S.Fiction 1859 | Track 5 : ความลับ

posted on 14 Jun 2014 13:26 by devilz79 in 1859, FICTIONs, REBORN
Title: Life in Different Sound
Fandom: Katekyo Hitman Reborn ! (c) Amano Akira
Paring: 1859 (Hibari * Gokudera)
Rating: PG13
Author: Devilz79


----------------  T r a c k   5   :  ค ว า ม ลั บ   ----------------




 
อากาศร้อน...
 
 
แม้จะค่อนข้างร้อนอบอ้าวและเหนียวตัวปานกลาง แต่สำหรับโกคุเดระ ฮายาโตะแล้ว รู้สึกว่ามันดีกว่าหน้าฝนมาก ร่างเล็กในชุดลำลองสบายๆ นอนเอนตัวลงบนเตียงพับที่ตัวเองอุตส่าห์ลากมันเอาออกมาอยู่นอกระเบียง
 
 
ไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อไร
 
 
ดวงตากลมภายใต้กรอบแว่นบางกวาดอ่านตัวหนังสือต่างประเทศที่เรียงเป็นพรืดอย่างสบายๆ มือเรียวพลิกเปลี่ยนหน้าหนังสือเล่มบางในมือเมื่อสายตากวาดลงมาสิ้นสุดหน้ากระดาษแผ่นนั้น
 
 
ชั่วขณะของการพักสายตา
 
 
มีร่างโปร่งในชุดยูคาตะสีเข้ม อันไม่เข้ากับบรรยากาศของอพาร์ตเมนต์แบบสมัยใหม่สุดๆ กำลังนอนอ่านหนังสือเล่มหนาที่มีการเย็บเล่มแบบญี่ปุ่นจ๋าไม่ต่างจากเจ้าตัวคนอ่านเลยสักนิด
 
 
คนผมเงินพิจารณาร่างนั้นแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ แต่นั่นก็พาให้สายตาคมกริบนั่นจ้องกลับมาอย่างรวดเร็ว โกคุเดระไหวไหล่ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือในมือต่อไป เขาขี้เกียจจะต้องมานั่งเล่นสงครามประสาท ที่สุดท้ายตัวเขาเองก็จะทำให้มันกลายเป็นสงครามน้ำลาย (ของเขาฝ่ายเดียว เพราะอีกฝ่ายกว่าจะเปิดปากพูดแต่ละที...ดอกพิกุลทองจะร่วงเหรอ?)
 
 
แต่ยังไม่ทันที่จะได้อ่านหน้าต่อไปตามที่คิดเอาไว้ เสียงแผดร้องของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา หน้าจอแสดงชื่อที่ไม่ได้พึงปรารถนาในวันหยุดแบบนี้
 
 
‘ไอ้บ้าเบสบอล’
 
 
โกคุเดระกลอกตาก่อนจะรับสายที่ดูท่าทีว่าจะไม่หยุดแหกปากได้ง่ายๆ “เออ” ทักทายคู่สนทนาด้วยมารยาทผู้ดีที่ถูกสั่งสมตั้งแต่สมัยอยู่ที่อิตาลี่ (?)
 
 
“โกคุเดระ วันนี้นายอยู่ห้องรึเปล่า ฉันจะไปหา” เสียงร่าเริงอารมณ์ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่องจู่โจมเข้ามา พาให้คนฟังอยู่แทบตีหน้ามึน...มันจะมาทำไมมม ใครจุดธูปเรียกไม่ทราบ...ชิ
 
 
ร่างเล็กถอนหายใจพรืดแล้วเอนตัวลงไปมองนาฬิกาที่อยู่ภายในตัวห้อง “แล้วแกไม่ซ้อมเบสบอลรึไง ว่างนักเหรอ?” ตอบเสียงนิ่งกลับไป เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาสีดำที่จ้องข้ามระเบียงมา
 
 
เสียงหัวเราะร่าจากปลายสายดังขึ้นมา บางที...เขาอาจจะต้องพายามาโมโตะไปตรวจหาสารกระตุ้นประสาทบ้างแล้วล่ะ “นายงอนฉันเหรอเนี่ย ว้า...” คำพูดที่ดังถัดจากเสียงหัวเราะนั้นแทบพาให้คู่สายถึงกับกลอกตาขึ้นฟ้า แล้วหักห้ามใจตัวเองไม่ให้บีบโทรศัพท์ให้เละคามือ
 
 
...เก็บมือไปบีบคอไอ้คนพูดดูจะคุ้มกว่า
ปั๊ดธ่อออออออ !!!
 
