[SF] Until you ignore me . . . [JT community]

posted on 16 Oct 2007 19:32 by devilz79  in FICTIONs, OTHER

เดี๋ยวๆ วันนี้จั่วหัวแปลกๆ JT Community . . .
อะลัลลัลลา~ J = Japan T=Taiwan เคือกๆ
สักวันตูจะต้องโดนแฟนเคริว เคเรียว บลาๆ ถีบเข้าสักวัน =w=

เอาน่า...ฟิึคคลายเครียด อย่าคิดมากกับไอ้เด็กบ้าๆคนนี้เลยนะ
ฟิคเรื่องนี้เศร้า (มั่งไม่เศร้ามั่ง) ตอนแต่งอารมณ์แบบสุดๆเลย
แต่พอมาอ่านอีกทีมันนั่งหัวเราะแฮะ -,.-

มีหมาแซวมาว่าฟิคนี้ฟิคครอบครัวรึเปล่า
รู้สึกนักแสดงแต่ละคนจะใกล้ๆตัวทั้งนั้น มะพีเอย น้องคุเอย ไอ้ลูกชาย (เคตะ) อาอี้ ฮ่าๆ

ไม่อ่านไม่เป็นไร แต่แอบเสียใจ (เหรอวะ??)
ล้อเล่น แค่เอามาแปะไว้เฉยๆ เผื่อวันใดอารมณ์คึกนึกอยากอ่านจะได้มาอ่าน ยับป้า!!

 

 

 

Title: นาน...เท่าที่เธอไม่เบื่อ
Especially: เพลง นาน...เท่าที่เธอไม่เบื่อ by ดัง พันกร บุณยะจินดา
Cast: Keita xx Chen Yi xx Yamapi xx Kusano


===  until you ignore me ===


ร่างบางที่เม้มปากสนิทกับคำพูดของคนที่เพิ่งเข้ามาและออกไปในเวลาอันรวดเร็ว กับเพียงคำถามเดียวของเขา นิตยสารบันเทิงรายวันที่วางอยู่บนโต๊ะยังไม่ได้ขยับไปไหนแม้แต่หน้าเดียว


"ไม่เชื่อฉันแล้วรึไง!!"


คำพูดที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดกับใบหน้าบึ้งตึงนั่น มันทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปสักคำ แม้ในใจมีคำพูดเป็นร้อยเป็นล้านที่อยากจะถามออกไป แต่...ถ้าถามไปมันคงไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก คงมีแต่แย่ลงกว่าเดิมทั้งนั้น


ตัวอักษรที่ถูกทำให้ดูเด่นเป็นพิเศษดึงดูดของสายตานักอ่านทั่วไปได้อย่างดี กับข้อความที่ประกอบด้วยแล้วทำให้ทุกคนแทบจะปรี่ไปยังเจ้านิตยสารทันที


"เทโงชิ ยูยะกับความสัมพันธ์เบื้องหน้าเบื้องหลังกับนักแต่งเพลงประจำตัว"


นั่งมองภาพปาปารัซซี่ที่ถ่ายออกมาแล้วน้ำตามันพาลจะไหลลงมา ทั้งๆที่บอกตัวเองว่าควรทำใจหลายทีกับข่าวแบบนี้...มันมีออกจะให้บ่อยไม่ใช่รึไง


"อาอี้...นายโอเคมั้ย?" เสียงที่นุ่มๆที่กรอกผ่านสัญญาณโทรศัพท์มา ความห่วงใยในน้ำเสียงนั้น...มันก็ทำให้เขาแทบน้ำตาไหล อดที่จะอยากให้เจ้าของเสียงนี้เป็นคนคนนั้น...ที่เพิ่งเดินออกไป


"อื้อ ฉันไม่เป็นไรหรอก...ไม่ต้องเป็นห่วง" พยายามทำเสียงให้สดใสที่สุด..."นายก็เถอะ มัวแต่โทร.หาฉันตั้งใจทำงานเข้าล่ะยามะจัง"

อีกฝ่ายที่ถือสายอยู่กำมือถือแน่น ถึงจะพูดแบบนั้น...แต่ก็รู้นะว่าบางทีก็อยากร้องไห้ "ก็นายสำคัญกับฉันนี่...จะให้บอกกี่ครั้งกันเชียว หือม์?" ถึงจะเคยบอกความในใจไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มีเขาอยู่ในหัวใจแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวเลย "ถ้าอยากร้องไห้...ก็บอกนะ จะไปหา"


แต่คำพูดนั้น...มันทำให้คนที่อยากจะร้องไห้พูดไม่ออก "บะ...บ้าสิ! อยู่กันตั้งไกล จะมาหาทำไมให้เปลือง ทำงานต่อไปเลย" ทำไมจะไม่รู้ อยากให้ตัวเองรักคนคนนี้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้


"ไกลแค่ไหนฉันก็ไปหาได้...เพื่อนายแล้ว ฉันทำได้ทุกอย่างนะ"


"ขอบคุณนะ...ขอบคุณจริงๆเลย แต่...ฉันดีไม่พอจะรับความหวังดีของนายหรอกนะ ยามะพี..." ถ้าเห็นได้ คงเห็นร่างบางก้มหัวให้กับอากาศ "ขอโทษที่รบกวน...แต่นายมาหาฉันหน่อยได้มั้ย?" ทั้งๆที่ไม่อยากจะรบกวนมากกว่านี้ ไม่อยากจะให้ความหวังมากกว่านี้ แต่...มันอดไม่ได้จริงๆ





"ถ้าฉันรักนายได้ ฉันก็อยากจะรักนายนะ...ยามะพี" เขายังพูดเหมือนเดิม แววตาเศร้าๆคู่นั้นที่ไม่เคยมีผมอยู่ในสายตาบ้างเลย ทันทีที่เขาร้องให้ผมมาหา ผมแทบจะพุ่งมาเลยทีเดียว


"ไม่เป็นไรหรอก นายไม่รักฉัน...ฉันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ" ผมได้แต่ลูบหัวอาอี้ไว้อย่างทะนุถนอม บางครั้งผมก็อยากจะเป็นคนที่ได้ดูแลเขาเองทั้งร่างกายและ...หัวใจ


ทาจิบานะ เคตะ...หรือนักแต่งเพลงชื่อดัง ที่ใครๆก็รู้จักคงเพราะฝีมือการแต่งเพลงยิดเยี่ยมแล้วยังเป็นนักแต่งเพลงประจำตัวของนักร้องเสียงดีอย่างเทโงชิ ยูยะ และเขา...ก็เป็นแฟนของอาอี้และก็เป็นเพื่อนของผม เป็นเพื่อนที่ผมรู้สึกอยากต่อยมันแรงๆสักครั้ง


"เคตะมันก็เป็นคนแบบนี้ละนะ นายอย่าคิดมากไปเลย...ช่วงนี้มันคงมีเรื่องเครียดด้วยล่ะ" ผมปลอบใจ ผมช้าไปกว่าเคตะมันก้าวนึงทุกครั้ง มันชิงบอกรักคนคนนี้ก่อนที่ผมจะสารภาพและคนคนนี้ก็มีใจให้กับมัน...


