบบเดิม...” เสียงงึมงำ งัวเงียดังออกมาอย่างรำคาญๆ ก็พาให้คนฟังหน้าเง็งทันที แล้วใครจะไปรู้วะ ว่าไอ้ ‘แบบเดิม’ มันคืออะไร ตั้งแต่อาศัยร่วมห้องกันมาก็ไม่เคยซื้อให้กินหรอก
แต่ก่อนที่ท้องไส้จะกิ่วไปมากกว่านี้ แก้มผอมก็โดนปากดีจิกรัวเข้าใส่ เสียงใสบาดแก้วหูแว่วดังออกมาว่า ‘รู้’ ถึงแม้จะไม่ค่อยจะเชื่อใจสัตว์หน้าขน (ฟูๆ) สักเท่าไร แต่ก็เหอะ...ดีกว่าไปหยิบเองอย่างมั่วๆ
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวชะแว้บเข้าร้านคอนวีเนียนใต้คอนโดอย่างคุ้นเคย แม้ว่าจะมีกฎห้ามนำสัตว์เข้ามาภายในร้าน แต่คงต้องยกเว้นไว้ตัวหนึ่ง...คือเจ้าฮิเบิร์ดหน้าขน (ในสายตาของโกคุเดระ) ที่มีอำนาจความโมเอะจนเป็นที่ถูกใจของเหล่าพนักงานและเจ้าของร้าน จนได้ถ้วยไปครอง
“ฮิบาริ...กิน” เจ้านกเหลืองบอกแก่พนักงานขายที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ ขาเล็กๆเกาะบนหน้าจอบอกราคา ทำตาแอ๊บแบ๊วโปรยเสน่ห์ใส่ผู้คนอย่างไม่รู้ตัว
โกคุเดระมองอย่างนึกขำ ไม่คิดว่านกของเจ้าเบิร์ดโรคจิตนั่นจะฉลาดได้ถึงขนาดนี้ หรือจะเพราะ...มีเจ้านายอย่างฮิบาริกัน นกมันเลยเก็บกดพูดพล่ามได้ทั้งวัน
มือเรียวเปิดประตูตู้แช่แข็ง ก่อนจะหยิบอาหารอันเป็นของประจำของตนขึ้นมา แล้วมองพนักงานที่หยิบอีกกล่องขึ้นมา “ของฮิบาริ?” ถามเสียงทื่อๆ เมื่อคู่สนทนาพยักหน้ารับ ก็คว้าของในมือเขามาเฉย
“ฮายาโตะๆ...เร็วๆ” โดนสัตว์เร่งนี่มัน...
คนผมเงินตวัดสายตาจ้องราวกับจะเอานกไปอุ่นแทนข้าวกล่อง “แกน่ะหุบปากไปเถอะน่า” เถียงกับสัตว์ตัวจิ๋วอย่างอดไม่ได้ มันทั้งน่าอารมณ์เสียที่ดูออกจะบ้าที่ทะเลาะกันสัตว์ ทั้งน่าอารมณ์เสียที่จะเอาระเบิดยัดปากแบบคนก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะโดน กบว. เซนเซอร์ในฐานะที่ทำร้ายสัตว์ เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน
พนักงานขายเหลือบตามองทั้งคู่พลางเอาอาหารใส่เครื่องอุ่น และรอ...อย่างแอบหวังในใจให้วันนี้เครื่องมันทำงานเร็วกว่าเดิม เพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อลูกค้าคนอื่นๆที่เข้ามาซื้อของ
ก่อนที่คนและสัตว์จะได้ตบตีกันไปมากกว่านี้ เสียงปิ๊งป่องของไมโครเวฟตัวเขื่องก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
เหล่าพนักงานถอนหายใจโล่งอก ไม่ใช่ว่ากลัวว่าจะได้เห็นนกถูกยัดระเบิด แต่กลัวการที่จะต้องได้ยินเสียงประหลาดๆ หากฮิบาริรู้ว่ารูมเมทของตนทะเลาะกับนกอันเป็นที่รัก
โกคุเดระเดินเข้าไปในห้อง โดยที่มีเจ้านกหัวใสบินนำหน้าไปหาเจ้านายแล้ว เมื่อสอดสายตาไปยังห้องครัวก็ไม่เห็นว่ามีใครนั่งรอจะกินอาหาร ความคิดเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวคือ
...มันหลับ!