 
“วันนี้ชมรมหยุดน่ะ ฉันก็ว่างๆ เลยว่าจะไปหานายที่ห้อง” เมื่อยามาโมโตะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ลอยข้ามผ่านเสาสัญญาณ เลยเลือกที่จะตอบคำถามที่อีกฝ่ายได้ถามเอาไว้จะดีกว่า
 
 
โกคุเดระขมวดคิ้ว...ว่างนักไม่ไปช่วยพ่อขายซูชิฟระ แม้จะอยากตอบไปอย่างนี้ แต่ด้วยมารยาทที่ดีคนผมเงินจึงทำแค่แค่นหัวเราะ “ไม่ต้องมา ไม่ต้องโผล่หน้ามาเลย แกอยู่ไหนก็สถิตไปที่นั่น ฉันไม่ว่าง” นี่เป็นคำพูดที่รักษาน้ำใจอย่างสุดๆ แล้ว
 
 
หากยามาโมโตะเป็นสาวน้อยละก็...คงบ่อน้ำตาแตกเพราะโดนปฏิเสธรักอย่างไร้เยื่อใย (?)
 
 
แต่เพราะยามาโมโตะคือเด็กหนุ่มผู้อารมณ์ดีแห่งยุค จึงมีแต่เสียงหัวเราะฮ่าๆ ลอยมาตามสาย พาให้โกคุเดระอยากจะประสาทเสียเสียตรงนั้น “แล้วนายจะไปไหนอ่ะ ให้ฉันไปด้วยปะ?”
 
 
โกคุเดระถอนหายใจออกมาเสียงดัง ก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นแล้ววางหนังสือลงบนเตียงพับ “ไม่ต้องการเฟ่ย แล้ววันนี้ฉันก็ไม่ว่าง” ร่างเล็กเอ่ยสถานที่อย่างส่งเดช แต่ก็....ไม่รู้ทำไมว่าท้ายประโยคจะต้องทำเสียงให้มันดังขึ้นมา
 
 
ราวกับจะเรียกร้องความสนใจจากใครบางคน
 
 
“แหม...มีเดทก็ไม่ต้องเขินหรอก เดทให้สนุกนะ ฉันไม่กวนแล้ว” เอ่ยคำอวยพร (ที่คนฟังไม่ได้ต้องการ) แล้วยังตามด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงอารมณ์ดีที่พูดเองเออเอง ที่พาให้คนฟังอยากจะร้อง ห๊ะ ออกไปกับความคิดของอีกฝ่าย เสียงสัญญาณบอกว่าอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว โกคุเดระจึงพับโทรศัพท์เก็บ
 
 
สายตาสีมรกตเหลือบมองระเบียงฝั่งตรงข้าม
...ว่างเปล่า
 
 
คนที่เคยนอนอยู่ตรงนั้น หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
 
 
โกคุเดระส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปหยิบหนังสือที่ลืมคั่นหน้าเอาไว้และเขาก็ไม่ได้จำเลขหน้าด้วย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างนึกโทษไอ้สายโทรศัพท์ที่มันเข้ามาอย่างน่าหงุดหงิด
 
 
เสียงจิ๊จ๊ะออกจากลำคอเหมือนไม่ได้ดั่งใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วเตรียมตัวอาบน้ำออกไปข้างนอก ในเมื่อไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เขาอ่านหนังสือแล้ว แล้วเขาจะเก็บตัวอยู่ในห้องทำไมกัน...
 