ผมคงเป็นคนที่ไม่มีสิทธิ์ที่สุดในโลกเลยแหละ


"ฉันก็อยากนะ...อยากที่จะไม่คิดมาก แต่นายก็รู้นี่ ว่าเทโงชิเค้าชอบเคตะแค่ไหน...เหมือนฉันเห็นแก่ตัวนะ แต่ฉันไม่อยากจะเสียเคตะไปให้ใคร" แค่นี้น้ำตามันก็รื้นขึ้นมาอีกรอบ


ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะครับ ว่าเจ้านักร้องนั่นชอบเพื่อนผมมากแค่ไหน ทุกวิถีทางที่ทำให้เคะมันห่างจากอาอี้ได้ หมอนั่นทำทุกอย่างแม้กระทั่งทำร้ายตัวเอง ไอ้เคะมันก็เหมือนกันมันแคร์แต่คนอื่น แต่มันกลับไม่แคร์ที่ที่สำคัญของมัน...ไม่แคร์พวกผม ผมไม่เคยว่า แต่มันไม่แคร์คนที่ผมรัก มันทำให้คนที่ผมรักต้องเสียน้ำตาไม่รู้ตั้งเท่าไร ผมทนไม่ได้!!


"ไม่เอานะ...แต่เคตะไม่ได้ชอบหรืออะไรเทโงชิซะหน่อยนี่นะ" ผมไม่รู้หรอกว่าไอ้สิ่งที่ผมพูดออกไปนั้นมันเป็นความจริงรึเปล่า...ผมได้แต่หวังให้มันเป็นอย่างนั้น "เคตะมันรักนายมากเลยนะ..."


อาอี้ก้มหน้า ผมเห็นน้ำใสๆที่หยดลงมา ลำตัวบางที่สั่นสะอื้นทำให้ผมอยากจะกอดคนคนนี้เอาไว้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ ผมไม่มีสิทธิ์อะไรสักอย่างเดียว...ไม่มีเลย


ผม...ก็อยากได้สิทธิ์นั้นเหมือนกันนะ





"เคตะคุง...คืนนี้ไปส่งผมที่บ้านหน่อยสิ" น้ำเสียงใสของเทโงชิ อ้อนเคตะระริก ผมได้แต่ยืนมองอย่างเบื่อๆ ไม่ทราบว่าไอ้คุณชายมันจะตามตัวผมมาทำไมกัน ที่ร้านยิ่งยุ่งๆอยู่ "นะครับ...ช่วงนี้เคตะไม่ค่อยได้ไปส่งผมเลย"


ผมกระแอมไอขึ้นมาเบาๆ "นี่...เทโงชิ คนสำคัญของมัน มันยังไม่ใส่ใจเลย...แล้วนายเป็นใครทำไมมันต้องให้ความสำคัญด้วย" อดไม่ได้จริงๆที่จะแดกดันมัน...


"ก็ฉันกำลังจะกลายเป็นคนสำคัญคนใหม่ไง..." ลอยหน้าลอยตาตอบออกมาอย่างไม่รู้สึกผิด ผมกำหมัดแน่น...ถ้ามันพูดอีกคำผมได้ต่อยมันแน่ "นะครับเคตะ...ไปส่งผมหน่อยนะ"


ถ้าไอ้เคะตอบตกลง มันมีเรื่องกับผมแน่...


"ก็ได้..."


ผมตาค้างอยู่กับที่ เมื่อกี๊ผมหูฝาดไปใช่มั้ย...เทโงชิหันมาทำหน้าแบบคนชนะใส่ผม "เคะ...แกมีคนสำคัญคนใหม่แล้วใช่มั้ย..." ผมถามมันเสียงเบาหวิว ผมอยากจะร้องไห้แทนอาอี้ชะมัด เจอคนใจร้ายแบบไอ้เพื่อนเวรนี่ "แล้วแกก็จะปล่อยให้คนคนนั้นต้องร้องไห้คนเดียวใช่มั้ย? แกเคยคิดจะใส่ใจเขาบ้างมั้ยเคตะ..."


ผมกลั้นใจไม่ให้ตัวเองกระชากคอเสื้อมันขึ้นมา


"ขอถามคำถามสุดท้าย...แกรักเขาบ้างไหม?"


เคตะจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก หรือไม่...ผมก็ไม่อยากอ่านมันหรอก ส่วนตัวต้นเรื่องกำลังยิ้มเยาะใส่ผมอยู่ "ถ้านายห่วงเขามากขนาดนั้น นายก็ไปดูแลเขาสิ..."


ผมตวัดสายตามอง "ไม่ต้องหรอก ฉันก็ดูแลเขาอยู่แล้วล่ะ...แต่ตอนนี้หัวใจของเขากำลังรอใครสักคนไปดูแลมัน ซึ่ง...ฉันก็ไม่มีสิทธิ์" ผมมันไม่มีสิทธิ์อยู่แล้วนี่... "แต่ตอนนี้คนคนนั้นคงจะไม่เห็นค่าแล้วมั้ง ถึงได้เหยียบให้แหลกขนาดนี้"


ผมไม่อยากจะมองหน้าสองคนนี้ต่อหรอก ขืนอยู่ต่อผมต้องได้ฆ่าคนทิ้งแน่ๆ ผมขี่มอเตอร์ไซค์กลับร้านทันที ผมไม่สนหรอกว่าไอ้เคะเรียกผมไปหาทำไม ผมไม่อยากจะมองหน้ามันด้วยซ้ำ!!


"เฮ้ย!! ยามะ ไปเมาอะไรตายมาจากไหนเนี่ย?" เสียงแง้วๆเหมือนลูกหมีของเจ้าลูกพี่ลูกน้องของผมดังขึ้นเมื่อผมจอดรถแทบจะชนร้านให้พัง "ทิ้งให้เค้าอยู่คนเดียว..." บ่นออกมากระปอดกระแปด แต่ผมไม่มีอารมณ์จะมาฟังหรอกนะ


"ดูร้านไปก่อนนะ...ฉันขอนอนหลังร้านก่อน" แค่ผมคิดว่าใบหน้านั่นจะต้องมีน้ำตาไหลมา ผมก็แทบทนไม่ได้...ผมทนไม่ได้จริงๆ


"เป็นอะไรไป...ยามะ จะบอกว่า....อ้าว" เสียงของคุซาโนะค่อยๆเงียบหายไป กำลังจะบอกว่าอาอี้มาหา แต่ไม่ทันซะล่ะ แล้วพี่ชายคนดี (มั่งไม่ดีมั่ง) มีน้ำตาคลอๆเพราะใครกัน??