เท้ายาวก้าวตรงไปยังห้องน้ำ และเป็นดังคาด...เจ้าของผมสีดำนั่งคอพับคออ่อน หลับเอาเป็นเอาตาย จนคนอยู่ด้วยเริ่มจะอ่อนใจเล็กๆ หรือบางที...หมอนี่อาจจะเป็นฮัวเจ๋อเล่ยกลับชาติมาเกิด นิสัยไม่ค่อยชอบพูดเหมือนกัน ชอบปลีกวิเวกไปอยู่ดาดฟ้าเหมือนกัน แถมยังบ้านอนเหมือนกันอีก !!
ใบหน้าที่มักจะโหดอยู่เสมอ ตอนนี้มีปอยผมมาปิดบัง หากดูไปแล้วก็ไม่ได้น่ากลัวซะทีเดียว แต่คงจะเพราะใบหน้านี้ไม่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเลยล่ะมั๊ง ถึงทำให้ไม่มีคนกล้าหือเท่าไร
มือเรียวเอื้อมไปปัดเส้นผมที่ลงมาปรกใบหน้าอย่างเบาๆ เขาย่อมรู้ดี...ว่าการปลุกคนที่กำลังหลับเป็นบาปแค่ไหน เขาอาจจะทำใจปลุกได้เมื่อไม่เห็นหน้า แต่เห็นท่าทางหลับเหมือนเด็กอย่างนี้ จะแหกปากเหมือนช่วงเช้าก็รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน
เจ้านกตัวดีปิดปากสนิท เหมือนใช้ซิปชั้นดี ไม่มีเสียงร้องเพลงโรงเรียนงี่เง่าให้กวนใจอีกฝ่ายแม้แต่น้อย...เพราะแม้แต่นก ก็กลัวตาย !!
ลมหายใจผ่อนๆ ที่ดูเหมือนจะแผ่วทำให้กระบังลมยกขึ้นอย่างช้าๆ อาการหลับไม่รู้เรื่องนี่มันจะมากเกินไปแล้ว ถ้าสมมติว่าเขาเป็นโจรหรือขโมย ป่านนี้ฮิบาริไม่โดนมีดปาดคอเสร็จโจรไปแล้วรึ?
“ฮิบาริ...ตื่นได้แล้วนะครับ” กระซิบเสียงเบาๆที่ข้างหู ใช้มือแตะที่ปลายมือของอีกฝ่ายเบาๆ
“อื้อ...แม่เหรอ?” เสียงอู้อี้ดังขึ้นมาจากห้วงความฝันของคนผมดำ “เฮ้ย !!!” แต่ทว่าความฝันกับความจริงก็สามารถเอามาปะปนกันได้ถ้าหากเป็นคนคนนี้ ฮิบาริ เคียวยะ! ชายหนุ่มถีบตัวเองให้ลุกขึ้นมาจากพื้นห้องน้ำ ปัดมือที่แตะไว้ทิ้ง ใบหน้าโหดมีแววตื่นชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
พาลให้คนปลุกหน้าหงิกไม่พอใจอีกรอบ ตกลงจะปลุกๆดีๆ หรือแหกปากปลุก มันก็มีผลในด้านปฏิกิริยาเหมือนกันใช่มั้ยห๊าาาาา!?