 
 
 
 
 
 
ร่างเล็กในเสื้อแขนยาวสีขาวตัวบางกับกางเกงยีนส์สีดำเข้ม ยกมือขึ้นสูงเพื่อหยิบหนังสือเล่มหนา ที่ชื่อเรื่องดึงดูดความสนใจ ไอ้ความเป็นจริงเขาไม่ได้อยากจะมาข้างนอกนักหรอก ถ้าไม่ติดว่าหนังสือเล่มที่อ่านอยู่มันกำลังจะจบแล้วเขาก็ไม่มีอะไรอ่าน
 
 
ดังนั้น ไอ้คำอ้างที่พูดไปกับยามาโมโตะก็เป็นจริงขึ้นมา...เขามาสถิตตัวเองอยู่ในร้านหนังสือจนได้
 
 
โกคุเดระใช้นิ้วเขี่ยสันหนังสือให้มันตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง เนื่องด้วยชั้นหนังสือมันสูงเกินไป...เขาไม่ได้เตี้ยหรอกนะ แต่หนังสือเล่มนี้มันดันวางอยู่ชั้นบนน่ะสิ !
 
 
ปลายเท้าที่เขย่งขึ้นพาให้ระดับสายตาเคลื่อนสูงขึ้นไป โดยไม่ได้ตั้งใจดวงตากลมสีเขียวเข้มมองลอดช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือ เรือนผมสีดำที่เห็นเป็นพุ่มๆ (?) อยู่ในระดับสายตานั้นพาให้คนตัวเล็กมุ่นคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย แม้จะไม่ชัดเจน แต่เขารู้สึกว่าไอ้หัวนั้นมันคุ้นเคย...
 
 
ปุ้ก !
 
 
เสียงหนังสือเล่มหนาที่ร่วงลงกับพื้นพาให้คนที่แอบมองคนอื่นอยู่สะดุ้งแล้วรีบก้มลงมองของที่อยู่บนพื้น ก่อนจะเก็บมันขึ้นมาแต่โดยเร็ว แล้วถือมันออกไปยังตู้หนังสืออีกฝั่งที่เขาเห็น (หัว) ใครบางคนอยู่




มอง มองเธอมาแสนนาน
ฉันไม่กล้า...ต้องคอยหลบตาเธอเสมอ




โกคุเดระพิงหลังเข้ากับโซฟาตัวนุ่มของร้านกาแฟที่ครุไปด้วยกลิ่นไอของกาแฟ...มันฉุน เขาไม่ชอบ แต่จะทำยังไงได้ มันเป็นร้านกาแฟของร้านหนังสือนี่หว่า แล้วก็...ไม่ได้อยากเข้ามาเองด้วย
 
 
ไอ้ตัวต้นเหตุมันคือเจ้าหัวดำที่กำลังพลิกหน้ากระดาษที่นวลอยู่ต่างหากเล่า
 
 
มือเล็กหยิบโกโก้เย็นที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดูด แล้วมองกรอบหน้าคมที่กำลังสนใจอยู่กับหนังสือในมืออยู่ไม่ห่าง ซึ่งมันก็ไม่แปลกหรอก เพราะเขาก็นึกบทสนทนาอะไรไม่ออกเช่นกัน ไม่ได้ช่างเจรจาเหมือนไอ้บ้าเบสบอลที่อยู่เฉยๆ ก็สรรหาเรื่องมาคุยได้ตลอดเวลา
 
 
คนผมเงินหยิบหนังสือเล่มหนาที่ห่อปกสีน้ำตาลออกจากถุงกระดาษ ก่อนจะเปิดหน้าแรกที่มีตัวหนังสือสีดำเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เสียงอ๊ะร้องขึ้นมา แล้วหนังสือเล่มนั้นถูกปิดลง พาให้คนทีอ่านอยู่ก่อนเลิกคิ้วแล้วเงยหน้าขึ้นมามองว่าคนที่นั่งตรงข้ามกำลังจะทำอะไร
 