"อ้าว..ยามะพี มาพอดีเลย" น้ำเสียงสดใสของแขกคนพิเศษที่สามารถเข้ามาหลังร้านได้อย่างสบายๆ ทำให้ร่างสูงชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมามองว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป "ยามะ...เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม? นายร้องไห้ทำไม?" เห็นคนดีคนนี้ร้องไห้แล้วรู้สึกตกใจอย่างบอกไม่ถูก


มือเล็กๆกอดอย่างปลอบใจ....ผิดกับคนโดนกอดที่หัวยังไม่ประมวลอะไรทั้งสิ้น "อย่าร้องไห้นะ...ยามะเข้มแข็งจะตาย..."

"นายมาได้ไง?" ถามหลังจากผละออกจากอ้อมกอดที่เคยอยากได้มานาน


"อยู่บ้านแล้วมันก็เหงาน่ะ เคตะไม่รู้ว่าจะกลับรึเปล่าเลยอยากมาร้านนายดู..." ใบหน้าวาดยิ้มอย่างเศร้าๆ "แล้วนายร้องไห้ทำไม...ฉันใจไม่ดีเลย" แตะหน้าอกตัวเอง ทำท่าใจหาย


"เปล่าหรอก..." แต่พอเห็นหน้าคนคนนี้แล้วทำให้นึกเรื่องสำคัญออก "เฮ้...พรุ่งนี้วันเกิดนายนี่" ทวงขึ้นมา ช่วงนี้งานยุ่งขนาดที่ว่าเวลาจะพักแทบไม่มี ทำร้ายขายขนมเค้กก็อย่างงี้แหละนะ...


"เหรอ?" ทำท่าตกใจ "วันเกิดฉันแล้วเหรอ?" เหมือนว่าจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไป ลืมวันลืมคืน "แย่จังเนอะ...ลืมวันเกิดตัวเองได้อีกแน่ะฉันน่ะ ฮ่ะๆ" หัวเราะออกมาอย่างฝืดๆ


ยามะพีได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างสงสาร แววตาที่เคยสดใส รอยยิ้มอย่างจริงใจ รอยยิ้มแบบนั้นเหมือนจะห่างหายไป จะเป็นเขาได้มั้ย...ที่เรียกรอยยิ้มนั้นคืนมา


"มีเรื่องอะไรกับเคตะอีกหรือเปล่า?" แค่สงสัย...ว่าอะไรมันทำให้คนตรงหน้าเปลี่ยนไป


"เขา...คงไม่รักฉันหรอก"




"กลับมาแล้ว" ร่างสูงโปร่งที่เดินเข้ามาในห้อง กับคำพูดที่พูดส่งๆ ในมือมีกระดาษสีขาวสามสี่แผ่น แต่ละใบมีแต่ลายมือที่แน่นเอี๊ยดของเขา


"เหนื่อยมั้ยเคตะ?" เดินออกมาหาพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ก็ต้องเจอกับใบหน้าบึ้งตึงที่เอาแต่จดจ่อกับงาน


"พรุ่งนี้ฉันอาจจะกลับดึก ไม่ต้องรอ อยากนอนก็นอนเลยนะ" สายตาที่ไม่ได้ละจากกระดาษเลย ทำให้คนที่เดินเข้ามากัดปากด้วยความอดทน อยากได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อน อยากเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มเสมอก่อนที่จะเข้ามาทำงานกับเทโงชิ


"ฉันรอนายได้นะ..."


"บอกว่าไม่ต้องรอ!! ไม่ได้ยินรึไง ฉันจะทำงาน อย่ารบกวนเข้าใจมั้ย? จะทำอะไรก็ไปทำเลย!!!!" ตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดัง...ดังพอที่จะทำให้อีกคนน้ำตาตก


"ขะ...ขอ...ขอโทษ...ฉันไป....นะ" น้ำเสียงที่มาจากการกลั้นสะอื้น ก็ไม่ได้ทำให้เคตะคิดจะใส่ใจที่จะปลอบบ้าง มีแต่สายตาเย็นชาที่ถูกส่งมา แต่กว่าที่ร่างบางจะก้าวเท้าออกไปพ้นจากบริเวณ ก็ถูมือใหญ่จับกุมด้วยแรงบีบ เจ็บแค่ไหนแต่ก็พูดออกไปไม่ได้


แววตาจริงจังของเคตะทำให้อาอี้ไหววูบข้างใน ริมฝีปากบางก้มลงมาต่ำก่อนจะประทับบนริมฝีปากของอีกฝ่าย แต่มันไม่ใช่แค่ประทับธรรมดา ลิ้นหนาที่ดันเข้ามาทำให้ร่างบางน้ำตาคลอไปใหญ่ เคตะต้องการอะไรกันแน่!?? แต่ก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธสัมผัสนั้นได้...ไม่เคยคิดด้วยซ้ำไป


"นี่ใช่มั้ย ที่นายต้องการ..." ถามออกมาอย่างเย็นชา ทิ้งให้อีกฝ่ายเงยหน้ามามองทั้งๆที่หน้าเปื้อนน้ำตา "ฉันทำให้นายแล้ว ทีนี้ก็ไม้ต้องมาเรียกร้องอะไรอีก"


"หะ?" เสียงที่หลุดออกมาก่อนที่สมองจะได้คิดอะไร แต่ก็ไม่มีคำตอบอะไรจากร่างสูง




ยามะพีที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ได้แต่กำหมัดแน่น มันจะดูถูกกันเกินไปแล้ว...ไม่ว่าจะด่าว่าเพื่อนพ้องยังไงพวกเขาไม่เคยว่า แต่...มันกลับทำเรื่องแบบนี้กับคนที่สำคัญน่ะเหรอ


"เคตะก็คิดว่าฉันต้องการแค่นั้น...เขาไม่รักฉันแล้วล่ะ" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันก็ทำให้เขาอยากจะวิ่งออกไปตะบันหน้าไอ้เพื่อนชั่วนั่นแรงๆ


ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ที่ดีที่สุดคงจะเป็นแค่ลูบหัวปลอบใจ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปกอด...ใช้อกซับน้ำตาได้หรอก ในสิ่งที่เคตะทำไป...สักวันมันจะได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น


"ยามะ อาอี้!!" น้ำเสียงสดใสที่ดังเข้ามา เป็นเสียงของคุซาโนะน่ะเอง แต่น้ำเสียงก็ต้องขาดช่วงลงเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของสองฝ่าย "พี่ๆเป็นอะไรกันไปหมดอ่ะ...ไม่ร่าเริงเลย" นานๆทีที่จะได้เห็นสองคนนี้ไม่ร่าเริง กับอาอี้ที่นานๆเห็นกันทีคงไม่แปลกใจนัก แต่พี่ชายที่อารมณ์ดีเสมอ...หายไปไหน?


ร่างหนาเงยหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนัง เจ้านี่โผล่มาได้แสดงว่าถึงเวลาปิดร้านแล้ว


"อีกไม่กี่นาทีก็จะวันเกิดอาอี้แล้วไม่ใช่เหรอ? อย่าทำหน้าแบบนั้นกันสิ" เสียงของน้องชายตัวเล็กเริ่มจะสั่นคลอนแล้วเหมือนกัน เขา...ผู้ไม่มีใครจดจำวันเกิดได้ ต้องนั่งฉลองเงียบๆคนเดียวมาสิบกว่าปี จนมาเจอกับยามะพีลูกพี่ลูกน้องที่เป็นเจ้าของร้านขนมเค้กนี่แหละ ที่เป็นคนแรกมานั่งเป่าเทียนวันเกิดเป็นเพื่อน อยู่ด้วยกันจนพระอาทิตย์ขึ้น...