“เสียงแกรึไง?” คนเพิ่งตื่นเอ่ยปากถาม คิ้วสองข้างย่นเข้าหากัน
“เสียงหมามั๊ง” ตอบกลับด้วยอารมณ์หงุดหงิด โดยลืมคิดไปว่าไอ้หมาที่ว่าน่ะ...ก็คือตัวเอง “ซื้อข้าวมา...จะกินก็เดินไปที่โต๊ะละกัน”
ฮิบาริถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะความทรงจำเก่าที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาด้วยสัมผัสแผ่วเบา และเสียงเรียกค่อยๆ ที่เขาพยายามจะลบเลือน มันกำลังจะหายไป...หรืออาจจะถูกความเย็นชาแช่แข็งไปก็เป็นได้
เท้ายาวเดินลากไปยังโต๊ะทานอาหารที่มีกล่องพลาสติกวางอยู่ เคียงข้างกับจานเซรามิกใบไม่ใหญ่นัก ตรงข้ามกับเก้าอี้ของเขา มีร่างหนึ่งกำลังจ้วงข้าวใส่ปาก ไม่มีแม้แต่สายตาที่คอยจะหาเรื่องเขาอยู่เรื่อยๆ แต่คนที่เปิดประเด็นในการคุยไม่เก่งอย่างเขา ก็ทำได้แค่นั่งเงียบ แล้วกินในส่วนของตัวเองบ้าง
“กินเสร็จแล้วก็เอาจานไปไว้ที่อ่าง หาผ้ามาเช็ดโต๊ะ แล้วก็ทำความสะอาดตรงมุมนั่งเล่นละกัน ฉันจะได้ล้างจาน” โกคุเดระดันจานตัวเองแล้วลุกขึ้นเมื่อกินอาหารกลางวันเสร็จ เหมือนทางร่างกายจะได้ชาร์จแบตเต็มที่ แต่ว่าทางด้านอารมณ์...กลับกลายเป็นติดลบอินฟินิตี้
“เดี๋ยว!” ฮิบาริส่งเสียงรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วทำหน้านิ่งเนียนไป...เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรดี
“เวลามันไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นหรอกนะเฟร้ย! จะพูดอะไรก็รีบๆพูดมาเหอะ” ส่งเสียงไม่พอใจสักเท่าไร ก็มันหงุดหงิดนี่ คนหงุดหงิดผิดด้วยรึไง?
“ฉันง่วง...ฉันจะนอน” โพล่งประโยคปฏิเสธไอ้คำสั่งเมื่อกี๊ของร่างบาง มาในประโยคบอกเล่าอันสั้น กระชับ ได้ใจความ
“ไป-ตาย-ซะ!!!!” กระแทกคำใส่หน้าร่างสูงที่ยังคงทำหน้านิ่งอยู่ ใช่...ทำหน้านิ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรให้เข้ากับอารมณ์ที่กำลังรู้สึกผิดตะหงิดๆดี แต่ที่แน่ๆ หากโกคุเดระสั่งว่า ‘ไป-นอน-ซะ’ จะเข้ากับสภาพร่างกายของเขามากที่สุดเลยล่ะ
...ฮิบาริ เคียวยะ (18) ประธานกรรมการรักษาระเบียบแบบแผนแห่งประเทศชาตินามิโมริ (?)