 
แต่สิ่งที่โกคุเดระทำนั้น พาให้คนที่จ้องมองแค่นหัวเราะออกมา...เมื่อเจ้าหัวเงินตรงหน้ากำลังควักแว่นสายตากรอบดำขึ้นมาสวมเข้ากับใบหน้า เรียวหน้าได้รูปถูกกรอบแว่นบังให้หน้าตาดูแปลกไปเพียงเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวใต้เลนส์ใสจดจ้องตัวหนังสือในมืออีกครั้งอย่างเป็นประกาย ราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ ริมฝีปากที่มักจะมุ่ยหรือชอบเอะอะโวยวายเป็นนิจ กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความตั้งใจ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏอยู่ที่สองแก้มโดยเจ้าตัวไม่ทันได้รู้ตัว
 
 
ฮิบาริเอง...ก็ไม่รู้ตัว
 
 
ตาสีเข้มไล่มองกรอบหน้าที่จดจ้องกับหนังสือในมืออย่างขะมักเขม้น ดวงตาสีเขียวที่บอกว่าไม่ใช่คนญี่ปุ่น กับผิวสีขาวสว่าง สองพวงแก้มเป็นสีแดงเรื่อจากไอแดดยามกลางวัน แม้ในห้องนี้จะเป็นห้องแอร์ แต่ด้วยอุณหภูมิที่ตั้งเอาไว้ให้ไม่เย็นจนเกินไป ประกอบกับอุณหภูมิภายนอกแล้ว หากไม่ใช่คนที่ขี้หนาวก็อาจจะร้อนอยู่บ้าง
 
 
เรือนผมสีสว่างเป็นประกายในแสงแดด มันระลงมาปรกใบหน้าที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเสยขึ้นไปเพื่อกำจัดความรำคาญในการอ่านหนังสือ แล้วมือเล็กนั่นก็ผละจากการจับหน้ากระดาษไปล้วงอะไรสักอย่างในกระเป๋าออกมา โดยที่สายตายังจับจ้องอยู่กับบรรทัดที่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
 
 
อะไรจะตั้งใจอ่านขนาดนั้น ?
 
 
เมื่อได้สิ่งที่ประสงค์ โกคุเดระยอมละสายตาออกจากหน้ากระดาษ แล้วเลยขึ้นมามองคนที่อยู่ตรงหน้า หากแต่ก็พาลจะทำให้ลมหายใจชะงักไปเมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองมา
 
 
...จ...จะกินเขาหรือไง !?
 
 
“มองอะไรฟระ...” เสียงห้วนเอ่ยถาม หน้าร้อนผ่าวอาจจะเพราะหน้าร้อนกำลังเดินทางมาถึงแล้ว มือเล็กที่มียางวงสีอ่อนรู้สึกเกะกะขึ้นมาทันที ไม่ทราบว่าจะเอามือไปไว้ตรงไหนของร่างกาย
 
 
คนผมเข้มระบายลมหายใจสั้นๆ ออกมา “เปล่า...” ตอบปฏิเสธไป พาลให้เรียวปากของคนที่นั่งตรงข้ามมุ่ยลง
 
 
“เปล่าอะไรฟระ...มองหน้ากันจะหาเรื่องกันรึไง?” บ่นเสียงอุบ ก็ทำไมเล่า ! เมื่อกี๊เห็นชัดๆ ว่าเจ้านี่มันมองเขาอยู่ ถ้ามีเลเซอร์สแกนม่านตา ป่านนี้ไอ้คนตรงหน้าเขาตายไปแล้วมั้ง
 
 
ดวงตาคมกลอกเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือในมือของตัวเองต่อ การเถียงกับคนตรงหน้ามันไม่ใช่ทางออกที่ดี ยิ่งตอนนี้เขาไม่อยากจะเถียง
 
 
โกคุเดระมุ่ยปากอย่างขัดใจกับการตัดบทของอีกฝ่าย แม้จะเริ่มชินบ้าง แต่โดยรวมแล้วมันก็ยังน่าหมั่นไส้อย่างมีนัยสำคัญ
 