เป็นคนแรกจริงๆ ที่ให้ความสำคัญกับวันเกิดของเขาและทุกๆคนที่อยู่รอบตัว


"ดีใจจัง คุซาจังจำวันเกิดฉันได้ด้วย" อาอี้พูดออกมาแทบทั้งน้ำตา คนที่อยากให้จำได้กลับจำไม่ได้...


"ผมต้องจำได้สิ อาอี้เป็นคนสำคัญของยามะ ก็เหมือนคนสำคัญของผมด้วยนั่นแหละ!!!" พูดออกมาทั้งน้ำตา ไม่อยากเห็นใครต้องร้องไห้หรือทำหน้าเศร้าในวันเกิดตัวเองเลย ถ้าจะมีก็ขอให้เป็นเขาคนเดียวก็พอแล้ว


"พี่ๆอย่าร้องไห้กันเลยนะ ผมขอร้อง..." ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่น้ำตาที่ไหลอาบแก้มมันทำให้อีกสองคนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว "ผมไม่อยากให้ใครต้องมาร้องไห้ในวันเกิด....เหมือนผม" ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล พี่ชายตัวดีเอื้อมมือไปกอดน้องชายเอาไว้


"อย่าพูดอย่างนั้นสิ...นายไม่ต้องร้องไห้ในวันเกิดแล้วนะ ฉันก็ไม่ร้อง อาอี้ก็ไม่ร้อง...เห็นมั้ย ไม่มีใครร้องไห้เลย" ถึงไอ้เด็กนี่จะกวนประสาทมากขนาดไหน แต่ยังไงมันก็เป็นเหมือนน้องคนนึง "วันนี้เรามากินเค้กแล้วดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างสดใสกันเถอะนะ!!"

คุซาโนะปาดน้ำตาก่อนจะปรี่ออกไปเอาเค้กที่ตั้งใจอบที่สุดของวันเอามาวางไว้บนโต๊ะรับแขกที่ยามะจุดเทียนเอาไว้อย่างสว่างไสว เปลวไฟที่ไหวไปตามลมแอร์ มันก็เหมือนจิตใจคนที่เปลี่ยน ที่ไหวเอนไปตามวันเวลา


เทียนเล่มเล็กถูกปักบนขนมเค้กอย่างบรรจงด้วยฝีมือน้องเล็กอย่างคุซาโนะ อาอี้ได้แต่มองแล้วยิ้มออกมา นานแค่ไหนนะ ที่ไม่ได้จุดเทียนวันเกิด ไม่มีเค้กวางตรงหน้า


"เอ่อ...อาจจะไม่มีขอบขวัญอะไร แต่ผมก็อยากเห็นพี่เป็นคนที่มีความสุขนะครับ" อวยพรพร้อมรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจ แค่นั้นก็ทำให้เจ้าของวันเกิดน้ำตารื้นอีกรอบทีเดียว...คนที่มีความสุข แค่วันนี้...ก็ยังดี

"อย่าอวยพรอะไรที่ประทับใจได้มั้ย น้ำตามันจะร่วง" ผลักหัวน้องชายอย่างหยอกๆ แล้วหันมายิ้มให้อาอี้ "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันเชื่อว่านายต้องผ่านมันไปได้ ฉันขอแค่นายเชื่อแบบที่ฉันเชื่อ มันก็พอแล้วล่ะ...คนสำคัญของฉัน" ความรู้สึกผิดจุกขึ้นอยู่ที่ลำคอทันที คนสำคัญ...งั้นเหรอ? "อย่าไปคิดมากกับอะไรที่ฉันพูดไปเลย เที่ยงคืนแล้วๆ ขอพรเลยๆ"


สองพี่น้องที่ดูตื่นเต้นกว่าเจ้าของงานทำให้บรรยากาศเงียบๆดูสนุกขึ้นอีกเยอะ คงเพราะได้ใกล้ชิดกับคำว่าวันเกิดมากกว่าคนทั่วๆไปมั้ง...


มือเล็กที่กุมกันเอาไว้ ดวงตาหลับพริ้ม...ถ้าขอได้จริงๆ เขาจะขออะไรดี...ขอให้เขาเป็นคนที่มีความสุขน่ะเหรอ? ขอให้เคตะหันมาสนใจงั้นเหรอ? ไม่หรอก...เขาไม่อยากจะบังคับใจใครหรือเปลี่ยนใคร แต่สิ่งที่เขาจะขอ ขอแค่...


ฟู่ว!! เสียงเป่าเทียนยี่สิบกว่าเล่มดับลงไปในทีเดียว


"เย้!! เป่าเทียนหมดแบบนี้สิ่งที่ขอจะได้เป็นจริงนะครับ" ใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของคุซาโนะทำให้เขานึกยิ้มขึ้นมา...ถ้ามันเป็นจริงได้อย่างที่ฉันขอ...ก็ขอให้มันเป็นอย่างที่คุซาโนะพูดด้วยเถอะ


"มากินเค้กกันเถอะ" เจ้าของร้านไม่สนใจอะไรใคร แต่รู้อย่างเดียวคืออยากกินเค้กซะละ ช้อนสามคันที่ปรากฏขึ้นมา ไม่มีจานหรืออะไรให้เปลืองทรัพยากรน้ำ แล้วมือทั้งสามก็จ้วงเค้กกันอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง...


"เดี๋ยวๆ มันมีธรรมเนียมว่าต้องให้ผู้อาวุโสป้อนเค้กด้วย ไม่งั้นคำขอจะไม่เป็นจริงอย่างสมบูรณ์" คุซาโนะขัดขึ้นมา ดวงตาพราวระยับ อย่างน้อยๆ...ขอให้พี่ชายมีความสุขมันจะมากเกินไปมั้ย ยามะพีหันมามองหน้าน้องอย่างงงๆ มันมีที่ไหนกันเล่า แต่พอเห็นตาขวาที่ขยิบยิ๊บๆแบบนั้นก็ถึงบางอ้อ เจ้าน้องชายตัวแสบ!!