กำลัง...ง่วง
เสียงดัง ‘ปัง’ จากประตูห้องนอนของโกคุเดระ พาให้ฮิบาริที่ง่วงกับการพยายามล้างจาน ชะโงกหน้าสอดส่ายสายตาไปมองต้นเสียง
แต่ก็พบเพียงเจ้านกสีเหลืองของเขาบินชนประตูอย่างจัง
เขากำลังอยู่ในสถานะที่ไม่เข้าใจว่าไปทำอะไรให้เจ้านั่นไม่พอใจงั้นเหรอ? หรือปกติมันก็ไม่ค่อยพอใจอะไรในชีวิตอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าทะเลาะกันปกติก็คือลงระเบิด ลงทอนฟากันเลย ไม่เคยต้องด่ากันด้วยถ้อยคำสั้นๆ กระชับ รวบรัดได้ใจความขนาดนี้
สองมือที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ขัดถูจานเซรามิกที่เพิ่งจะถูกใช้งานเสร็จไปมา ใบหน้าเริ่มบึ้งตึงเมื่อไม่ทราบสาเหตุอันแท้จริง จะให้เลยตามเลยก็คงไม่ได้เพราะว่าเขาไม่ชอบที่จะขัดผลประโยชน์กับใครโดยไม่ลงไม้ลงมือ
แต่ครั้งนี้ก็ดันไปติดหนี้เรื่องข้าวมันอีก...แต่นี่ก็ล้างจานแทนแล้วนี่หว่า? โว๊ะ! ช่างมันเหอะ
ฮิบาริเปิดน้ำสะอาดให้ไหลผ่านมือ จาน ช้อน และแก้วน้ำไปอย่างช้าๆ ความจริงก็ไม่อยากจะช้าหรอก แต่ว่าใครมันก็เร่งเวลาให้มันเร็วขึ้นไปไม่ได้ ก็เลยเป็นสัจธรรมอันต้องปลงไปตามคนอื่น
มือเปียกสะลัดน้ำลงบนพื้นที่เพิ่งจะถูกทำความสะอาด แล้วหันไปเช็ดกับผ้าเช็ดมือที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะเดินออกจากอาณัติบริเวณมุมครัว ในหัวก็ยังไม่ทิ้งความสงสัยในเรื่องของรูมเมท
ฮิบาริเดินมานั่งบนโซฟาตัวเขื่อง แล้วหลับตาลง ถึงแม้ว่าจะบังคับให้ตัวเองพยายามนึกถึงต้นเหตุแห่งความโมโหนั่น แต่ว่า...สติของเขามันกลับหลุดลอยออกไป
...หลับอีกแล้ว
‘เคียวคุง...ตื่นได้แล้วนะครับ’ เสียงหวานของคุณแม่เอ่ยเรียกชื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนขึ้นมา มืออบอุ่นแตะลงบนมือที่เล็กกว่า
‘แม่...’ เด็กชายเรียกทั้งๆที่ยังไม่ลืมตา
แต่ทว่า...อีกภาพหนึ่งที่ซ้อนขึ้นมา ความวุ่นวายของฝูงคนจำนวนมากมายที่กำลังจับกลุ่มเดินไปที่ไหนสักที่ ป้ายขนาดใหญ่เต็มสองมือ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย คนแก่ หรือแม้แต่เด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร
เสียงเฮตะโรก้องดัง เด็กชายยืนมองด้วยความรู้สึกงุนงง สับสน
ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่ม ผู้หญิงที่แสนจะคุ้นเคย ผู้หญิงคนนั้น
‘แม่!! อย่าไปนะครับ...’ เด็กน้อยหวีดร้องเสียงดัง ดวงตาสินิลเบิกกว้าง มือเล็กเอื้อมไขว่คว้า แต่ก็จับได้เพียงอากาศธาตุ
เฮือก !!!
ร่างสูงสะดุ้งสุดตัว มือสองข้างปัดไปทั่วร่างกาย จนไม่รู้ว่าตัวเองได้สะบัดมือใครบางคนออกเป็นรอบที่สองของวัน ซึ่ง...มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้โดนกระทำหงุดหงิดใช่น้อย
“ตื่นมาขัดห้องได้แล้ว! อย่ามาอู้” เสียงของคนผมเงินสั่งฉอดๆ โดยมีลูกขุนเป็นเจ้าฮิเบิร์ด นกตัวปุยสีเหลืองของเขาเกาะอยู่บนหัว ทำหน้าตาเห็นด้วยอย่างปิดไม่มิด
“แก...” ฮิบาริเว้นเสียงครู่หนึ่ง ยันกายให้ลุกขึ้นมานั่งดีๆ สายตามองร่างที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของโซฟา “ปลุกฉันเหรอ?” ถามเสียงแผ่ว หัวใจของเขามันเต้นผิดจังหวะมากเกินไป...ก็เท่านั้นเอง
“มะ...”
“เอาดีๆ ไม่ต้องมายอกย้อน” เอ่ยขัดคำที่ร่างบางกำลังจะพูด
“เออ! ปลุกดีๆ ก็โดนสะบัดมือออก แหกปากปลุกก็โดนขย้ำ...แกจะเอายังไงกับชีวิตแกวะห๊ะ?” โกคุเดระว่าเหน็บแนมเข้าให้ ไม่เข้าใจมันสักนิดเลย...ว้อยยยยยยยยยยยย!!!!