 
มือเรียวยกยางวงสีอ่อนขึ้นมัดผมด้านหน้าที่มันลงมาระดวงตาจนน่ารำคาญ แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือในมือตัวเองต่อ รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นตรงริมฝีปากเมื่อเริ่มอ่านหนังสือเล่มใหม่ ก่อนเจ้าตัวจะจมดิ่งลงไปในกระดาษเปื้อนหมึกเล่มโต
 
 
ฮิบาริเหลือบตาขึ้นมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ถูกคั่นไว้ด้วยแก้วชาร้อนและโกโก้เย็น ตัวหนังสือตรงหน้าไม่อาจเรียกให้สายตาคู่เรียวคมกลับไปมองได้
 
 
 

กลัว ว่าวันนึงถ้าเธอ...รู้ว่าฉัน
ปิดบังความจริงอะไรเอาไว้
 
 
 
 
โกคุเดระ ฮายาโตะยกมือขึ้นขยี้ผมด้านหน้าที่มันชี้ไม่เป็นทรงจากการโดนหนังยางรัด ในขณะที่ดวงตากลมกลอกไปมาอย่างรู้สึกอิดหนาระอาใจกับเสียงหัวเราะบ้าบอที่ดังอยู่ข้างหู
 
 
ไม่รู้ใครจุดธูปเชิญมา
 
 
ยามาโมโตะ ทาเคชิ นักกีฬาหนุ่มแห่งนามิโมริ ที่อยู่ๆ ก็ส่งเสียงทักทายพร้อมเดินเข้ามาภายในร้านหนังสือนี้ โบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนผมเงินที่กำลังเพ่งสมาธิอยู่ในหน้ากระดาษกลิ่นน้ำหมึก
 
 
โกคุเดระ ฮายาโตะเงยหน้ามองตามต้นเสียง แต่ทว่า ภาพตรงหน้ากลับดึงความสนใจไปเสียก่อน ภาพของฮิบาริ เคียวยะที่รวบของตรงหน้า ยัดมันลงถุงกระดาษสีน้ำตาลและลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว
 
 
ท่ามกลางความงุนงงของคนที่มองตามหลังไป
และ...คนที่กำลังเดินสวนกันเข้ามา
 
 
ยามาโมโตะที่ยิ้มร่าท้าลมแดด ถึงกับยิ้มค้างเมื่อคนที่เดินสวนไปอย่างรวดเร็วนั้น ไม่มีทีท่าจะสนใจต่อคำทักทายของเขาบ้างเลย ร่างสูงเกาหัวแกรกก่อนจะเดินเข้าไปยังโต๊ะที่มีคนผมเงินนั่งอยู่
 
 
โกคุเดระถอนหายใจพรืดอย่างไม่รู้ตัว
 
 
“ฉันคิดว่าจะเจอนายเดทอยู่กับสาวน้อยนะเนี่ย...” คำทักทายที่เอ่ยขึ้นมา พาให้คนฟังแทบจะสำลักตัวอักษรสีดำตรงหน้า...อะไรกันฟระ ใครบอกมันนนน ใครบอกว่าเขาจะมาเดท “เอ๋...แล้วผมนั่น อะไรกันน่ะ โกคุเดระ?”
 
 
รอยยิ้มกว้างจนปากแทบเป็นรูปสี่เหลี่ยม พาให้คนตัวเล็กยกมือจับหัวตัวเองแล้วนึกขึ้นได้ว่าผมหน้าที่มันเริ่มยาว มันมาระลูกตาให้น่ารำคาญ
 
 
แต่ตอนนี้...การเอาผมลง มันคงจะน่ารำคาญน้อยกว่า รอยยิ้มล้อเลียนของไอ้คนตรงหน้านี่สินะ
 
 
“เอ๋...?” เสียงหัวเราะที่หยุดไป แล้วแทนที่เสียงร้องอย่างงุนงง พาให้โกคุเดระมองตามร่างสูงที่ย้ายมวลสารจากข้างๆ เขาไปอยู่ในฝั่งตรงข้าม ที่เดียวกับที่ฮิบารินั่งอยู่เมื่อครู่
 