"เห? หมายความว่าไง ผู้สูงอายุ?" ถามออกไปพาซื่อ


เจ้าลูกหมีตีหน้าขรึม "ในที่นี่ยามะสูงอายุที่สุด อาวุโสที่สุดซึ่งนั่นหมายความว่าแก่ที่สุดใช่มะ?" แล้วโดนมือหนาวางลงบนหัวดังโป๊ะ "เจ็บนะ!! อาอี้ก็ต้องให้ยามะป้อนไงเล่า!! พรที่อาอี้ของจึงจะสัมฤทธิ์เต็มร้อยเปอร์เซนต์" ทำหน้าให้น่าเชื่อถือขึ้นอีก "นี่...ยามะไม่อยากให้พรที่อาอี้ขอได้ผลรึไงเล่า ป้อนเด้"


ใบหน้าคมที่เป็นสีแดงระเรื่อ แต่ภายใต้แสงเทียนแล้วคงไม่มีใครสังเกตได้ มือหนาหยิบช้อนของตัวเองขึ้นมาแล้วตักลงไปบนเค้กในปริมาณที่พอดีคำ "อ่ะ...กินซะ" รอยยิ้มขำๆของคนตรงหน้าทำให้เขาเขินมากขึ้นกว่าเดิม ปากบางอ้ารับเค้กเข้าไปในปาก


"เออ ดี!! แล้วทีนี้อาอี้ก็ต้องป้อนยามะคืนเพื่อเป็นการขอบคุณ" เอ...ฟังดูแล้วมันชักคล้ายๆพิธีแต่งงานมั้ยเนี่ย? เจ้าเด็กตัวแสบ "เร็วๆสิ..." เร่งยิกๆ ทำให้อาอี้ต้องตักเค้กส่งเข้าปากคุณเจ้าของร้านอย่างขำๆ แต่ท่าทางเขินๆแบบนั้น...คงไม่มีใครจับได้มั้ง


ถ้าทุกคนรู้...ว่าคำขอของเขาเป็นอะไร แล้วยังจะอยากให้เป็นจริงอยู่มั้ย....?


"โอเค!! แค่นี้พรก็จะสัมฤทธิ์ผลแล้วล่ะ แต่..." ยังมีแต่ทำให้พี่ๆทั้งสองคนหันมามอง "พวกพี่กินกันเยอะแล้ว หยุดกินเลย ทั้งหมดนี่ของผม ฮ่าๆ" หัวเราะออกมาอย่างร่าเริงจนพี่ชายอดที่ไม่ได้ที่จะป้ายครีมลงบนหน้ากวนๆนั่น แล้วการละเลงครีมก็เกิดขึ้นอย่างสนุกสนานใต้แสงเทียน


แต่ทุกครั้งที่ยามะได้แตะลงบนใบหน้าหวาน...ความรู้สึกวูบวาบในใจก็เกิดขึ้นมา หลายครั้งที่สบตากัน...แล้วความรู้สึกที่เคยควบคุมได้มาตลอด เหมือนจะคุมไม่ได้อีกต่อไป ดวงตาที่สดใสแบบนั้น...เป็นเขากับเจ้าน้องชายใช่มั้ยที่สร้างมันขึ้นมาอีก ถ้าอย่างงั้นขอเป็นเขาได้มั้ย...ที่ดูแลดวงตาคู่นี้ต่อไป


ส่วนเจ้าคิวปิดตัวน้อยที่แอบดอดเข้าไปหลังร้าน กะจะทำอะไรให้เซอร์ไพรซ์ทั้งสองคนอยู่ในขั้นเตรียมการ


"อะ...อ้าว คุซาจัง หายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย?" อาอี้ท้วงขึ้นมาเมื่อสังเกตได้ว่าไม่มีเสียงโวยวายให้หัวเราะ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหมายคู่นั้น...จะผิดไหม ถ้าเขาขอหลงใหลชั่วขณะ


"นั่นสิ...หายไปไหนอีกน้อ เจ้าตัวแสบ" บ่นออกมาตามประสาพี่น้อง แต่อดไม่ได้ที่จะมองหน้าหวานเปื้อนครีม มือหนาเอื้อมไปสัมผัสอย่างตรงๆ ร่างบางสะดุ้งแล้วยิ้มแหยๆให้ ดวงตาสีดำคู่นั้น...ทั้งๆที่เคยมองมาหลายครั้ง หลายหน แต่...ไม่เคยคิดจะต้องติดลงในบ่วงนี้ดูสักครั้ง


ใบหน้าที่ก้มลงมาต่ำเรื่อยๆ กับเสียงหัวใจที่ดังเอะอะของทั้งสองฝ่าย ต่างกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่...ในค่ำคืนนี้ มันไม่ต้องมีอะไรมากั้นขวางอีกต่อไป


วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! ปุ้ง!!!


เสียงร้องของอะไรสักอย่างเรียกให้ทั้งสองคนรู้สึกตัว ก่อนจะหันมองไปทางต้นเสียง ซึ่งมีเจ้าตัวเล็กโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริง แสงไฟที่เป็นประกายบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ไม่ว่าจะวันไหนๆมันก็สวยเหมือนกัน


ยามะก้มหน้ามองพื้นร้าน ไม่กล้าสบตาคนข้างๆ แต่กลับส่งมือไปให้อีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่ไม่ทันที่จะได้เขินก็รู้สึกถึงความอุ่นที่ประกบเข้าที่มือตัวเอง วิ่งออกไปหาน้องชายที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงเพราะไม่ยอมออกมาซะที


"กว่าจะออกมาได้นะ...ทำอะไรกันอยู่ หือม์?" ถามออกมาแล้วทำตาเจ้าเล่ห์ ใช่ว่าไม่เห็นซะหน่อยถึงต้องจุดพลุเตือนไง เตือนใจของทั้งสองคนนั่นแหละ...แค่อยากให้มีความสุข ถึงจะเป็นชั่วครู่อย่างน้อยๆก็ยังดี แต่ถ้าพลั้งมากกว่านี้เผลอมากกว่านี้ เรื่องราวที่น่าปวดใจมันคงมีมากกว่านี้แน่ๆ


"ยุ่งน่า! ว่าแต่นายเถอะ ออกมาตอนไหน?"


"เรื่องของผมน่า...นี่กะจะเซอร์ไพรซ์เลยนะ ตกใจเปล่า..." ลากเสียงยาวจนน่าประเคนมะเหงกให้ "มาเล่นกันเถอะนะ...จนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น"


ถึงแม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับน้องชายเท่าไรเพราะกลัวชาวบ้านชาวเมืองด่าเอาได้ง่ายๆ แต่ว่าเห็นมันเล่นแล้วเอานิดนึงก็ยังดีวะ "พอได้แล้วคุ! ชาวบ้านชาวช่องด่าแม่ยันป้าแล้วนั่น" ดุเบาๆพอเป็นพิธี ทั้งสามคนทรุดลงบนสนามหญ้าหน้าร้านที่เป็นเนินเล็กๆ


"ขอบคุณนะคุซาจัง ยามะพี" อาอี้ยิ้มออกมาจากแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ทีนี้...ก็คงเหลือแค่พรที่เขาขออย่างเดียว "ฉันมีความสุขมากๆเลยล่ะ ปีนี้...ฉันมีความสุขจริงๆนะ"


คนโดนชมยิ้มแก้มปริ "ผมน่ะ...อยากทำอะไรๆให้อาอี้มั่ง ก็อย่างที่บอกนะ อาอี้เป็นคนสำคัญของยามะ ก็ถือว่าเป็นคนสำคัญของผมไปด้วยเลยเนอะ ฮ่าๆ" หัวเราะออกมาอย่างไม่มีเหตุผล แค่รู้สึกว่ามีความสุขแล้วอยากจะหัวเราะก็เท่านั้น


ความเขินจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้ทั้งคู่เงียบไป ทิ้งแต่เสียงหัวเราะของคุซาโนะที่ตอนนี้เริ่มเบาลงเพราะไม่มีใครมาร่วมหัวเราะด้วย "ยามะ...อาอี้ เงียบทำไม ทำไมไม่พูดกันล่ะ?" เอานิ้วจิ้มแก้มของทั้งคู่อย่างหยอกๆ


"พูดไรล่ะ?"