“ฉัน...” เจ้าของผมดำเสสายตาไปทางอื่น
“แกจะอะไร? ถ้าแชร์ห้องกันแล้วมันมีปัญหาแบบเนี้ย แยกย้ายกันไม่ดีกว่าเรอะ? ฉันยอมย้ายออกไปเองก็ได้” ด้วยความโมโหที่เกิดขึ้นสองครั้งต่อวัน แถมยังเป็นเรื่องเดียวกันอีก “น่ารำคาญ...”
“เฮ้ย!!” ต้นเรื่องอุทานออกมาเสียงดัง ก่อนจะตีหน้าขรึมเนียนไป สายตาคมจ้องมองนกบนหัวของโกคุเดระ ที่ดูตื่นๆไม่แพ้กัน
“จะเฮ้ยอะไร!? แกไม่มาเป็นฉัน แกไม่รู้สึกหรอก” กระแทกเสียงใส่แล้วเดินหนีไปหยิบแปรงขัดพื้นที่เตรียมเอาไว้มาขัดโดยไม่สนใจว่าจะมีคนมาช่วยหรือไม่
ฮิบารินั่งสลดในใจหน้าโทรทัศน์ ก่อนจะยกตัวเองขึ้นแล้วเดินไปหยิบแปรงขัดพื้นด้วยมาดนิ่งๆตามปกติ ถึงแม้จะรู้สึกผิดนิดๆ (ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร) แต่ก็แอบหงุดหงิดในใจที่เจ้านกตัวเล็กไม่สนใจจะมาร้องเพลงโรงเรียนกล่อมเขาสักนิด ไปเข้าข้างไอ้หัวเงินอีกต่างหาก
ก็ใช่สิ...เขาจะไปรู้ได้ไง เขาไม่ได้เป็นมันซะหน่อย! ไอ้งี่เง่า!!
ร่างสูงนั่งขัดพื้นอย่างเซงๆ ไม่อยากจะรับรู้ว่าประธานกรรมการรักษาระเบียบฯ จะต้องมานั่งขัดพื้นห้องแบบนี้ แต่คนอย่างเขาก็ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบใคร ถ้าคนคนนั้นไม่มาเอาเปรียบเขาก่อน มันก็เลยเป็นการจำใจและเต็มใจบ้าง (มั๊ง) กับการขัดห้องแบบนี้
สายตาคมเหลือบมองคนผมเงินเป็นระยะๆ และแอบสาปแช่งไอ้นกตัวจิ๋วเป็นระยะๆเหมือนกัน เอาแต่ขลุกกับโกคุเดระ จนลืมไปเลยมั๊งว่าเขาน่ะเป็นเจ้าของมันนะ มันน่ะชื่อ ‘ฮิเบิร์ด’ ไม่ใช่ ‘ก๊กเบิร์ด (?)’
เวลาผ่านไป...พื้นห้องก็ยังถูกขัดอยู่ เพราะด้วยความใหญ่เกินไปของห้อง หรือจะเพราะแรงที่เริ่มจะหมดลงของคนทั้งคู่ แต่มันก็ยังไม่หมดซะทีเดียว เหลือบริเวณตรงช่วงกลางที่ไม่สกปรก แต่ก็ไม่ถือว่าสะอาดซะทีเดียว
ทั้งสองคนและหนึ่งตัวมาเผชิญหน้ากัน หนึ่งคน (กับหนึ่งตัว) ทำเป็นขัดพื้นต่อไป โดยไม่สนใจ อีกหนึ่งคนที่นั่งหอบเล็กๆอยู่บนพื้น ใบหน้าคมยับยู่ยี่จนดูน่ากลัวมากกว่าเดิมเป็นอีกหลายเท่า แต่กับคนที่อยู่กันมาจะร่วมปีได้แล้วกลับเป็นอะไรที่ถือว่าธรรมดา ขำๆมาก
“แกน่ะ...” เป็นฮิบาริ ที่ยอมเปิดปากขึ้นมาก่อน แม้ว่าจะไม่ถนัดเรื่องคำพูดนัก แต่ในบางสถานการณ์การพูด ก็ดีกว่าทำให้มันเงียบๆ
‘แก’ ในความหมายของฮิบาริเงยหน้าขึ้นมามอง คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็นคำถามอย่างไม่ใส่ใจสักเท่าไร
เส้นประสาทความอดทนของฮิบาริเริ่มเปื่อยยุ่ยลงเรื่อยๆ ทีละนิด แต่หากก็พยายามจะเย็บมันให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้อ่ะนะ “...ไม่ต้องไปไหนหรอก”
“หือ?” โกคุเดระคราวหวือออกมา ...อะไรของมัน?