 
หนังสือเล่มเล็กที่ห่อหน้าปกด้วยกระดาษสีน้ำตาลอ่อน ถูกชูขึ้นมา “ไม่ใช่ของนายใช่มั้ย โกคุเดระ?” เอ่ยถาม ทั้งที่ก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าเป็นของใคร
 
 
เจ้าของชื่อหรี่ตามองก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมาจากยามาโมโตะ เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังครุ่นคิดก่อนจะผุดตัวลุกขึ้น รวบหนังสือบนโต๊ะเข้าไปในถุง
 
 
“ฉันไปก่อนนะ”
 
 
ทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนที่เพิ่งทิ้งตัวนั่งเบิกตากว้างอย่างเหรอหราด้วยความงุนงง เดี๋ยวนะ...นี่จะไม่สร้างความกระจ่างให้กับเขาเลยเหรอ แต่นั่น...มันก็ไม่สร้างความสงสัยมากเท่ากับ ไอ้น้ำสองแก้วที่วางบนโต๊ะเนี่ย จ่ายเงินหรือยัง ?
 
 
 
 
 
 
 
อากาศร้อน
 
 
ร้อนจนโกคุเดระอยากจะพ่นไฟเผาไอ้ประตูห้องตรงหน้าให้มันวอดวายไปซะ ไอ้บ้าเจ้าของห้องมันจะได้ออกมาเสียที นี่เขาเคาะจนมือแทบจะสิงอยู่ในประตูอยู่แล้ว เจ้าของห้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมาเปิดประตูให้สักนิด
 
 
ปั๊ด-ธ่อ-ว้อยยยยยยย !
 
 
ร่างเล็กมุ่ยหน้าอย่างขัดใจ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ อยู่กับพื้น ทิ้งถุงกระดาษใส่หนังสือสีน้ำตาลวางลงกับมือ มีถืออยู่ในมือเพียงถุงเดียว...อันที่ไม่ใช่ของเขา
 
 
เขาไม่รู้ ไม่เข้าใจ และไม่ได้อยากจะสนใจด้วยว่าไอ้เจ้าบ้าหัวดำนี่มันเหตุผลอะไรที่อยู่ๆ อยากจะลุกออกไปจากโต๊ะก็ลุกไปซะงั้น ไม่ได้มีคำบอกก่อนว่าจะไปหรืออะไรเลย แต่ปัญหาคือ ทำไมจะต้องมาลืมของเอาไว้และลำบากให้เขาต้องเอามาให้อีก แถมเคาะประตูเรียกก็ยังไม่ยอมเปิด
 
 
ต้องให้จุดธูปเรียกดีมั้ย ? เขาพอจะรู้คาถาอยู่บ้างนะ
 
 
“เฮ้ย...” เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากข้างๆ พาให้คนที่นั่งอยู่เหลือบตาขึ้นมามองแล้วสะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด แหม แค่คิดว่าจะจุดธูปเรียกก็โผล่มาเลยเหรอ
 
 
น่าจะจุดเรียกซะตั้งนานแล้ว
หือ...?
 
 
แล้วทำไมมันถึงมาปรากฏตัวอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้ละเฟ่ยยยยย !?
 
 
“นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย?” ฮิบาริขมวดคิ้วเข้าหากัน กอดอกมองคนที่นั่งจ๋องอยู่หน้าห้องของเขา ทำหน้าตาไม่เป็นมิตรต่อประตูห้องของเขาซะขนาดนั้น
 
 
“ท...ทำไมนาย?” โกคุเดระ ฮายาโตะที่กำลังสะพรึง มโนไปไกลแล้วว่าฮิบาริอาจจะไม่ใช่คน จริงๆ แล้วหมอนี่ตายคาห้องแต่ไม่รู้ตัวเลยยังไปโรงเรียนและตามมาหลอกหลอนเขาอยู่แบบนี้
 
 
ให้ตายสิ มิน่าทำ