คุซาโนะเบะหน้าใส่พี่ชายก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างเคืองๆ "จะพูดไรก็พูดไปเด้ ไม่อยู่ฟังก็ได้วุ้ย!! ไปหาไรกินนะ เดี๋ยวมา" แอบชูสองนิ้วให้ยามะอย่างล้อๆ ก็อยากจะให้พี่ชาย...ได้พูดอะไรมากกว่านี้


ทั้งสองคนเขยิบเข้าใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิม อาจจะเพราะความหนาวเหน็บในค่ำคืนนี้หรืออาจจะเป็นเพราะอะไรที่มันสั่ง...ให้ใกล้เอง


"วันเกิดนาย... 21 แล้วสิเนาะ" เปิดบทสนทนาธรรมดาๆ "ผ่านปัญหาได้ตั้ง 21 ปีแล้วนี่ เก่งจังเลย" ด้วยความที่ไม่มีอะไรจะพูดหรือไม่กล้าพูดเรื่องอะไรที่อยู่ในใจกันแน่


"นายก็ตั้ง 22 แล้วนี่...ฮ่ะๆ" เอนหัวพิงกันไหล่หนา...มันคงจะเป็นคำขอสุดท้ายที่ได้สมหวัง "ขอบคุณนะยามะ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างเลย..." พูดออกมาทั้งน้ำตา ชีวิตนี้ที่ไม่เคยมีใครทำดีด้วยมากขนาดนี้มาก่อน "ขอบคุณทุกครั้งที่คอยปลอบฉัน....ขอบคุณทุกครั้งที่อยู่เป็นเพื่อนฉันมาตลอด ขอบคุณสำหรับความรู้สึกแบบนั้น"


"ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่..." ยังคงจับไม่ได้ถึงน้ำเสียงแบบนั้น "นายเป็นคนสำคัญของฉันนี่หน่า ฉันบอกนายไปแล้วนี่" รู้สึกดีมากขนาดไหนที่อยากบอกออกไป ได้มาพูดความรู้สึกอีกครั้ง...ในตอนที่มีคนคนนี้กำลังซบบ่าอยู่


"ฉันยืนยันนะยามะ...ว่าถ้าฉันรักนายได้ ฉันก็อยากจะรักนาย...รักนายให้เท่าที่ฉันจะรักได้เลย" พูดออกมาเสียงแผ่วๆ "แต่ตอนนี้...ฉันขอโทษที่ฉันรักนายแบบนั้นไม่ได้" ยิ่งพูดเสียงยิ่งเบาลง หัวเล็กๆเคลื่อนจากไหล่ไปที่อกแกร่ง


ยามะพีถือโอกาสโอบตัวให้อยู่ในอ้อมแขน ขอแค่วันนี้...วันนี้เท่านั้นแล้วพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นมายอมรับกับความจริงที่แสนโหดร้าย...เป็นอย่างนั้นก็ยอม


"ไม่ต้องหรอก ให้ฉันรักนายมันก็พอแล้ว...แค่นี้มันก็ดีแล้ว" พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ฉันมีสิทธิ์ที่จะรักนายได้มันก็คุ้มเกินกว่าที่ฉันจะได้รับมันแล้ว" คนที่เงียบสงบเหมือนกำลังตั้งใจฟังทำให้เขาพูดต่อ "ฉันมีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้อยู่ใกล้นาย แต่ถ้าเมื่อไรที่นายร้องไห้ ฉันก็อยากจะร้องไห้แทน ฮ่ะๆ พูดเหมือนคนบ้าเนอะ แต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ"


"ฉันบอกนายไม่ได้หรอก ว่าฉันรักนายมากกว่าที่เคตะรักนายรึเปล่า แต่ฉันพร้อมที่จะปกป้องนายเสมอนะ ฉันอยากจะเข้าไปปกป้องหัวใจนายเหมือนกัน แต่นั่นคงมีไว้ให้แค่เคตะใช่รึเปล่า..." ยิ้มอย่างเศร้าสร้อย "ฉันน่ะ...ไม่หวังอะไรมากไปกว่าได้ปกป้องนาย ได้ซับน้ำตานาย...ได้อยู่เคียงข้างนายในฐานะเพื่อนคนนึง ฉันก็โอเคแล้วล่ะ"


ไม่มีเสียงตอบกลับจากร่างบางที่พิงอกอยู่ ไม่เพียงแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ...ไม่มีแม้แต่แรงสะท้อนจากการหายใจของอาอี้


"อาอี้...อาอี้..." ยามะดันตัวคนตัวเล็กขึ้นมา คอที่ตกแบบคนไร้อาการเกร็งมันเป็นสิ่งที่ฟ้องได้อย่างดี...ว่าตอนนี้ คนคนนี้....ได้ทิ้งเขาไปแล้ว "อย่าล้อเล่นอย่างนี้นะ..." เขย่าตัวแรงๆ เผื่อว่าจะเป็นการแกล้งกันเล่น "เล่นอย่างนี้ไม่สนุกนะ...อาอี้ ลืมตาสิ!!"


ตากลมจ้องมองใบหน้าที่แต้มด้วยรอยยิ้มบางๆอย่างสงบ เหมือนกับว่ามีความสุขกับการจากลาของตัวเอง แค่นั้นน้ำสายเล็กๆก็ทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ผีเสื้อสีขาวที่บินมาจากไหนไม่ทราบทิศ เกาะบ่าของร่างหนา ราวกับปลอบใจ...ก่อนที่มันจะบินออกไปอย่างโดดเดี่ยว บินออกไปลำพัง...ราวกับว่าวิญญาณของคนคนนี้ต้องโดดเดี่ยว


"ยามะ อาอี้~~" เสียงหลั่นล้าของคุซาโนะที่วิ่งเข้ามาก็ต้องชะงักลงเมื่อเห็นว่าพี่ชายตัวเองกำลังโอบกอดอีกคนที่นอนราบลงกับสนามหน้า ร่างหนาที่สั่นสะอื้นทำให้น้องชายวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ "เป็นอะไรยามะ สัญญากับเค้าแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ร้องไห้..." ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่...มันชักแปลกๆแล้วล่ะ


"อาอี้...เค้าไปแล้วล่ะ" พูดออกมาด้วยประโยคสั้นๆ เข้าใจง่าย แต่คนที่ฟังนี่สิมันไม่เข้าใจเอาเสียเลย...