“ก็...แกคิดว่านอกจากฉันแล้วจะมีใครทนแกได้รึไง? คนอย่างแกน่ะ คิดจะอยู่ร่วมกับคนอื่นงั้นรึ?” เพราะว่าพูดดีๆไม่เป็น ไม่เคยต้องพูดกับใครดีๆ ประโยคที่ออกมาเลยออกจะดูผิดความหมายกับคนที่อารมณ์กำลังขึ้นแบบไม่มีลงง่ายๆ
“ฉันอยู่คนเดียวก็ได้” เอาซี๊...คิดจะกัดใคร โกคุเดระ ฮายาโตะน่ะเหรอ....? ไปฝึกอีกสิบปียังไม่สาย
ฮิบาริจิ๊ปากอย่างขัดใจ เส้นอารมณ์ที่กำลังเย็บดูว่าด้ายจะรูดออกเสียง่ายๆ “อย่าทำตัวโง่ได้มั้ย?...บอกให้อยู่ด้วยกันไม่เข้าใจความหมายรึไงวะ!” กระแทกเสียงใส่ แล้วตบแปรงขัดพื้นลงบนกระเบื้องผู้ตกเป็นเบี้ยล่างโดยดุษฎี ไม่มีอุทร
“...ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ย? ว่าถ้าแกไม่มาเป็นฉัน แกก็ไม่รู้สึกหรอก!!”
ก็แค่หวังดี อยากจะปลุกด้วยเสียงเบาๆ ให้ตื่นเองอย่างเต็มที่ไม่ต้องสะดุ้งตกใจ แค่อยากจะเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ดีบ้าง แต่ว่าโดนปัดมือออก โดนตะคอกใส่หน้าเท่านั้นเอ๊งงงง...มันก็เท่านั้นแหล๊ะ
“.....”
“.....”
เจ้านกตัวจิ๋วรับบทเป็นตัวประกอบชั่วคราว มองดูเจ้านายที่ทำหน้ามึนแล้วนึกสงสารตะหงิดๆ เข้าใจอยู่หรอกว่าคนอย่างงี้ปากหนักแบบหมอไม่รับเย็บ (?) จะพูดอะไรทีนึงแทบจะยกปากกันเลยเชียว ปีกยาวกระพือบินวนรอบโกคุเดระที่นั่งเล่นสงครามประสาทกับฮิบาริอย่างไม่หยุดยั้ง
“ฮายาโตะๆ” เสียงใสเรียกชื่อต้นขึ้นมา แต่ดูอีกฝ่ายก็จะไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด ดังนั้นขาเล็กจึงโฉบไปเกาะกับไหล่แข็งภายใต้เสื้อตัวเก่ง แล้วจิกเล็บลงไป จนร่างนั้นสะดุ้งเล็กๆ “อยู่ๆ” พูดออกมาเป็นคำๆ
“ทำไม?” ถามกลับตามประสาคนหัวรั้น
“อยู่ด้วยกันๆ” พูดซ้ำๆเป็นวลีที่ไม่มีประธานและกรรม “สนุก...อยู่แบบนี้...ด้วยกัน...” แล้วพุ่งตัวบินไปเกาะไหล่ฮิบาริที่ทำหน้าบึ้งตึงต่อ “ฮิบาริๆ...บอก...อยู่...นะ...อยู่ด้วยกัน” ออกปากสั่งให้ผู้เป็นนายพูดออกไป แม้จะไม่รู้จะเรียงประโยคยังไงให้เข้าใจ แต่ฮิบาริออกจะฉลาด ต้องเข้าใจบ้างแหละ
เจ้าของชื่อตวัดสายตามองนกตัวแสบ “ไม่ได้ยินที่นกมันพูดรึไง?” ฮิเบิร์ดแทบจะบินผิดทิศกันเลยทีเดียว...จะปากหนัก ปากแข็งกันไปถึงไหนกับหือ? คุณเจ้านายยยยยยย
“ที่นกพูดน่ะได้ยิน แต่ว่า...”
“เออ ขอโทษ...อยู่ด้วยกัน...ได้มั้ยเล่า” ฮิบาริรีบพูดแทรกขึ้นมา เมื่อเห็นสายตาโกรธนิดๆของฮิเบิร์ด แค่โดนรูมเมทเกลียดก็ขี้เกียจจะเคลียร์จะแย่ มาโดนสัตว์เลี้ยงโกรธอีกก็นะ...หรือเขาจะมีปัญหา?
“ขอโทษ?”
“ไม่รู้แก โกรธเรื่องอะไรก็ช่างแก...” ฮิบาริตัดบทอย่างหงุดหงิด “แล้วก็...อยู่ด้วยกันไปอีกปีแล้วกัน” พูดจบก็เม้มปากเข้าหากัน ปรายตาไปทางอื่น ไม่ยอมสบสายตาคู่สนทนา ทิ้งให้ความเงียบกลืนกินช่วงเวลาไปอย่างเรื่อยๆ แม้ในใจจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ในใจของในใจไปอีก...ก็แอบรอคำตอบที่น่าฟัง (?) อยู่เหมือนกัน
“............”
“เออ...ก็ได้”
เจ้าของผมสีดำเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา
“มองหน้าอย่างงั้นทำไม!! ขัดต่อสิว้อยยยยยยย จะรอให้พื้นมันสะอาดเองรึไง?” โวยวาย เอ็ดตะโร ห้องแทบแตก แต่ก็เพื่อกลบเกลื่อนอาการที่ดีใจอยู่ลึกๆ เหมือนปากมันกำลังจะฉีกยิ้มกว้างออกมายังไงอย่างงั้น กับแค่คำพูดที่ว่า ‘อยู่ด้วยกัน’ แค่นี้เอง
ฮิบาริถอนหายใจเบื่อหน่าย แล้วก้มหน้าก้มตาขัดพื้นต่อไป...ก็เพราะไม่กล้าสบตาไอ้คนหัวเงินที่อยู่ด้วยกันมาจะครบปีต่างหาก
...อยู่ไปมันก็สนุกแปลกๆดีเหมือนกัน (?)
“เดี๋ยว!” ประธานกรรมการรักษาระเบียบทำลายความไม่เงียบของแปรงขัดพื้นขึ้นมา “ว่าแต่แกเป็นอะไร ทำไมถึงลุกขึ้นมาสะกดคำว่า ‘ทำความสะอาด’ เป็น?”
ปึ๊ด!! เหมือนความอดทนของโกคุเดระจะขาดอีกรอบ ทำมะ...คนอย่างเขามันรู้จักคำว่าสะอาดไม่ได้เลยเหรอ? คันจิแค่เนี้ยใครก็สะกดเป็นเฟร้ย
“แกไม่รู้รึไงวันนี้วันอะไร?” ตอบกลับด้วยประโยคคำถาม
“วันบ้าอะไรอีกล่ะ?”
โกคุเดระ ฮายาโตะกำลังอยากจะเอาของที่อยู่ในมือไปตบหัวรูมเมทแรงๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอาจจะเป็นการเสียมารยาทมากเกินไป (อีกนัยคือเดี๋ยวทะเลาะกันแล้วพื้นเปื้อน ขี้เกียจขัด) มันเอาแต่หลับจนไม่รู้วันรู้คืนเลยใช่มั๊ยเนี่ยยยยยย!!!! ทางด้านฮิเบิร์ดที่บินเล่นอยู่ถึงกับหักปีกร่อนโฉบพื้นกันเลย
“อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะขึ้นค.ศ.ใหม่แล้วว้อย”
“งั้นเหรอ?”