"ไปไหนล่ะ...ก็อยู่นี่ไง" ชี้มือไปทางคนที่นอนอยู่ ใจที่มันหาย...หายไปไหน เหมือนกับหลอกตัวเองแต่...มันแค่เรื่องโกหกใช่มั้ย


"คุ...ทำใจนะ เค้าไปแล้ว" แต่คงจะเป็นตัวคงพูดเองที่ยังทำใจไม่ได้


คุซาโนะส่ายหัวไปมาแล้วยิ้มออกมา "เล่นอย่างงี้ไม่ตลกเลยนะยามะ อย่ามาแกล้งผมแบบนี้ดิ่!! ผมไม่สนุกด้วยนะ" น้ำตาที่ไหลลงมากับมือกับกำแน่น ขอแค่พี่ชายหลอกเล่นก็เท่านั้นเอง...


"ไม่จริงน่ะ อาอี้ยังไม่ได้มาดูพระอาทิตย์พร้อมผมเลย แล้วเค้าจะไปได้ยังไงล่ะ...? ผม...ผม...ผม...ผม...ผมไม่เชื่อ!!! ยามะบอกมาดิ่ ว่ามันเป็นแค่เรื่องตลกที่ยามะแกล้งให้ผมร้องไห้...ใช่มั้ย?"


ไม่มีคำตอบจากพี่ชาย...น้ำตาที่มันไหลออกมาพร้อมๆกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องทั่วร่างบาง แสงประกายที่ออกมาราวกับส่งวิญญาณให้ไปสู่หนทางที่ดี...กับผีเสื้อตัวนั้น


"ยามะ!!!" เสียงนุ่มของใครสักคนที่ดึงสติของสองพี่น้องกลับมา ร่างสูงโปร่งของเคตะก้าวเข้ามาในเขตรั้วบ้านอย่างถือวิสาสะ...มือซ้ายเป็นรอยแผลยาวราวกับโดนอะไรบาด เลือดที่ยังสดๆอยู่นั้นบ่งบอกได้ว่าเป็นแผลที่ใหม่อยู่ "อาอี้อยู่ไหน?" เดินเข้ามาถามเพื่อน ทั้งๆที่คนโดนถามนอนอยู่บนตักเพื่อนอย่างสงบ


ยามะพีหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วกอดร่างบางแน่น เขาไม่ปล่อย....ไม่ปล่อยให้คนคนนี้ต้องมาทำร้ายคนที่เขารักต่อไปแล้ว... "กลับไปเถอะ...เคตะ"


"เขาไปแล้วใช่มั้ย?" เคตะทรุดลงบนกับพื้น "ขอฉันดูหน้าเขาครั้งสุดท้ายได้มั้ย..." น้ำตาที่เอ่อคลอ มือที่กำกระดาษมาด้วยบีบแน่นยิ่งขึ้น "นะ...ยามะ ฉันขอ..."


คลายกอดเมื่อเห็นสีหน้าปางตายของเพื่อน ขอบตาที่คล้ำ ใบหน้าที่หมองลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ดวงตาที่เป็นประกายคู่นั้น...มันดูหมดหวังทันที ร่างบางที่นอนยิ้มอย่างคนมีความสุขทำให้เคตะกำมือทั้งสองข้างแน่น ไม่สนใจว่าอีกข้างจะเจ็บแค่ไหน...แต่มันเทียบไม่ได้กับความรู้สึกในใจเขา


"อาอี้...ฉัน...ขอโทษ" ใบหน้าหล่อก้มลงมองหน้าคนรัก มือยาวไล้แก้มด้วยความคิดถึง "ฉันมันเป็นคนรักที่แย่ที่สุด..." ความรู้สึกผิดทั้งหมดที่มันมาจุกที่ลำคอ


แก้วใสใบโปรดของอาอี้ที่ร่วงลงพื้น ทั้งๆที่ไม่มีใครไปแตะมัน แก้วที่บาดมือเขาตอนที่ก้มลงไปเก็บ...กับผีเสื้อสีขาวตัวนั้นที่บินเข้ามาทางหน้าต่างเกาะบนจมูกของเขา...ทั้งๆที่ไม่อยากจะคิด แต่...


"รู้ตัวด้วยเหรอ? ไอ้เคะ!!!! แกรู้ตัวด้วยเหรอว่าแกมันแย่แค่ไหน??" ยามะพีตวาดอย่างเหลือกำลัง "แกเคยรู้มั้ย ว่าอาอี้ต้องร้องไห้เพราะแกกี่หน กี่ครั้งกันเค้าต้องนอนคนเดียว ในสายตาของเขาไม่เคยปรากฎหน้าใครอยู่เลย เหมือนในหัวใจ ที่มีแต่แก..."


"แต่แกล่ะ? เคยคิดจะสนใจเขามั้ย? แกก็เอาใจแต่ใครก็ไม่รู้...จนแกลืมคนสำคัญ คนที่แกบอกว่ารักนักรักหนาเป็นไง...เขาไปแล้ว...เขาไปแล้วแกได้ยินมั้ย??? เขาไปจากแก เขาไปจากฉัน เขาไปจากพวกเราแล้ว" ยามะที่ทำว่าจะอาละวาดอีกรอบทำให้คุซาโนะต้องมาจับตัวพี่ชายเอาไว้


การสูญเสียครั้งนี้...มันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดของพี่ชาย คนสำคัญคนนี้ ไม่ว่าจะทุกข์หรือจะสุขพี่ชายก็จะยืนเคียงข้างเสมอ จนเขาเองก็อดที่จะรักคนคนนี้ด้วยไม่ได้ แต่คนที่สำคัญกว่าตัวเขา ... ยามะ ... ยามะจะยืนอยู่ได้ไง เมื่อทุกวันนี้ยามะพร้อมที่จะยืนอยู่เพื่อคนคนนี้ แต่วันนี้...ไม่มีแล้ว


ถ้าพี่ชายยืนต่อไปไม่ได้ แล้วตัวเขาล่ะ...จะยืนต่อไปได้ยังไง? ในเมื่อคนที่พยุงเขา สอนเขายืน สอนเขาเดินก็คือพี่ชาย ถ้าไม่มีพี่ชาย...ก็คงไม่มีเขาต่อไป


"แกด่าฉันมาอีก...ยามะ แกด่าฉันมาอีกสิ!!! ฉันมันเลว ฉันมันชั่ว...ฉันมันไม่ดี" เคตะพร่ำรำพันเหมือนว่าตัวเอง น้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย...มันเป็นอะไรที่น่าปวดใจเหลือเกิน "อาอี้ ฉันแต่งเพลงเพลงนึง...มาเพื่อนายเลยนะ" กระซิบอย่างแผ่วเบาข้างๆหูคนที่นอนอยู่ "นายฟังฉันนะ..."