“เออสิวะ...”
“อือ”
รับคำแค่นั้นแล้วขัดพื้นที่เหลืออยู่น้อยนิดต่อ ทำท่าไม่สนใจ...แต่ใครจะไปรู้ ว่าในใจของฮิบาริ เคียวยะกำลังคิดอะไรอยู่ โกคุเดระมองใบหน้าไร้อารมณ์นั่นแล้วอยากจะบวช เป็นคนที่เฉยชาต่อทุกเรื่องในโลก ได้ทุกสถานการณ์เลยสินะ
แต่ช่างมันเหอะ...ก็เพราะอย่างงี้มั๊ง ถึงอยู่ด้วยกันได้
THE END
15:51
2009.01.02
-------------------------------------------------------
ไม่จัดฟอร์แมทใหม่ เพราะอะไร? เพราะอยาก = =
เดี๋ยวดูก่อน ถ้ามันอ่านไม่สบายจะมาแก้ใหม่่แล้วกัน >> แก้ล่ะ
ฟิคประเดิมปีใหม่... (ใช้เวลา 3 วัน TTwTT) ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
เพราะยาวถึง 13 หน้ากระดาษ A4 ฟอนท์ 14pt แต่เว้นบรรทัดนะ
ตั้งแต่วางมือจากฟิคฝั่งป๋ามา ก็ไม่ค่อยได้แต่งฟิคสั้นเกินสิบหน้าเลย
(ฟิคฝั่งป้า...สั้นสุดก็สิบห้าหน้า = =" ฟิคสั้นที่ยาวก็ตกเกือบสามสิบหน้า... =[]=)
เรื่องนี้แต่งจบแล้วถามตัวเอง.... "กำลังทำอะไรอยู่วะ !!!!!!!!!"
คุณเคียวเหมือนจะหลุดมั้ย? แต่หลุดแค่ในใจ ภายนอกไม่หลุดเท่าไรหรอก (เรอะ?)
พยายามมากกับการใสุ่คุณเคียว แกล้งคุณแก สนุกดี 5555555 //โดนทอนฟาฟาด
อ่านเรื่องนี้แล้วคงสงสัยเกี่ยวกับตัวคุณเคียวเนอะ
มันมีอีกพล็อตนึงอยู่ในหัว ซึ่งเป็นเรื่องของคุณเคียวคนเดียว
พล็อตนั้นมันเกิดขึ้นมาได้เพราะนั่งดูข่าวการเมือง
แล้วมันเกิดคำถามในใจว่า
"ทำไมฮิบาริถึงรักนามิโมริมากมายแบบนั้น" ... คิดว่าไม่น่าจะได้คำตอบจากออฟฟิศ
อาการจิ้นก็เริ่มเตลิดเปิดเปิง + นั่งดูข่าวกับพ่ออยู่ ก็เลย...
แต่กลัวว่าออกมาเป็นฟิึคแล้วจะสั้นเกินไป ฮ่าๆๆๆ
ช่างเหอะ ... ออกมาเดี๋ยวก็รู้กัน เคะเคะเคะ
สงสัยเหมือนกัน ทำไมรักนามิโมริขนาดนั้น
คงเป็นเพราะยามาโมจจังอยู่ล่ะมั้ง
me/ โดนทอนฟาฟาดผั๊วะ + โดนเจ้าของบล็อคถีบ พร้อมกับได้ยินว่า
('ที่นี่ 1859 ว้อย ! 8018 ไม่เกี่ยว !!')
(me/ เหงื่อตก = ='''''''')
อะ...เอ่อ....เค้านิยมทุกคู่นะตะเอง ^^'''''
#1 By [UdE - - MiwA]~!! on 2009-01-03 16:50