เสียงทั้งหมดเงียบลง ยามะที่มองเพื่อนตัวเองอย่างสะทกสะท้อนก็ได้แต่ปล่อยน้ำตาให้มันไหลลงมา


"นานเท่าไรก็ลืมนับ...ที่เธอนั้นอยู่กับฉันมา
คบกับคนที่เฉยชา ซึ้งๆไม่เป็นอย่างใคร

คิดอะไรก็ทำเฉย...ไม่เผยให้เธอได้เข้าใจ
หลายครั้งหัวใจก็สั่นไหว แต่เธอก็ไม่ทิ้งกัน

...

ขอบใจที่เธอไม่เบื่อ ไม่ว่าฉันน่าเบื่อแค่ไหน
รู้มั้ยว่าฉันยังเบื่อ เบื่อตัวเองที่เป็นอย่างนี้ด้วยซ้ำไป
ต่อจากนี้คือคำสัญญา จากคนที่ไม่เอาไหน
จะรักเท่าที่หัวใจทำได้...นานเท่าที่เธอไม่เบื่อ

พูดไม่หวานแต่ฟังนะ สายตาที่อยู่ตรงหน้าเธอ
ไม่เคยเบื่อมองเมื่อพบเจอ แม้เจอมาตั้งเท่าไร
คนทำตัวไม่น่ารัก...แถมยังไม่คิดจะเปลี่ยนไป
แต่รักที่มี...ที่เก็บไว้ ก็จะไม่เปลี่ยนไปเช่นกัน

..."


เสียงเพลงคลอๆจากเคตะที่เหมือนลอยไปตามลม ฝากไปบอกกับใครสักคนที่ลากจากพวกเขาไปแล้ว...ใครที่เขารัก รักจนสุดหัวใจ แต่เขาก็ไม่เคยดูแล ใส่ใจ มาแคร์...จนต้องเสียไปถึงจะรู้ตัว ความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น จนแทบรับไม่อยู่ รู้ตัวมาตลอด...ว่าตัวเองเป็นคนยังไง


คำพูดที่พูดออกไปแต่ละคำเป็นเพราะไม่เคยคิดมาก่อน นึกอะไรได้ก็พูดส่งไป ทุกครั้งที่เห็นน้ำตาอยากเข้าไปกอด เข้าไปปลอบแค่ไหน...แต่อะไรที่มันทำให้ทำไม่ได้ล่ะ?? ทุกๆอิริยาบท ทุกๆสัมผัส ทุกๆความรู้สึก...กว่าจะรู้ตัว มันก็สายเกินไปแล้วใช่มั้ย









"สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสัมภาษณ์นักแต่งเพลงหนุ่มที่ผันตัวเองมาจับไมค์ร้องเพลง...ทาจิบานะ เคตะครับ" เสียงพิธีกรพูดเชิญชวนทุกสายตาที่จับจ้องอยู่ในจอทีวี เมื่อกล้องเบนไปยังร่างสูงโปร่งที่มองกล้องด้วยสายตาเศร้าสร้อย ไม่ว่ายังไง...คงจะลบภาพนั้นออกไปไม่ได้แน่นอน


"สวัสดีครับทาจิบานะคุง ทำไมถึงคิดอยากจะมาร้องเพลงเองหลังจากที่บอกขอลาออกจากการเป็นนักแต่งเพลงประจำตัวเทโงชิซัง" พิธีกรถามขึ้นมาตามสคริปในมือ เคตะแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะตอบออกไป


"ผมได้ทำผิดต่อคนคนนึง...ผมรู้ ว่าไม่มีวิธีไหนที่จะชำระบาปที่ผมทำหรอก แต่ผมอยากจะบอกให้เค้ารู้...ว่าผมรู้สึกผิด" น้ำเสียงที่เศร้าถูกผ่านห้องอัดไปยังทีวีตามบ้านต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ร้านขนมเค้กของยามะ ที่เจ้าของร้านทั้งสองคนยืนดูด้วยสายตาเศร้าสร้อย


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากพูดถึงอีก แต่มันก็เป็นเรื่องที่ทั้งสามคนกลับลืมไม่ลง มันฝังลึกอยู่ในใจ....เกินกว่าที่จะเอาออกไปได้ คนคนนั้น...คนที่เคตะพูดถึง


"มันเกี่ยวกับเนื้อเพลงที่คุณแต่งด้วยหรือเปล่าครับนี่?"


เคตะยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่มันเป็นยิ้มที่เศร้า...เกินกว่าที่ใครจะรู้สึกได้ พยักหน้าแล้วพูดต่อ "ครับ...ผมเองที่ผิด แต่มันก็เป็นความรู้สึกลึกๆของผู้ชายคนหนึ่งที่ยังคงรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง..."

 

 

 

-- THE END --

 
2:41:41 am  / 16.10.2007
By i-Shi

 

 

มาคุยกันนอกเรื่องดีกว่า .. คุยในเรื่องก่อน ก่อนอื่นต้องขอบคุณอย่างแรงกับเพลง นาน...เท่าที่เธอไม่เบื่อ ของดัง พันกร นะคะ...แบบฟังแล้วอารมณ์มันจี๊ดมาก ฮ่าๆ แล้วก็ต้องขอบคุณนักแสดงทุกๆคนด้วยนะที่สละเวลามาในฟิึคเด็กนี่ -,.-  

ตอนแรกไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลย เอิ๊กๆ แต่เมื่อคืนตอนแต่งร้องไห้จริงๆ TTwTT พอแต่งจบดูหนังผีต่อ คราวนี้ไปกันใหญ่เลย (สังเกตเวลาแต่งเสร็จได้ ตีสองเกือบตีสาม) น้ำตานองหน้าไม่กล้านอนกันเลยทีเดียว กร๊ากกกกกกกกก -[ ]-

 

ลัลลัลลา~ ขอพูดเรื่องธีมอีกนิดดีกว่า เฮดนี่ที่เขียนว่า Chen Yi กับ Tachibana Keita ได้ข่าวว่าไอ้คนหลังเด็กเส้น แต่เส้นไม่ใหญ่พอ (คือความจริงตัดรูปได้ไม่เนียน) เลยโผล่ออกมาช่องเล็กๆ แฟนๆเคตะคงเห็นนะว่าช่องไหน เอิ๊กๆ

 

หึหึ ไปแล้วดีกว่า อ๊ากกกกกกกกกกกก -[ ]-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เดี๋ยวมาเม้นต์อีกรอบ เจอพีคุเข้าไปเดี๋ยวมาๆ ><
พี่ชอบเฉินอี้อ่ะฟาร์มน่ารัก เคยดูไลฟ์เฉินอี้เค้าเอนเตอเทนได้ใจพี่ น่ารักกกกกกกกกเหมือนน้องคุยังไม่พอน่ารักอีกต่างหาก 555+

#1 By █ ❤▌ZUTTO SOBA NI █ ❤▌ on 2007-10-16 20:26

อ๊ากกกกกกกกกกกกก ...

ฟร์ามๆๆๆๆๆๆ สวยง่า >__<

ของเรายังเละอยู่เลยยยย 5555

แง๊ๆๆๆๆ ยังคงงงอยู่ 555555

#2 By lovess * on 2007-10-16 21:16

TAG